BAN TUK DIN MOSQUE

Posted on September 11, 2018 in Uncategorized

ชุมชนมัสยิดบ้านตึกดินชุมชนอิสลามเก่าแก่หลังหมู่ตึกราชดำเนิน

ใกล้ถนนเส้นใหญ่ที่ใครต่อใครก็ผ่านไปผ่านมาทุกวันอย่างราชดำเนิน
ข้างย่านกินดื่มยามราตรีที่มีสีสันตลอดคืนอย่างถนนข้าวสาร
จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าหลังหมู่ตึกสีเหลืองนวลที่ตั้งเรียงรายอยู่นั้น ยังมีชุมชนอิสลามเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมอย่างชุมชนมัสยิดบ้านตึกดินซ่อนตัวอยู่ด้วย!

วันนี้เราเลยเดินตามพี่ทำนุ เหล็งขยันผู้นำชุมชนมัสยิดบ้านตึกดิน ลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย แวะชิมอาหารฮาลาลแท้ๆ แล้วปืนขึ้นไปชมสถาปัตยกรรมสวยๆ พร้อมวิวเกาะรัตนโกสินทร์แบบ 360 องศา บนยอดมัสยิดบ้านตึกดิน คละเคล้าไปกับการฟังเรื่องราวสนุกๆ ของประวัติศาสตร์และไอเดียการพัฒนาชุมชนที่พี่ทำนุกำลังสร้างสรรค์อยู่อย่างเต็มกำลัง
ใครที่อยากทำความรู้จักชุมชนอิสลามกลางเมืองเก่าอย่างชุมชนมัสยิดบ้านตึกดินแห่งนี้ ก็ตามเรามาได้เลย!

ชุมชนมัสยิดบ้านตึกดินเป็นชุมชนอิสลามดั้งเดิม ที่ตั้งอยู่บริเวณหลังที่ทำการไปรษณีย์ราชดำเนิน ตัดกับถนนตะนาว ตรอกบวรรังษี และด้านหลังของโรงเรียนสตรีวิทยา ที่ตั้งอยู่คู่กับชุมชนชาวพุทธอย่างชุมชนวัดบวรรังษีเสมือนเป็นพี่น้องกันมาตลอด 80 ปี คนในชุมชนส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม  โดยชาวมุสลิมเหล่านี้ เดิมอาศัยอยู่แถบจังหวัดปัตตานี ก่อนจะย้ายมาอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6

หลายคนพอได้ยินชื่อบ้านตึกดินเมื่อแวะมาที่นี่ก็อาจจะพยายามมองหาบ้านหรือตึกที่สร้างมาจากดิน แต่ขอบอกว่าไม่ต้องตามหาให้เสียเวลา เพราะคำว่าบ้านตึกดินนี้หมายถึงดินปืนต่างหาก! เพราะที่นี่เคยเป็นที่ตั้งของอาคารเก็บดินปืนขนาดใหญ่ ที่สร้างเอาไว้ตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และเพราะว่าที่นี่มีไว้ใช้เก็บดินปืนที่เป็นวัตถุอันตราย จึงเลือกสร้างออกมาไกลจากพระบรมมหาราชวัง ต่อมาเมื่อมีการขยายตัวของเมือง จึงมีการสร้างวัด มัสยิด และบ้านขุนนางรวมไปถึงพ่อค้าที่เพิ่มจำนวนขึ้น ตึกเก็บดินปืนจึงถูกทุบไปตั้งแต่นั้นมา

พี่ทำนุเล่าว่า ในอดีตผู้คนในชุมชนส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำทองคำเปลว โดยการทำทองในแต่ละครั้งจะใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าจะได้ทองคำเปลวแผ่นบางๆ เริ่มจากการเอาทองคำแท่งมาตีด้วยเครื่องมือที่ทำไว้โดยเฉพาะ ตีจนแผ่ออกไปเป็นทองคำแผ่นบางๆ จากนั้นนำมาตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดต่างๆ แล้วนำมาใส่กระดาษเพื่อนำไปปิดทองพระพุทธรูป โดยทองคำของที่นี่จะเป็นทองคำแท้ 100% ไม่ได้ผสมโลหะหรือสารชนิดต่างๆ เหมือนทองที่ทำจากโรงงานในปัจจุบัน

