BAAN LALIN

Posted on October 30, 2019 in Uncategorized

บางครั้ง การได้พบกับสิ่งที่ไม่คาดคิดในช่วงเวลาที่ไม่คาดฝัน ก็เป็นความสุขที่หาได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ และสิ่งที่ทำให้เราได้ค้นพบความสุขเล็กๆ แบบนี้ในยามบ่ายที่เหนื่อยล้าก็คือบ้านลลิณร้านอาหารไทยเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอย่างไม่คาดคิดอยู่ท่ามกลางบ้านไม้เก่าแก่ หมู่แมว ศาลพระภูมิ และวิถีชีวิตช้าๆ ในชุมชนตรอกศิลป์ตรอกตึกดิน

เมื่อเดินผ่านเส้นทางผักสวนครัวเล็กๆ ที่มุ่งหน้าเข้าสู่บ้านไม้ทรงไทยสมัยรัชกาลที่ 5 บรรยากาศช้าๆ แบบย้อนยุคของบ้านลลิณก็โผล่ออกมาทักทายผู้มาเยือนหน้าใหม่อย่างเราทันที และเมื่อได้เข้าไปสัมผัสอย่างใกล้ชิด เราก็พบว่าไม่ใช่แค่สถานที่ตั้งสุดลึกลับและบ้านไม้สีดำขลับเท่านั้นที่เป็นเสน่ห์ของบ้านหลังนี้ แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดกลับเป็นอาหารไทยและขนมหวานรสชาติกลมกล่อมฝีมือสองสาวเจ้าของร้านต่างหาก

บ้านลลิณเป็นร้านอาหารไทยที่เพิ่งเปิดใหม่สดๆ ร้อนๆ ในราวเดือนสิงหาคมของปี 2562 จากไอเดียสนุกๆ ของพี่พลอยณัฐณิชา บุญเลิศและพี่น้ำฝนลักษณาวดี ศรีพรสวรรค์สองสาวเพื่อนรักที่ความชื่นชอบในการทำอาหารนำพาให้มาพบกันในรายการ MasterChef Thailand season 1 โดยนำเอาความชื่นชอบของทั้งคู่อย่างเมนูอาหารไทยทานง่ายสไตล์น้ำฝน มาผสมผสานกับขนมหวานและเครื่องดื่มแบบไทยประยุกต์ที่พลอยถนัด แล้วถ่ายทอดออกมาท่ามกลางบรรยากาศของบ้านเรือนไทยในชุมชนไซส์มินิ

การทำร้านด้วยกันกับเพื่อนมันมีข้อดีตรงที่เรามีคนช่วยตัดสินใจและช่วยคิดแก้ไขปัญหา มีอีกคนนึงที่พร้อมจะช่วยซัพพอร์ตกันและกัน คือปกติเราก็อาจจะคิดได้ประมาณนึง แต่ถ้ามีเพื่อนมาช่วยกันคิด เราก็จะสามารถต่อยอดไอเดียออกไปได้ไกลขึ้น กว้างขึ้น แล้วยิ่งเราสองคนเป็นคนที่ทำอาหารเป็นกันทั้งคู่ ไม่ใช่หุ้นส่วนในแบบที่คนหนึ่งทำอาหาร อีกคนทำบัญชี อีกคนทำการตลาด อะไรแบบนี้ มันก็เลยเหมือนเรามองเห็นภาพเดียวกัน พูดภาษาเดียวกัน

ความกลมกล่อมที่กินได้ทุกวัน

ในทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ บ้านลลิณจะเสิร์ฟอาหารไทยจานเดี่ยวที่เรียบง่ายแต่ไม่มักง่าย อย่าง ข้าวหน้าคอหมูย่างไข่ต้มผักสด เมนูเด็ดที่ใช้เนื้อหมูที่ผ่านการซูวีมาแล้วกว่า 2 ชั่วโมงจนหอมนุ่ม, ข้าวคลุกกระเพราเนื้อไข่ซูวี, ก๋วยเตี๋ยวผัดไข่เค็มกุ้ง, เส้นหมี่ผัดกระเทียมหมูตุ๋นเครื่องยาจีน, เกี๊ยวหมูงาดำ, ปลาแห้งแตงโม, ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ฯลฯ โดยไม่ลืมเสิร์ฟเมนูมังสวิรัติอย่างข้าวแกงกระหรี่ไทย+อาจาด และ ปอเปี๊ยะเห็ดหอมทอด เพื่อให้ทุกคนสามารถมาอิ่มอร่อยด้วยกันได้อย่างไร้กังวล

