close icon
Stories
Mascot Workwell Image Mascot Gowell Image Mascot joinwell Image Mascot Eatwell Image Mascot Livewell Image Mascot Seewell Image
TrawellStories
Trawell

Reading: ‘เดินป่า’ กิจกรรมแห่งความลำบากที่ทำให้คนเมืองหลงรักธรรมชาติ

Trawell
Contact search
Live Well 136

'เดินป่า' กิจกรรมแห่งความลำบากที่ทำให้คนเมืองหลงรักธรรมชาติ

7 January 2021 เรื่อง แทนไท นามเสน ภาพ แทนไท นามเสน
ทุกรอยเท้าที่เคยย่ำเดินไป ทุกป่าไม้ที่เคยเดินผ่าน ทุกยอดเขาที่เคยพิชิต
เราได้เรียนรู้อะไรจากการเดินป่าบ้าง?

ในช่วงสามถึงสี่ปีที่ผ่านมา กระแสความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนแตกแขนงไปสู่กิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อดูแลดาวคราะห์สีน้ำเงินดวงนี้ให้อยู่ต่อไปอีกนาน การเดินป่า ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่คนจำนวนไม่น้อยใช้ในการพบปะธรรมชาติ นำไปสู่การสร้างนิสัยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และนับวันก็ยิ่งขยายนิยมไปในวงกว้าง

แม้ว่ากิจกรรมเดินป่าอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ของสังคมบ้านเรา แต่ความนิยมในการเดินป่าในระยะหลังกลับเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกระแสหลั่งไหลออกไปสู่ธรรมชาติในครั้งนี้เกิดขึ้นจากคนเมือง เราเห็นมนุษย์เงินเดือนออกย่ำเดินไปในป่ามากขึ้น สนใจเรื่องป่ามากขึ้นเรื่อยๆ

เรื่องราวของคอลัมน์ Live Well ในวันนี้ จึงชวนคุณผู้อ่านออกสำรวจเส้นทางเดินป่าของตนเอง
และมาแบ่งปันประสบการณ์ความหลงใหลในการเดินป่าของคุณกัน

มองเห็นเมืองผ่านป่าไม้และใบหญ้า

เชื่อว่าทุกคนที่เดินป่าย่อมเคยตื่นตะลึงไปกับต้นไม้ขนาดใหญ่หลายคนโอบ ทึ่งไปกับสันเขาแหลมคมและคดโค้งอันงดงามน่าพิศวง นั่งชมทะเลดวงดาวนับไม่ถ้วนบนยอดเขาที่โอบกอดเราด้วยลมหนาว หรือรอคอยแสงเช้าอย่างอดทนเพียงเพื่อรอสัมผัสความอบอุ่นของแสงยามรุ่งอรุณ

ทุกตารางนิ้วของป่าไม้และภูเขาที่เราเชยชม ล้วนสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างเมือง (ที่อยู่อาศัยของคน) และป่า (ที่อยู่อาศัยของธรรมชาติ) ได้มากกว่าที่เราคิด

ครั้งหนึ่งโลกของเราอยู่ในยุคที่มนุษย์มองเมืองและป่าแยกออกจากกัน ทั้งสองสิ่งต่างเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ในตัวของมันเอง ตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา สังคมเมืองเริ่มรื้อถอนแผ้วถางพื้นที่สีเขียว เปลี่ยนเป็นเมืองที่รุ่มรวยด้วยโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และพื้นที่อยู่อาศัยระดับหลายพันครัวเรือน

กระทั่งวันที่การอยู่อาศัยของมนุษย์ส่งผลให้ธรรมชาติเริ่มเสื่อมถอยลง สะท้อนกลับมาเป็นภัยธรรมชาติทำลายเราเอง มนุษยชาติจึงเริ่มตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างเผ่าพันธุ์ตนเองกับธรรมชาติ ว่าแท้จริงเราทั้งหมดต่างผูกสัมพันธ์กันทั้งสิ้น

ปัจจุบันเราเริ่มเห็นเมืองขนาดใหญ่ในโลก เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวมากขึ้น เกิดสวนสาธารณะใจกลางเมือง มีการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นในย่านชานเมือง หรือกิจกรรมเชิงสิ่งแวดล้อมที่ชวนสำรวจพื้นที่สีเขียวในเมืองของทุกคน สิ่งเหล่านี้อาจชี้ให้เห็นว่าเราเริ่มมองเห็นคุณค่าของดำรงอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติมากขึ้น ว่าไม่เพียงแค่ช่วยรักษาคุณภาพชีวิตของพวกเราเท่านั้น แต่ยังรักษาถึงสุขภาพของโลกให้อยู่รอดต่อไปได้อีกนาน

