close icon
Stories
Mascot Workwell Image Mascot Gowell Image Mascot joinwell Image Mascot Eatwell Image Mascot Livewell Image Mascot Seewell Image
TrawellStories
Trawell

Reading: “ครัวพระศรี” ร้านอาหารไทยโบราณกับความเปลี่ยนแปลงที่รสชาติไม่เคยเปลี่ยน

Trawell
Contact search
Eat Well 80

ร้านอาหารไทยโบราณกับความเปลี่ยนแปลงที่รสชาติไม่เคยเปลี่ยน

6 September 2020 เรื่อง จิตวัต โซวพิทักษ์วัฒนา ภาพ จิตวัต โซวพิทักษ์วัฒนา

“ ช่วงแรกๆ ยอดขายตก แต่ดีใจที่ได้เจอ Locall เราชอบวิธีคิดของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ติดอยู่ในกรอบแบบนี้ ได้ช่วยทั้งชุมชนและช่วยทั้งบริษัทตัวเองด้วย มันเป็นวัฒนธรรมดีๆ ที่เราอยากให้มีแบบนี้เกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ อีกเยอะๆ ” พี่พรต พรต พันธุมสุต – เจ้าของร้านอาหารครัวพระศรี

สองสามีภรรยาผู้ร่วมก่อตั้งร้านอาหารครัวพระศรีนี้ขึ้นมาตั้งแต่ ปีพ.ศ.2540 สมัยนั้นด้วยวิกฤตฟองสบู่เเตก เศรษฐกิจไม่ดี งานก็หายาก ทำให้พี่ๆ ทั้งสองเลยตัดสินใจที่จะเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ Covid-19 จะเริ่มคลี่คลายลงเล็กน้อย แต่ช่วงเวลานี้ก็ยังคงเป็นช่วงเวลาที่ใครหลายคนยังต้องเผชิญกับความยากลำบากในการค้าขายไม่เปลี่ยน แทบจะเกือบทุกร้านมียอดขายลดลงอย่างน่าใจหาย เช่นเดียวกับร้านอาหารที่มีชื่อว่า “ครัวพระศรี” หนึ่งในร้านอาหารชุมชนย่านพระนครที่ประสบกับสภาวะเช่นนี้ จึงได้คิดหาวิธีแก้ไขปัญหาให้กับร้านของตัวเอง จนได้มาพบกับ “ Locall ” กลุ่มคนกลุ่มเล็กๆ ที่ตั้งใจอยากจะช่วยร้านค้าในชุมชนให้กลับมามีรายได้อีกครั้งภายใต้สถานการณ์วิกฤต ซึ่งทำให้ปลุกร้านครัวพระศรีให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง

‘ร้านครัวพระศรี’ เป็นร้านอาหารเก่าแก่ที่เปิดมากว่า 20 กว่าปี เรียกได้ว่าหากใครที่มีบ้านหรือที่ทำงานอยู่ใกล้เสาชิงช้า น่าจะเคยแวะเวียนมาฝากท้องในช่วงเวลาพักกลางวันกันบ้าง ด้วยรสชาติอาหารที่ยังคงกลิ่นอายความดั้งเดิมแบบไทยโบราณไว้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน ภายใต้การควบคุมคุณภาพของคุณยายสิทธิ์ (แม่ของพี่พรต) แม่ครัวใหญ่ที่มีเสน่ห์ปลายจวักด้วยการเคยเป็นผู้ทำอาหารตั้งแต่ตอนยังวัยรุ่นให้กับคุณปู่ ซึ่งคุณปู่ของยายสิทธิ์นั้นเป็นข้าราชการเก่าแก่ในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงมั่นใจได้ว่ารสชาติอาหารของที่นี่นั้นไม่ธรรมดาแน่นอน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีความลับสุดพิเศษที่ซ่อนอยู่หลังครัวซึ่งรอการค้นพบอย่าง บ้านไม้ทรงขนมปังขิงที่คงความสวยงามมาตั้งแต่ยุคสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่แห่งนี้อีกด้วย

บางครั้งวงล้อของกาลเวลาก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ไปอย่างช้าๆ ในบางครั้งก็หมุนพาสิ่งต่างๆ เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับร้านอาหารแห่งนี้ที่ได้เปลี่ยนแปลงวิธีคิด ปรับตัวให้มีความเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ แต่สิ่งหนึ่งที่ร้านอาหารนี้ยังคงไม่เปลี่ยนไปก็คือ รสชาติของอาหารไทยโบราณที่หาทานยากขึ้นทุกทีในปัจจุบัน