เราตั้งใจให้อาหารที่ร้านเป็นอาหารจานเดียวมากกว่าจะเป็นสำรับ เพราะเราอยากให้มันกินง่าย ใครๆ ก็มากินได้อย่างสบายใจ มาคนเดียวก็กินได้ มาหลายคนก็กินได้ คนแถวนี้ก็กินได้ มีเวลาน้อยก็มาได้ ฝรั่งมากินก็สั่งง่าย ไม่ซับซ้อน จานชามก็ใส่จานกระเบื้องใส่ถาดสังกะสีแบบบ้านๆ นี่แหละ



เมื่ออิ่มแล้วก็มาต่อกันที่บรรดาขนมหวานสไตล์ไทยประยุกต์อย่าง เค้กแตงไทยน้ำกะทิ, ส้มฉุนลอยแก้ว และสโคนงาดำน้ำตาลโตนด ฯลฯ ที่หยิบเอาเอกลักษณ์ของขนมไทยมาสร้างสรรค์ขึ้นใหม่อย่างน่าชม พร้อมเครื่องดื่มสนุกๆ อย่าง ชานมลลิณ ชานมสูตรพิเศษหอมกลิ่นควันเทียน, บ๊วยแตงโมโซดา, บ๊วยส้มจี๊ดโซดา และสัปปะรดพริกเกลือโซดา โซดาแบบไทยๆ ที่เข้ากั๊นเข้ากันกับหน้าร้อนตลอดกาลของประเทศเรา

เมนูอาหารเครื่องดื่มทุกอย่างเราทำเองทั้งหมด ก็คือทั้งช่วยกันคิดและช่วยกันทำ ส่วนใหญ่ก็จะแบ่งการทำงานตามสิ่งที่แต่ละคนถนัด คือฝนรับผิดชอบอาหารไทย ส่วนพลอยรับผิดชอบขนมกับเครื่องดื่ม แต่ก็จะมีบางเมนูเหมือนกันที่สลับกันรับผิดชอบ ตอนคิดเมนูเราจะเลือกทำจากเมนูที่แต่ละคนชอบก่อน แล้วค่อยเอาเมนูที่ชอบมาพัฒนาให้มันดีขึ้น สนุกขึ้นและเป็นตัวเรามากขึ้น

แต่นอกจากเมนูจานเดียวทานง่ายแบบนี้ ถ้าใครอยากสัมผัสความพิถีพิถันและฝีมือของสองสาวให้มากขึ้น ทุกเดือนพี่ๆ จะมีคอร์ส Omakase Thai ที่เสิร์ฟอาหารไทยสร้างสรรค์กว่า 10 จาน 8 เมนูเครื่องดื่ม ซึ่งจะขยายขอบเขตความสนุกของอาหารไทยใกล้ตัวออกไปให้ไกลกว่าที่เคยคิด ติดตามรายละเอียดใน https://www.facebook.com/BaanLalinThaiCafe/ ได้เลย!

ร้านอาหารในบ้านเก่า

พี่พลอยเล่าว่า พอตกลงใจจะเปิดร้านอาหารในสไตล์ไทยๆ กันแล้ว สิ่งแรกที่ทั้งสองคนเห็นคนกันก็คือ พวกเธออยากให้อาหารที่กำลังจะทำนั้นถูกบรรจุอยู่ในบ้านไทยมากกว่าจะเป็นห้องแถวหรือคอนโด และเมื่อพูดถึงบ้านไม้สไตล์ไทยโบราณเกาะรัตนโกสินทร์ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่าที่รวบรวมเอาวัฒนธรรมดั้งเดิมมากมายเอาไว้ จึงกลายมาเป็นจุดหมายแรกๆ ในการหาบ้านให้อาหารจานเด็ดของพวกเธอ