ด้วยเหตุนี้ เราจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับต้นไม้ ใบหญ้า สัตว์นานาพันธุ์ และสมาชิกอื่นๆ อีกมากในจักรวาลของธรรมชาติที่กว้างใหญ่นี้ และการเดินป่าคือหนึ่งในวิธีการเรียนรู้นั้น

เวลาในป่ากับในเมืองนั้นเดินไม่เท่ากัน

ภาระงานที่รีบเร่ง กิจวัตรที่ต้องสะสาง ทุกอย่างของชีวิตของคนเราผูกติดกับเวลาอยู่เสมอ บางครั้ง หน้าที่ต่างๆ ติดพันตัวเรามากมาย ไม่อาจจัดการให้ลงตัวกับเวลาที่เรารู้สึกว่ามีเพียงน้อยนิด และหลายครั้งเราก็รู้สึกว่าเวลาผ่านไปไวเสียเหลือเกิน

ยังไม่ทันได้จัดการภาระใด หันไปมองนาฬิกา เวลาก็หมดวันไปเสียแล้ว

แต่เมื่อเราออกไปเดินป่า เราจะรู้สึกว่าเวลาจะเดินช้าลงกว่าเดิมมาก เพราะใจที่ไม่ผูกอยู่กับเวลาไม่ต้องต้องรีบเร่งทำกิจวัตรต่างๆ อีกต่อไป สามารถละเมียดละไมไปกับสิ่งรอบตัว ละเอียดละออสักครู่ไปกับท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างอิ่มเอม

และไม่ต้องคอยพะวงกับนาฬิกาอีกต่อไป เพราะยังมีเวลาอีกเหลือเฟือ

ได้ยินเสียง-ฟังตัวเอง

“เสียง” นับเป็นหน่วยสำคัญในการประกอบสร้างความเป็น “เมือง” ของมนุษย์ตลอดมา

วัฒนธรรมการบีบแตรกันอย่างเอาเป็นเอาตายบนท้องถนนของเมืองนิวเดลี เสียงเครื่องรถจักรยานยนต์นับพันเดซิเบลใจกลางสี่แยกในโฮจิมินท์ซิตี้ เสียงฝีเท้านับร้อยเดินกันขวักไขว่กลางแยกชิบูย่าในกรุงโตเกียว จนถึงเสียงเครื่องยนต์กลไกในไซต์ก่อสร้างทั่วตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานคร มนุษย์มีศักยภาพในการบันดาลเสียงให้เกิดขึ้นติดตัวมาแต่กำเนิด การอยู่รวมกันของพวกเราในทุกเมืองใหญ่ทั่วโลกจึงล้วนปกคลุมด้วยสุ้มเสียงที่มากมาย หลากหลาย และเป็นเอกลักษณ์

ในแต่ละวัน เราได้ยินเสียงมากมายนับไม่ถ้วน ตั้งแต่เสียงคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงานที่ออฟฟิศ เสียงสัตว์เลี้ยงตัวโปรด เสียงเพลงจากเพลย์ลิสต์โปรดที่ฟังจาก Spotify จนไปถึงเสียงเครื่องยนต์ที่แออัดในการจราจรตามสี่แยก เสียงผู้คนเดินอย่างแออัดบนทางเท้าและสกายวอร์ค เสียงเร่ขายของจากร้านค้าริมทาง เสียงเครื่องตรวจสัญญาณประตูรถไฟฟ้า และอีกมากมายที่เราอาจไม่ได้ตั้งใจฟังในแต่ละวัน ล้วนเป็นกิจวัตรของเสียงที่เราได้ยินเป็นประจำจนเคยชิน

หลายครั้งที่เสียงเหล่านี้กลับกลายเป็นสิ่งที่เราไม่อยากฟัง จนอยากจะหลบหนี “มลภาวะทางเสียง” เหล่านั้นไปให้ไกล ซึ่งการออกเดินทางจากเมืองเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ กลายเป็นความคาดหวังที่จะอยู่กับความเงียบสงบของธรรมชาติ ซึ่งการเดินป่าเองก็เป็นกิจกรรมหนึ่งไปแฝงไปด้วยการค้นหาความสงบที่ว่า แต่สุดท้ายแล้วเรากลับพบว่าในป่าเองก็มีเสียงเหมือนกัน

แล้วในป่า เราได้ยินเสียงอะไร?