ด้วยความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย รวมไปถึงขั้นตอนในการทำทองที่มีความยากลำบาก เพราะเป็นงานที่ละเอียดและต้องใข้ความอดทนเป็นอย่างมาก เวลาผ่านไปคนทำทองรุ่นก่อนๆ จึงมีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ เด็กรุ่นใหม่ก็เลือกที่จะทำงานบริษัทหรืองานราชการมากกว่า ปัจจุบันจึงแทบไม่หลงเหลือบ้านที่ยังคงทำทองคำเปลวอยู่ในชุมชนอีกแล้ว

แต่ถึงแม้จะไม่มีบ้านที่ประกอบอาชีพทำทองคำเปลวอยู่แล้ว ทางชุมชนและพี่ทำนุก็ยังพยายามที่จะรวบรวมประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของชุมชนเอาไว้ให้ผู้คนได้เข้ามาเรียนรู้ โดยพี่ทำนุเล่าว่ามีแผนที่จะทำพิพิธภัณฑ์ชุมชนขึ้นในเร็วๆ นี้ เพื่อบอกเล่าวัฒนธรรมอิสลามเก่าแก่ของชุมชนบ้านตึกดิน ในทั้งแง่ศาสนา วัฒนธรรม อาหาร และอาชีพดั้งเดิมของชุมชน อย่าง การทำทองคำเปลว, การทอผ้าไหม และการหล่อเหรียญโลหะ เป็นต้น

นอกจากนี้ทางชุมชนยังพยายามส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยการจัดงานเทศกาลอาหาร ควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชน ในเรื่องของการรักษาพื้นที่ชุมชน เช่น  พัฒนาถนนและเส้นทางเดินต่างๆ ในชุนชมในปลอดภัยและสะอาด, ทำหลังคาลานอเนกประสงค์ให้มีมาตรฐานพร้อมใช้ จากที่เมื่อก่อนต้องใช้เต้นท์ผ้าใบกางทุกครั้งที่ต้องการจะจัดกิจกรรม

“เราอยากอนุรักษ์วัฒนธรรมเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู ไม่ใช่แค่ชุมชนเราเท่านั้นแต่หมายถึงชุมชนอื่นๆ ทุกชุมชนรอบเกาะด้วย”

โดยอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนมัสยิดบ้านตึกดินก็คือแกงหมั่นละน้อหรือแกงกระหรี่ที่มีรสเผ็ด ที่ทานคู่กับขนมปังกะโหลกหรือโรตี เป็นสูตรเก่าแก่ที่บรรพบุรุษของชาวบ้านตึกดินคิดค้นขึ้นและทำต่อเนื่องกันมา หากใครอยากชิมแกงหมั่นละน้อจึงต้องมาทานที่นี่เท่านั้น

พี่ทำนุบอกว่า ถ้าอยากมากินอาจจะต้องนัดเข้ามาก่อน จัดเป็นกลุ่มทีละ20-30คน หรือไม่ก็เข้ามาในวันที่ทางชุมชนจัดงานเทศกาล เพราะด้วยวิถีชีวิตแบบคนเมือง ชาวชุมชนที่ส่วนมากเป็นวัยกลางคนและคนหนุ่มสาวจำเป็นต้องออกไปทำงานนอกบ้านกันทุกวัน จึงทำให้สะดวกเปิดร้านในช่วงวันเสาร์อาทิตย์มากกว่า

การทำงานมันไม่เหมือนเมื่อก่อน ตอนนั้นไม่ได้มีการทำงานบริษัทอะไรแบบนี้ คนก็ทำของขาย แลกเปลี่ยนกันในชุมชน ขายอาหารให้พนักงานราชการ แต่ตอนนี้พอกระทรวงต่างๆ ย้ายออกไปจากพระนครกันหมด จากลูกค้าที่เคยมาซื้อข้าวซื้อของ กินอาหารกลางวัน ก็หายไป พอไม่มีลูกค้า คนก็ต้องเปลี่ยนไปทำงานออฟฟิศกัน

ในอนาคตพี่ทำนุจึงมีแผนที่จะโฟกัสไปที่การทำกิจกรรมกับสูงอายุมากขึ้น ชวนคนแก่ที่เกษียรแล้ว อยู่บ้านตลอด มาทำกิจกรรมด้วยกัน ถ้าบางคนไม่ค่อยสบายหรือทำไม่ค่อยไหวก็ให้เด็กๆ มาช่วยกัน แล้วทำเท่าที่ทำไหว เพื่อให้อย่างน้อยก็ได้ออกมาพูดคุยและใช้ความรู้ความสามารถที่มี แล้วก็ได้แก้ปัญหานอนติดเตียง ติดทีวีด้วย