ก่อนจะมาเจอบ้านนี้เราก็ดูเอาไว้หลายที่ในเมืองเก่านะ ที่อาจจะใกล้วัด ใกล้แม่น้ำ ใกล้ชุมชน อะไรแบบนี้ ก็ไปเจอที่ท่าเตียน แต่มันจะต้องเป็นตึกแถว ซึ่งพอมาคุยกันแล้วเราก็คิดตรงกันว่าไม่ชอบ เพราะเราอยากให้มันเป็นบ้าน แต่หายังไงก็หาไม่ได้ หาไม่ได้จนเกือบจะเบรคโปรเจคไปแล้ว แล้วก็มาเห็นบ้านหลังนี้ประกาศให้เช่าพอดี เห็นแล้วก็ชอบเลย เจ้าของบ้านก็คือบ้านข้างๆ นี่เอง เขาเล่าว่ามันเคยเป็นที่อยู่อาศัยจนคุณยายที่เช่าเสียชีวิต พอครอบครัวย้ายออก บ้านก็เลยปิดว่างไว้ตั้งแต่นั้นมา พอเหมาะกับที่เราอยากได้บ้านพอดี เราก็เลยขออนุญาตเข้ามาทำ”

“สภาพบ้านก่อนรีโนเวทจะเป็นบ้านไม้เก่าๆ ที่ไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น ระบบต่างๆก็ใช้จริงไม่ได้ อย่างตัวบ้านเราก็ต้องเสริมโครงเหล็กทั้งร้านใหม่หมด แต่เราจะพยายามทำให้น้อยที่สุดคือทำแค่โครงสร้างแล้วก็ทาสี นอกนั้นเราจะเก็บของเดิมไว้หมด


ชุมชนเล็กๆ
ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านหลังนี้มีชื่อว่าชุมชนตรอกศิลป์ตรอกตึกดินกินพื้นที่ สองตรอกตามชื่อชุมชนไม่มีผิดเพี้ยน ชื่อตรอกศิลป์ตรอกตึกดินอาจไม่ใช่คำที่ทุกคนคุ้นเคยนัก แต่หากบอกว่าทั้งสองตรอกน้อยนี้แทรกตัวอยู่บนถนนดินสอ ใกล้ย่านเสาชิงช้าหลายคนต้องเรื่องอ๋อขึ้นมาทันทีแน่ๆ โดยที่ตั้งของบ้านลลิณนั้นจะอยู่ในส่วนของตรอกตึกดิน

จริงๆ เราเคยพาคนอื่นมาดูที่นี่ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันมีคุณค่าหรือจะทำเงินได้ ตอนที่เห็นบ้านครั้งแรกเขาก็ถามเราว่า จะดีหรอ แต่พลอยกับฝนก็ยังมีความเชื่ออยู่ว่าที่ตรงนี้มันสามารถทำได้ เพราะเรามีคอนเซ็ปกันอยู่แล้ว พอได้มาเจอที่ๆ ตอบโจทย์ทุกอย่าง เราก็เลยเชื่อว่ามันจะเป็นไปได้


ชุมชนเล็กๆ
ชุมชนนี้อาจไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง มีแลนด์มาร์คน่าถ่ายรูป หรือมีกิจกรรมให้ทำมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ชุมชนตรอกศิลป์ตรอกตึกดินเดินเพลินแบบสุดๆ ก็คือบรรดาบ้านไม้ทรงไทยเก่าแก่หลากหลายรูปแบบที่ซุกซ่อนอยู่ในชุมชนโดยสาเหตุที่ทำให้แถวนี้มีบ้านไม้เก่าๆ มากมาย ก็เป็นเพราะว่าในอดีตชุมชนนี้เคยเป็นชุมชนที่รัชกาลที่ 5 พระราชทานให้เป็นย่านพักอาศัยของข้าราชการและช่างตีทอง ปัจจุบันจึงยังคงมีบ้านของข้าราชการรุ่นเก่าตกทอดมายังลูกหลาน โดยที่มาของชื่อตรอกศิลป์มาจากการที่สมัยก่อนมีหน่วยงานของกรมศิลปากรตั้งอยู่ในตรอก ส่วนตรอกตึกดินก็มีการสันนิษฐานว่าหมายถึงหลุมหลบภัยดินสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเคยสร้างในบริเวณนี้นั่นเอง