วันนี้เราจึงอยากชวนทุกคนมาติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจของร้านอาหารครัวพระศรีไปพร้อมๆ กัน

โดดเด่น และ สวยงาม

อย่างที่บอกว่าครัวพระศรีมีความลับซ่อนอยู่ และสิ่งนั้นก็คือบ้านไม้ทรงไทยโบราณตั้งแอบซ่อนอยู่ทางด้านหลังของร้าน ซึ่งเป็นบ้านที่ถูกก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 พี่พรตบอกกับเราว่า “เดิมทีเป็นบ้านของมิชชันนารีที่มาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในช่วงเวลานั้น แล้วคุณทวดของพี่พรตจึงได้มารับช่วงอาศัยอยู่ต่อไปจนถึง ณ ปัจจุบันนี้” บ้านนี้เป็นบ้านไม้สักทั้งหลัง ประดับตกแต่งลวดลายต่างๆ โดยช่างฝีมืออย่างปราณีตในสมัยนั้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ยากที่จะหาชมบ้านทรงไทยแบบนี้ในเมืองของเราแล้ว

อย่างที่เราได้แอบบอกไปว่า ในร้านครัวพระศรีแห่งนี้มีบ้านทรงไทยโบราณ เราเลยอยากจะพาทุกคนไปดูรอบๆ บ้านว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

ลูกนอนบันได

พี่พรตบอกกับเราว่าในปัจจุบันนี้การตกแต่งลูกนอนของบันไดหาได้ยากแล้วที่จะใส่สิ่งที่เรียกว่า “บัว” ลงไปที่บันได ซึ่งบัวนั้นจะอยู่ที่ขอบของบนไดแต่ละขั้น เป็นการออกแบบของบ้านในสมัยก่อน

ใบโคลเวอร์ (Clover) สัญลักษณ์แห่งความโชคดี

ถ้าหากเรามองไปตามมุมเพดานของบ้าน ก็จะพบเห็นใบโคลเวอร์ประดับอยู่ตามหัวมุมเหล่านั้น โดยปกติแล้วใบนี้จะมีทั้งหมด 3 แฉก จะมีโอกาสน้อยมากที่จะพบใบโคลเวอร์นี้ออกใบมี 4 แฉก ซึ่งใบโคลเวอร์ที่มี 4 แฉกนั้นก็แสดงความหมายที่แตกต่างกันออกไป
แฉกที่ 1 คือ ความหวัง ( Hope ) แฉกที่ 2 คือ ความเชื่อมั่นและศรัทธา ( Believe ) แฉกที่ 3 คือ ความรัก ( Love ) และแฉกที่ 4 คือ ความโชคดี ( Luck )

เมื่อเข้ามาในตัวบ้านก็จะพบกับมุมของบ้านที่พี่พรตแนะนำให้เราได้เก็บภาพไว้ เป็นมุมที่มีแสงจากทางด้านนอกส่องลอดผ่านช่องโปร่งของไม้ที่ถูกออกแบบมาอย่างละเมียดละไม

ใครหลายๆ คนที่อยู่บ้านไม้ เราคงจะได้ยินเสียงเวลาเดินขึ้นหรือเดินลงบันไดได้อย่างชัดเจน พี่พรตเล่าเรื่องให้เราฟังว่า เมื่อคุณแม่อยู่บนบ้านชั้นสอง ถ้ามีลูกๆ คนไหนเดินขึ้นมา คุณจะได้ยินเสียงและน้ำหนักเท้าทำให้รู้เลยว่าเป็นใคร และเมื่อตอนเด็กๆ ถ้าพี่พรตอยากจะแอบที่บ้านออกไปเที่ยวเล่นตอนกลางคืนก็จะเลือกเดินบนขั้นบันไดขั้นที่ไม่มีเสียงของไม้ เพื่อให้ไม่เกิดเสียง พี่พรตจึงแอบออกไปเที่ยวเล่นตอนกลางคืนได้อย่างสบายใจ

พี่พรตพาเราเดินต่อไปทางด้านหลังของบ้านมาดูคลอง เพราะในสมัยก่อนใช้เรือในการเดินทางจึงต้องขุดคลองเอาไว้เพื่อใช้เป็นทางเข้ามาที่หลังบ้าน พี่พรตบอกกับเราว่า เมื่อตอนเด็กๆ ชอบมากระโดดน้ำเล่นก็จะถูกตีอยู่เป็นประจำ และพี่พรตไม่เคยได้ออกไปลอยกระทงที่ไหนเลย เพราะว่าใช้คลองหลังบ้านนี้ในการลอยกระทง เป็นอีกประสบการณ์ที่เราหลายๆ คนสมัยนี้คงยากที่จะได้สัมผัส

