close icon
Stories
Mascot Workwell Image Mascot Gowell Image Mascot joinwell Image Mascot Eatwell Image Mascot Livewell Image Mascot Seewell Image
TrawellStories
Trawell

Reading: รสสรรพคุณ

Trawell
Contact search
Eat Well 34

รสสรรพคุณ

23 December 2020 เรื่อง กันยณัฏฐ์ พรจันทร์ทอง ภาพ ชนิภา เต็มพร้อม
“วัชพืช มาจากคำว่า วัชชะ แปลว่า สิ่งที่ควรละทิ้ง รวมกับคำว่า พืช หมายถึง พืชที่ควรละทิ้ง เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรชาติและไม่มีประโยชน์ แต่วันนี้เราอยากตั้งคำถามกับทุกคนว่า พืชที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลยมีอยู่จริงหรือไม่ หรือเราแค่ปลูกและกินมันอย่างไม่ถูกวิธี”

ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ‘รสสรรพคุณ’ อาจเป็นร้านอาหารเปิดใหม่ที่เกิดขึ้นเพื่อส่งมอบอาหารจากดอกไม้ ข้าว ผักสด และสมุนไพรปลอดสารที่ปลูกด้วยเกษตรแบบไบโอ และการปรุงรสอย่างพิถีพิถันโดยไม่ได้คิดถึงแค่ความอร่อย แต่คิดถึงความปลอดภัยของคนกินและสิ่งที่เราจะเหลือทิ้งไว้ให้กับโลกเป็นหลัก

แต่เมื่อเราได้แวะไปที่งาน Grand Opening ที่ทางร้านจัดขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา เราก็ไม่ได้มองว่ารสสรรพคุณเป็นแค่ร้านอาหารอีกต่อไป เพราะที่นี่เหมือนเป็น Community ของคนทำงานด้านอาหารปลอดภัยอย่างจริงจัง นำโดย ‘เชฟบี๋-เขมรินทร์ วุฒิกรธนพงศ์’ นักออกแบบอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Food Stylist) และ ‘คุณมณเฑียร ธรรมวัติ’ ผู้เชี่ยวชาญสมุนไพรพื้นบ้าน (Traditional Herbs Specialist) และทีมงานอีกมากมายที่รวมตัวกันเพื่อส่งต่อแนวคิดในการรับประทานอาหารรูปแบบใหม่ ซึ่งอยากให้ทุกคนได้เปิดใจลองสัมผัสกับรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบไร้การปรุงแต่งที่ธรรมชาติออกแบบมาเพื่อดูแลร่างกายของมนุษย์

speaker and chef on the stage for the restaurant grand opening event

โดยสิ่งที่รอต้อนรับเราอยู่ในวันนี้ก็มีตั้งแต่ การชิมรสชาติของสารพัดถั่วและธัญพืช แกล้มยำผลไม้สดปลอดสาร, Workshop การปลูกต้นอ่อนทานตะวันกินเอง, การบรรยายในหัวข้อ Food Resilience และสุดท้ายคือการเปิดรสสัมผัสด้วยการลองชิมสมุนไพรที่หลายคนเรียกว่าเป็น ‘วัชพืช’ อย่างกะเม็ง กระสัง และไหมทอง !

ตามไปรู้จักกับวิธีการกินอาหารในรูปแบบใหม่ไปด้วยกันได้ที่นี่เลย!

ชิมรสชาติสารพัดถั่วและธัญพืช

งานเริ่มต้นด้วยการเชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนลองชิมรสชาติของถั่วและธัญพืชนานาชนิดที่ปราศจากการปรุงรส เพื่อสัมผัสถึงรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบที่นานทีเราถึงจะหันกลับมาสังเกต แกล้มไปกับยำผลไม้สด และน้ำชารสสรรพคุณเย็นชื่นใจกำลังดี

beans

ทดลองปลูกต้นอ่อนทานตะวัน

ต่อด้วยการ Workshop การปลูกต้นอ่อนทานตะวันกินเอง ที่จะทำให้คนเมืองอย่างเราๆ ได้เรียนรู้ว่าการปลูกผักกินเอง นอกจากจะทำให้เรามั่นใจได้ว่าสิ่งที่รับประทานเข้าไปสะอาดและปลอดภัยแน่นอนแล้วยังไม่ได้ยากหรือใช้พื้นที่มากมาย แต่ทำได้ง่ายๆ ในแก้วน้ำแก้วเดียว

sunflower sprouts
มาปลูกต้นอ่อนทานตะวันแบบนี้กินเองกันเถอะ!
sunflower seeds

1.