เราได้ยินเสียงหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ที่ส่งเสียงดังแข่งกับทุกย่างก้าวขณะไต่เต้าสู่ความชันของขุนเขา

เราได้ยินเสียงก่นด่านับครั้งไม่ถ้วนต่อความเหนื่อยยากของเส้นทาง ทั้งทางใจและวาจา

เราได้ยินเสียงหัวใจเต้นดังชัดราวกับอยู่ข้างหู ในวินาทีที่ร่างกายใกล้ขอยอมแพ้ให้กับความเหนื่อยล้า

ทั้งหมดห้อมล้อมด้วยเสียงใบไม้ขยับสีกันตามแรงลม แมลงนานาชนิดส่งเสียงดังระงม ขับกล่อมเป็นเสียงแวดล้อมธรรมชาติอยู่รอบตัว

ว่ากันว่า เราจะได้ยินเสียงธรรมชาติ เมื่อปล่อยให้ตัวเองอยู่ท่ามกลางป่าเขา
ทว่าเสียงที่ธรรมชาติอยากให้เราได้ยินจริงๆ อาจจะเป็นเสียงของเราเองมากกว่า
เพื่อตระหนักให้เราตั้งใจเสียงเดียวที่อยู่กับเรามาตลอดชีวิต
เสียงที่เราไม่ควรเพียงแค่ “ได้ยิน” แต่ต้อง “ฟัง”
คือ ฟังเสียงตัวเอง…

หลงป่า

To those who are enthralled by the mountains, their wonder is beyond all dispute. To those who are not, their allure is a kind of madness. (The Mountain, 2017)

สำหรับผู้หลงใหลในภูเขา ความสนใจใครรู้ของพวกเขานั้นอยู่เหนือทุกข้อโต้แย้ง
สำหรับผู้อื่น เสน่ห์เหล่านี้ล้วนเป็นความวิกลจริตทั้งสิ้น

อารัมภบทของสารคดีเรื่อง Mountains (2017) ที่เล่าถึงความลุ่มหลงและมนต์เสน่ห์ที่ทำให้มนุษย์ผูกพันกับภูเขา มีคนจำนวนไม่น้อยลุ่มหลงการผจญภัยชนิดนี้ ที่ต้องแลกมาด้วยความยากลำบากและอาจถึงแก่ชีวิต แต่ถึงกระนั้นความหลงใหลที่ว่าก็ยังส่งต่อนักปืนเขาจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน

การเดินป่าเองก็เช่นกัน

แม้เส้นทางเดินป่ามากมายในโลกจะมีระยะทางและความยากง่ายที่หลากหลาย แต่ทุกเส้นทางจำต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกายเป็นอย่างมาก ในการเดินพร้อมแบกสัมภาระนับสิบกิโลกรัมตลอดทั้งวัน ยิ่งเส้นทางที่ต้องใช้ระยะเวลาหลายวันกว่าจะถึงจุดหมาย ความเหนื่อยสะสมของร่างกายจะยิ่งฉุดรั้งเรี่ยวแรงให้ถดถอยให้แต่ละวันของการเดินป่ายากขึ้นทวีคูณ แต่หัวใจที่ยัง แรงกล้า ปรารถนา ทะเยอทะยาน พร้อมที่จะพิชิตภูเขาลูกแล้วลูกเล่า ข้ามลำธารที่เชี่ยวกรากครั้งแล้วครั้งเล่า จะยังเป็นเชื้อไฟหล่อเลี้ยงร่างกายให้ออกเดินต่อไปในทุกเช้าเย็น

ว่ากันว่า จุดเริ่มต้นของการเดินป่า มักมีที่มาจากการพิชิตเขายอดแรกในชีวิต

เรามักเห็นนักท่องเที่ยวมากมายเริ่มต้นเส้นทางการเดินป่าของพวกเขาในช่วงวันหยุดยาว กับเส้นทางในระยะสั้นๆ ที่ความชันไม่มาก พิชิตยอดเขาที่ไม่ยากเกินความพยายามในเวลาสองสามวัน

กระทั่งเมื่อพวกเขาเดินทางกลับบ้าน หากความเหนื่อยยากทั้งหมดนั้นถูกทิ้งไว้บนยอดเขาจนหมดสิ้น ความปรารถนาต่อกิจกรรมทรมานกายแบบนั้นจะหมดสิ้นไป โดยไม่คิดหวนกลับสู่เส้นทางนั้นไปอีก แต่หากความโหยหาต่อความยากลำบากเหล่านั้นยังคงอยู่ พวกเขาจะนับวันรอที่จะได้กลับไปด้วยใจระทึก

เพื่อที่จะได้หลงป่าอีกครั้ง

Contributors

contributor's photo

แทนไท นามเสน

Writer

นักศึกษาปริญญาโทผู้ชอบมองหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของเรื่องเล่าผ่านเรื่องเมือง ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม

contributor's photo

แทนไท นามเสน

Photographer

นักศึกษาปริญญาโทผู้ชอบมองหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของเรื่องเล่าผ่านเรื่องเมือง ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม

Next read