GINGERBREAD HOUSE

Posted on January 16, 2019 in Uncategorized

บ้านขนมปังขิงร้านกาแฟกึ่งพิพิธภัณฑ์ในบ้านไม้เก่าอายุกว่าร้อยปี

เมื่อแสงไฟอันอบอุ่นถูกจุดขึ้นในบ้านไม้ทรงขนมปังขิงที่เคยมืดสนิท
และประตูไม้เก่าแก่ที่เคยคล้องกุญแจแน่นหนาเปิดต้อนรับผู้มาเยือนอีกครั้ง
ปริศนาแห่งวันวานที่ซ่อนตัวอยู่กลางย่านเสาชิงช้าก็พร้อมที่จะเชื้อเชิญให้ทุกคนเข้ามาร่วมหาคำตอบ

ตลอดหลายปีที่ชาว Trawell ใช้ชีวิตผูกพันอยู่ในย่านพระนคร ไม่ว่าจะเป็นการลงพื้นที่เก็บข้อมูล การค้นหาสถานที่แปลกใหม่ การพูดคุยผู้คนที่น่าสนใจ ไปจนถึงการตะลุยหาอาหารจานอร่อยมาเติมลงท้องในทุกเที่ยงวันเสาชิงช้าเป็นอีกหนึ่งย่านที่เรามักจะมีโอกาสให้ต้องแวะเวียนผ่านไปผ่านมาเสมอ และทุกๆ ครั้งที่มาเยือนเสาชิงช้า สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำก็คือการชะเง้อมองและสำรวจความเป็นไปในบ้านไม้เก่าหลังงามที่ปิดตัวอย่างสงบนิ่งอยู่ในซอยหลังโบสถ์พราหมณ์ พลางจินตนาการด้วยความสงสัยถึงความสวยงามภายในและเรื่องราวในอดีตที่หลบซ่อนอยู่หลังบานประตู

วันนี้เราก็ยังคงกินข้าวกลางวันบนถนนดินสอและแอบชะเง้อคอมองบ้านขนมปังขิงเหมือนทุกครั้ง เพียงแต่วันนี้ประตูไม้ที่เคยปิดสนิทกลับเปิดกว้าง และความฝันที่จะได้เดินสำรวจบ้านหลังงามของเราก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่จินตนาการอีกต่อไป เพราะบ้านขนมปังขิงได้เปิดขึ้นใหม่ ในฐานะร้านกาแฟกึ่งพิพิธภัณฑ์ที่พร้อมชวนทุกคนมาร่วมย้อนเวลาไปด้วยกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เปิดประตูแห่งกาลเวลาแล้วตามมาทำความรู้จักกับบ้านขนมปังขิงไปพร้อมกันได้เลย!


บ้านขนมปังขิงเป็นบ้านที่ถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Gingerbread house ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตกในช่วงรัชกาลที่ 4 โดยสาเหตุที่สถาปัตยกรรมสไตล์นี้มีชื่อที่น่ารักน่ากินขนาดนี้ ก็เป็นเพราะลักษณะของการตกแต่งลวดลายฉลุที่สวยงามละเอียดอ่อนบนตัวบ้าน ที่มีความคล้ายคลึงกับ “บ้านขนมปังขิงหรือคุ้กกี้ที่ชาวยุโรปมักจะทำกินกันในเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งเป็นบ้านที่มีการตกแต่งลวดลายด้วยน้ำตาลที่อ่อนช้อยและสวยงาม


โดยบ้านขนมปังขิงที่ตั้งอยู่ในย่านเสาชิงช้าหลังนี้
คาดว่ามีอายุ 106 ปี สร้างขึ้นในปีพ.. 2456 โดยมีเจ้าของคนแรกเป็นขุนนางชั้นรองอำมาตโท ชื่อขุนประเสริฐทะเบียน (ขัน)” เป็นผู้สร้างขึ้น ลักษณะของบ้านหลังนี้จึงเป็นบ้านของชนชั้นกลางที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน เพราะนอกจากวังที่หรือพักอาศัยของชนชั้นสูงแล้ว สถาปัตยกรรมของยุคนี้มักจะถูกขายและรื้อทิ้งไปตามกาลเวลา โดยถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่าตามช่องลมและรั้วประตูทั้งหมดจะมีสัญลักษณ์ประจำตัวของขุนประเสริฐทะเบียนหรือนายขัน ซึ่งเป็นรูปตัวอักษร ขั ที่ซ้อนทับกัน ตกแต่งอยู่รอบบริเวณ (แต่จะมีทั้งหมดกี่รูปนั้น เราอยากชวนให้ทุกคนลองมาเดินนับดูกันด้วยตัวเองจะดีที่สุด 😉 )