เมื่อเราพูดถึงอาหารไทยโบราณของร้านครัวพระศรีนี้ รสชาติ ความกลมกล่อมของอาหารนั้นมาจาก “ยายสิทธิ์” (คุณแม่ของพี่พรต) เพราะยายสิทธิ์นั้นเป็นคนทำอาหารให้กับบ้านหลังนี้มาตั้งแต่สมัยสาวๆ จึงได้เอาประสบการณ์ในด้านอาหารที่อยู่กับตัวมาถ่ายทอดให้ลูกๆ หลานๆ ได้เข้าใจถึงรสชาติของอาหารไทยอย่างแท้จริง ซึ่งนั้นก็เป็นหนึ่งในความสุขเล็กๆ ของคุณยายสิทธิ์ที่ได้ถ่ายทอด และเห็นคนที่คุณยายทำอาหารให้มีความสุขไปด้วย

ทีเด็ดนั้นอยู่ที่ “เครื่องแกง”

เครื่องแกงนั้นเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้อาหารมีรสชาติที่โดดเด่น และเเตกต่างกันออกไป ซึ่งน้ำพริกของที่นี้จะทำเองเสมอ คุณยายสิทธิ์บอกกับเราว่า เมนูอาหารต่างมีรสชาติที่เฉพาะตัว เช่น เมนูแกงส้มจะต้องมีรสเปรี้ยวนำมา ถ้ามีรสชาติอื่นนำก็จะเป็นแกงส้มที่ไม่ใช่สูตรดั้งเดิม ความละเอียดอ่อนในรสชาติของยายสิทธิ์นี้ทำให้อาหารไทยของครัวพระศรีนี้ยังคงรสชาติดั้งเดิมไว้ได้อยู่เสมอ

ในช่วงเปิดร้านแรกๆ นั้นคุณยายสิทธิ์บอกกับเราว่า ช่วงแรกๆ ลูกค้าจะยังไม่ค่อยคุ้นชินกับรสชาติอาหารแบบดั้งเดิมที่ทางร้านทำสักเท่าไหร่ ทางร้านจึงให้ลูกค้าได้ลองชิมก่อน เมื่อพวกเขาปรับตัวก็ค่อยๆ เริ่มชอบรสชาติอาหารแบบนี้

โดยในช่วงแรกๆ ก็จะมีลูกค้าเป็นพนักงานธนาคารต่างๆ ที่ทำงานอยู่แถวๆ นี้ และถึงแม้ว่าธนาคารหรือสำนักงานต่างๆ จะถูกย้ายออกไป พนักงานก็ยังเดินทางกลับมาอุดหนุนอยู่เสมอ โดยคุณยายสิทธิ์เล่าว่าลูกค้าจะชอบมาที่ร้านกันทุกๆ วันพฤหัสบดี เพราะวันนี้เป็นวันที่ทางร้านทำน้ำพริกสูตรพิเศษที่มัดใจใครหลายๆ คน ถ้าหากใครอยากลองก็อาจจะต้องรอหลังสถานการณ์ดีขึ้น เพื่อให้สามารถกลับไปกินที่ร้านได้ ส่วนลูกค้าในช่วงตอนนี้ก็จะเป็นพนักงานในศาลาว่าการกรุงเทพฯ และคนทำงานอยู่ในละเเวกใกล้เคียงเป็นส่วนใหญ่

การที่มาเข้าร่วมกับ Locall พี่พรตและพี่สีมาก็ได้เลือกเมนูของเด็ดประจำร้านมาให้ทุกคนได้ลองกินกันด้วย มีอยู่ด้วยกันอยู่ 7 เมนู ได้แก่ แกงกะทิสายบัวปลาทู มัสมั่น แกงเขียวหวาน ปลาสลิดทอด ข้าวผัดปลาสลิด ไข่ดาวทรงเครื่อง และปลาหมึกยัดไส้ ถ้าหากใครสนใจเมนูไหนลองสั่งผ่านจากทาง Locall มาลองกันได้น้า