มันเหมือนเราได้ย้อนไปในยุคสมัยก่อนเหมือนกันนะ ยุคที่ครอบครัวอยู่ด้วยกัน ทำอะไรชุมชนก็ช่วยกัน ไม่เหมือนยุคที่ผ่านมาซึ่งทุกคนแยกย้ายกันออกไปทำงาน ต่างคนต่างอยู่ เราอยากจะเอาบรรยากาศแบบเดิมๆ กลับมา


อีกหนึ่งความพิเศษที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยของชุมชนมัสยิดบ้านตึกดินก็คือ
ตัวมัสยิดบ้านตึกดินนั่นเอง แต่ด้วยพื้นที่ที่จำกัด และบ้านเรือนต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นรายรอบ ปัจจุบันเราจึงไม่สามารถมองเห็นสถาปัตยกรรมแบบอิสลามด้านนอกของตัวมัสยิดจากในชุมชนได้ถนัดตานัก แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะพี่ทำนุบอกว่าถึงแม้จะเป็นคนนอกชุมชนหรือคนต่างศาสนา ก็สามารถเข้ามาเยื่ยมชมความสวยงามภายในมัสยิดหรือเข้าชมกิจกรรมทางศาสนาได้เลย นอกจากนี้ทุกวันเสาร์ในช่วงเช้าเที่ยง ทางมัสยิดยังมีการสอนอ่านภาษาอาหรับในอันกุรอานอีกด้วย



แต่ไฮไลต์ที่จะพลาดไม่ได้เลยก็คือ
การขึ้นมาชมวิวสวยๆ ของกรุงรัตนโกสินทร์แบบ 360 องศา ที่ชั้นบนสุดของมัสยิดบ้านตึกดินนี่แหละ เพราะนอกจากจะไปชื่นชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมอิสลามอย่างใกล้ชิดแล้ว อากาศยังดีแบบสุดๆ ด้วยนะ


เราพยายามที่จะเปิดให้ผู้คนได้มารู้จักกับวัฒนธรรมของเรา ไม่ว่าจะเป็นใครก็อยากให้เข้ามาแลกเปลี่ยนกัน


ลงจากมัสยิดแล้ว
เราไปปิดท้ายกันที่ร้านอาหารฮาลาลแท้ๆ เจ้าเก่าแก่ประจำชุมชนกัน พี่ทำนุเล่าว่าพอพูดถึงอาหารอิสลาม หลายๆ คนอาจจะนึกว่าคนมุสลิมก็กินแต่ข้าวหมกไก่ ก๋วยเตี๋ยวแกง สลัดแขก หรือมัสมั่น วนกันไปมา แต่นอกจากเมนูอิสลามที่ว่ามาแล้ว จริงๆ ที่นี่ขายอาหารไทยปกติๆ นี่แหละ ไม่ว่าจะเป็นข้าวผัด ผัดซีอิ๊ว ราดหน้า แกงเขียวหวาน ฯลฯ แค่ทำให้ถูกหลักศาสนา ไม่ใส่หมู ก็ได้ออกมาเป็นอาหารไทยมุสลิมอร่อยๆ ทานง่ายที่เหมาะสำหรับทุกคนแล้ว

แต่ไหนๆ ก็มาที่นี่ทั้งที่ เราเลยขอสั่งก๋วยเตี๋ยวแกงกับสลัดแขก เพื่อซึบซับรสชาติอิสลามแบบแท้ๆ กันแทน บอกเลยว่ารสชาติไม่ธรรมดาเลยจริงๆ โดยภายในชุมชนจะมีร้านอาหารฮาลาลเปิดอยู่สองร้าน เป็นร้านเก่าแก่รสชาติดั้งเดิม กับร้านเปิดใหม่รสชาติเข้ากับยุคสมัย อยากกินแบบไหนก็ถามหาจากคนในชุมชนได้เลย ทุกคนเป็นมิตรและใจดีมากๆ


ได้รู้จักกับ
ชุมชนมัสยิดบ้านตึกดินกันไปแล้ว การนั่งรถผ่านถนนราชดำเนินครั้งหน้าคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะเราคงชะเง้อมองแล้วหาทางแวะเข้าไปเดินเล่นในชุมชนน่ารักๆ แบบนี้อยู่เสมอแน่ๆ ถ้าใครอ่านแล้วอยากจะเดินตามเราเข้าไปเที่ยวชมและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในชุมชนมัสยิดบ้านตึกดิน ก็สามารถโทรไปสอบถามพี่ทำนุที่เบอร์นี้ได้เลย! 087-705-2299

56
VIEWS

Pop

No description. Please update your profile.