ทั้งเรื่องเล่า ทั้งวัฒนธรรม มันเป็นสิ่งที่ที่นี่มีอยู่แล้ว เราก็แค่เอาตัวเข้าไปอยู่ในนั้นในแบบที่มันเป็น เราไม่อยากไปอยู่ในเมืองที่ต้องทำร้านให้เด่นแข่งกับทุกอย่างรอบตัว อันนี้ทุกอย่างมันเป็นของเดิม เราแค่เปลี่ยนให้มันสนุกขึ้นนิดหน่อยแล้วพาคนเมืองกลับเข้ามาเที่ยวในเมืองเก่าเท่านั้นเอง

เพื่อน(รอบ)บ้าน

แม้ชุมชนรอบบ้านลลิณจะไม่ใหญ่ แต่ที่นี่ก็เต็มไปด้วยเพื่อนบ้านมากมายซึ่งพร้อมจะแวะเวียนกันมาทำให้บรรยากาศของร้านสดใส โดยนอกจากสองสาวเจ้าของร้านอย่างพี่พลอยกับพี่น้ำฝนแล้ว อีกหนึ่งสมาชิกที่คอยช่วยทำให้กิจการสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นในทุกวันๆ ก็คือน้องกรีนพนักงานร้านหนึ่งเดียวซึ่งเป็นชาวชุมชนตรอกตึกดินที่มีบ้านอยู่ใกล้ๆ ร้านนี่เอง

บ้านน้องอยู่ในซอยนี้เลยค่ะระหว่างทำร้านน้องก็เห็นมาตลอดแล้วพ่อน้องก็รู้จักกับบ้านข้างๆซึ่งเป็นเจ้าของบ้านนี้ด้วยคือแถวนี้ทุกคนจะรู้จักกันหมดน้องเรียนจบพอดีก็เลยมาทำที่นี่ก่อนระหว่างเตรียมสอบข้าราชการ

นอกจากน้องกรีนแล้ว พี่พลอยเล่าว่ารอบบ้านยังมีทั้งน้องแมว คุณลุง คุณป้า คุณน้า คุณอา อีกมากมายที่มักจะมาเยี่ยมเยียนกันอยู่เสมอ ทั้งแวะมาทานอาหารที่ร้าน ทั้งซื้อนั่นซื้อนี่มาฝาก เผลอแป๊ปเดียวร้านอาหารเปิดใหม่ร้านนี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเก่าแก่ไปโดยไม่ทันรู้ตัว

มันเป็นวัฒนธรรมแบบชุมชนจริงๆนะ คือทุกคนพร้อมจะช่วยเหลือกันจริงๆ ใครมีอะไรก็เอามาแบ่งกัน บ้านนั้นแบ่งบ้านนี้ บ้านนี้แบ่งบ้านนั้น เห็นอะไรก็ซื้อมาให้กิน พอเห็นเรามาเปิดใหม่เขาก็ตอนรับดี แวะมาอุดหนุน แวะเอาของนู้นนี่มาให้ อย่างมีบ้านหนึ่งเขามาจะกินประจำทุกวันเลย เวลาอยู่ที่อื่นเราจะไม่ได้คุยกันหรอกกับบ้านข้างๆ แต่อยู่ที่นี่มันได้คุย ซึ่งมันเป็นอะไรที่หายากมากในปัจจุบัน มันเป็นเสน่ห์และความพิเศษของการมาอยู่ที่นี่จริงๆ

ลัดเลาะตรอกซอกซอยเข้ามาสัมผัสกับความอบอุ่นแบบนี้ได้ที่
บ้านลลิณ (Lalin Thai Café)
เปิดทุกวันอังคารอาทิตย์ เวลา 10:00 – 20:00 .
บ้านอยู่ในตรอกตึกดิน ถนนดินสอ หรือตาม Location นี้เลย
https://goo.gl/maps/ZDDWgFCnmd2jhWum6
ติดต่อสำรองที่นั่งโทร 085-593-5998

1004
VIEWS

Pop

No description. Please update your profile.