แกงกะทิสายบัวปลาทู

นี้เป็นเมนูที่หากินค่อนข้างยาก คือ เมนูแกงกะทิสายบัว หนึ่งในอาหารไทยโบราณที่สามารถทำได้หลายแบบ ใส่กะทิและปลาทูลงไป อร่อยไปอีกแบบ ความพิถีพิถันนั้นอยู่ที่การปลอกเปลือกสายบัว เพื่อให้สัมผัสในการเคี้ยวไม่เหนียวจนเกินไป เมนูนี้มีรสชาติเปรี้ยวนำ หวานตาม เป็นเมนูหาทานยากที่เราอยากชวนให้ทุกคนได้มาลิ้มลอง

แกงมัสมั่นไก่

เป็นอีกเมนูที่อยากให้ทุกคนได้ลอง เพราะด้วยความกลมกล่อมของแกงและความหวานมันของกะทิคลุกเคล้าเข้ากัน พร้อมกับไก่เนื้อสะโพกนุ่มๆ ถ้าได้ข้าวสวยร้อนๆ สักจานก็คงจะดีไม่น้อย

จาก Local สู่ Locall

ช่วงเวลาของวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้ เราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกๆ ร้านค้าชุมชนรายได้ลดลงจนทุกคนปรับตัวกันไม่ทัน เช่นเดียวกับร้านครัวพระศรีของพี่พรตที่ประสบปัญหานี้ ทำให้พี่พรตต้องหาทางแก้ไข เเละได้มาพบกับ Locall เป็นพื้นที่ตรงกลางที่เชื่อมประสานระหว่างร้านค้าชุมชนกับผู้บริโภคเข้าหากัน ทำให้ร้านค้าชุมชนกลับมามีรายได้ที่เพิ่มขึ้น และมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เราอยากอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ Locall มากขึ้นอีกสักนิดนึงนะ คือว่า Locall เกิดจากธุรกิจสร้างสรรค์ในย่านประตูผีอย่าง ‘Once Again Hostel’ ร่วมกับเครือข่าย ‘SATARANA’ (Trawell เองก็เป็นหนึ่งใน SATARANA ด้วยนะ) ที่ต้องปรับตัวจากธุรกิจหลักที่หยุดชะงักไป ขณะเดียวกันก็มีร้านอาหารเล็กๆ หลายร้านที่สูญเสียลูกค้าปกติไป และไม่พร้อมจะทำเดลิเวอรี่ จึงเกิดเป็น Locall ขึ้นมาเพื่อช่วยกันฟันฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ด้วยการที่ร้านค้าจะยังขายอาหารได้ในราคาปกติ ส่วนลูกค้าเองก็สามารถสั่งได้จากทั้งย่าน ในหนึ่งออร์เดอร์เราสามารถเลือกอาหารจากหลายๆ ร้านในย่านเดียวกันไปเลยทีเดียว ลองสั่งกันได้นะ

สั่งได้ทั้งย่าน กี่ร้านก็ได้ ส่งในครั้งเดียว สั่งเลย!
เพียงแค่แอด Line@ ของเรา : @locall.bkk (มี @ ด้วยนะ)
หรือคลิกลิงก์นี้เลย https://lin.ee/mvYtOUt

สุดท้ายนี้ การปรับตัวของผู้คน และร้านค้าชุมชน คงจะต้องค่อยเป็นค่อยไป แต่สิ่งที่สำคัญของการปรับตัวซึ่งเราได้เรียนรู้จากการมาพูดคุยกับพี่พรตก็คือ “การไม่หลงลืมความเป็นตัวของตัวเอง” ซึ่งเป็นจุดเด่นที่จะทำให้เราแตกต่างจากคนอื่น เเละที่สำคัญที่สุด ก็คงจะเป็น “ความใส่ใจ” ในทุกๆ รายละเอียดเพราะไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม ความใส่ใจนั้นจะทำให้ผู้ที่ได้รับเกิดความรู้สึกประทับใจ และเราเองก็จะมีความสุขไปพร้อมๆ กัน

ถึงแม้วันนี้จะยังไม่ได้พบกัน แต่เราขอให้วันนี้เป็นมื้ออาหารและวันที่ดีของทุกคน
จนกว่าเราจะผ่านมันไปพร้อมกัน 🙂

Contributors

contributor's photo

จิตวัต โซวพิทักษ์วัฒนา

Writer

วัยรุ่นตอนปลายที่เชื่อแล้วว่า "พุงเบียร์" นั้นมีอยู่จริง

contributor's photo

จิตวัต โซวพิทักษ์วัฒนา

Photographer

วัยรุ่นตอนปลายที่เชื่อแล้วว่า "พุงเบียร์" นั้นมีอยู่จริง

Next read