หลังยุคของขุนประเสริฐทะเบียน
บ้านหลังนี้ถูกขายต่อให้กับลูกหลานในครอบครัวอย่างท่านผู้หญิงเนื่องสนิทที่ภายหลังได้ยกให้เป็นสมบัติของลูกสาว หรือท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุชทันตแพทย์ประจำพระองค์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งมีเจตจำนงในการอนุรักษ์บ้านหลังนี้เอาไว้ไม่ให้มีการทุบทำลายหรือการเปลี่ยนแปลง เพื่อเก็บไว้ให้คนรุ่นหลังได้เข้ามาศึกษา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการรีโนเวทบ้านครั้งใหญ่เพื่อเปิดเป็นร้านกาแฟกึ่งพิพิธภัณฑ์ในครั้งนี้

โดยในยุคของท่านผู้หญิงเพ็ชรานั่นเอง ที่บ้านหลังนี้ได้ถูกขนานนามว่าบ้านขนมปังขิงเพราะคุณหมอสิทธิ์ สามีของท่านผู้หญิงเพ็ชราได้ตั้งชื่อบ้านหลังนี้ตามลักษณะสถาปัตยกรรมของตัวบ้าน และยังได้แสดงฝีมือการเขียนและแกะสลักป้ายชื่อบ้านที่ยังคงต้อนรับผู้มาเยือนอยู่ทุกวันนี้ด้วยตัวของคุณหมอสิทธิ์เองอีกด้วย

บ้านขนมปังขิงเป็นบ้านเลขที่ 47 และไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่เดิมที่นี่ก็มีพื้นที่ 47 ตารางวาพอดีเช่นกัน โดยเมื่อก่อนบริเวณถนนหลังโบสถ์พราหมณ์ก็เป็นอาณาเขตของทางบ้าน แต่ถูกเวนคืนไปเพื่อตัดถนน ปัจจุบันจึงเหลือพื้นที่ประมาณ 35 ตารางวา โดยบ้านหลังนี้เคยมีการบูรณะครั้งแรกเมื่อปี 2533 ด้วยการซ่อมจุดต่างๆ ทาสี และที่สำคัญคือการยกพื้นขึ้น 30% เพื่อช่วยในการระบายความชื้นและรักษาไม้เก่า เพราะฉะนั้นถ้าใครมีโอกาสแวะมาที่นี่ อย่าลืมสังเกตรอยต่อที่พื้นบริเวณด้านหลังของบ้านกันดูนะ


ไม่ใช่แค่นั้น เพราะเนื้อไม้ บานประตูหน้าต่างและบานพับ ก็ยังเป็นของเดิมตั้งแต่อดีตทั้งหมด ไม่มีการเคลือบและขัดสี เพื่อให้ผิวสัมผัสของเนื้อไม้ทั้งด้านในและด้านนอกอยู่ในสภาพเดิม ด้วยความตั้งใจของครอบครัวซึ่งอยากที่จะรักษาสภาพของบ้านเอาไว้ โดยสิ่งที่ทำในการรีโนเวทครั้งใหม่นี้ก็คือการขยายฝ้าเพดาน ใส่ประตูกระจก ปูพื้นกระเบื้องบริเวณนอกบ้าน และทำระบบน้ำไฟขึ้นใหม่ โดยพยายามทำงานกับตัวบ้านให้น้อยที่สุด บ้านหลังนี้จึงยังเป็นแบบดั้งเดิมอยู่ถึง 95%

แวะมาไขปริศนาของความทรงจำที่ซ่อนตัวอยู่หลังประตูไม้บานเก่า ท่ามกลางความตั้งใจที่อยากจะรักษาบ้านเอาไว้เพื่อส่งมอบความรู้และความทรงจำถึงคนรุ่นใหม่ พร้อมทานขนมไทยสไตล์ฟิวชั่นและชากาแฟรสดี ได้ที่บ้านขนมปังขิงเสาชิงช้า ถนนหลังโบสถ์พราหมณ์ หรือ Location ตามนี้เลย https://goo.gl/maps/8LMEAJh65Vu (13.752754, 100.500769)

7537
VIEWS

Pop

No description. Please update your profile.