กินมาตั้งนาน เพิ่งจะรู้ว่าปลูกขึ้นง่ายๆ จากเมล็ดทานตะวันหน้าตาคุ้นๆ แบบนี้แหละ

ขี้เถ้าผสมกับกาบมะพร้าว

2.

วิธีปลูกก็ง่ายสุดๆ เพราะไม่ต้องใช้แม้แต่ดิน และยังไม่ต้องการแสงอาทิตย์มากมาย แค่ผสมแกลบขี้เถ้ากับกาบมะพร้าวละเอียด เข้าด้วยกัน แล้วรองก้นแก้วด้วยกาบมะพร้าวหยาบก็ปลูกได้เลย

ใส่น้ำลงไปในกระถางที่เตรียมไว้

3.

รดน้ำให้ชุ่มๆ เช้าเย็น รอแค่ประมาณ 7 วันก็สามารถเอามาผัดหรือเอามาทำเป็นสลัดได้แล้ว!

ความยั่งยืนทางอาหาร

หลังจบเวิร์กช็อป คุณมณเฑียรและเชฟบี๋ก็พาเราเข้าสู่โลกแห่งวัตถุดิบไบไอด้วยกิจกรรมพิเศษอย่าง Food Resilience Talk ที่ทั้งคู่ไม่ยอมให้เรานั่งฟังเฉยๆ อย่างเดียว แต่ท้าทายเราให้ลองเปิดใจชิมรสชาติใหม่ๆ ของสิ่งที่หลายคนอาจจะมองว่าเป็น ‘วัชพืช’ ที่ไม่น่าจะกินได้กันดูสักครั้ง

คุณบี๋ พูดบนเวที

เชฟบี๋-เขมรินทร์ วุฒิกรธนพงศ์

ทานอาหารเป็นยา(พิษ)

คุณมณเฑียร หรือแม่มดไบโอ ที่ทำงานเพื่อผลักดันประเด็นความยั่งยืนทางอาหารและการปลูกพืชแบบไบโออย่างจริงจังมาหลายปีเล่าให้เราฟังว่า

ปัจจุบันโรคที่คนไทยเป็นมากที่สุด ไม่ใช่มะเร็งหรือโรคติดเชื้อที่หลายๆ คนกลัว แต่เป็นกลุ่มโรค NCDS (โรคเบาหวาน/ความดัน/หัวใจ) ที่ทุกๆ หนึ่งชั่วโมง จะมีคนที่เสียชีวิตเพราะกลุ่มโรคพวกนี้มากถึง 37 คน

และสิ่งที่ทำให้กลุ่มโรคเหล่านี้น่ากลัวมากขึ้นก็คือ การที่มันไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่เกี่ยวข้องกับเชื้อโรค ไวรัส หรือแบคทีเรียอะไรเลย แต่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการกินอาหารของพวกเราเป็นหลัก!

คุณมณเฑียร

คุณมณเฑียร ธรรมวัติ

โดยสิ่งที่คนไทยมักจะทำอยู่ตลอดก็คือ การกินผักซ้ำๆ อยู่แค่ไม่กี่อย่างที่เคยชิน การชอบกินผักสวยๆ โดยที่ไม่สนใจว่าความสวยนั้นเกิดมาจากสารเคมีมากมายแค่ไหน และสุดท้ายคือ การไม่กินอาหารตามฤดูกาล

เพราะคุณมณเฑียรเชื่อว่า จริงๆ แล้ว ธรรมชาตินั้นได้เตรียมอาหารสำหรับมนุษย์เอาไว้ให้เหมาะสมกับฤดูกาลต่างๆ อยู่เสมอ

“ปลายหน้าหนาว สะเดาจะออกดอก เพื่อให้เราได้กินให้ร่างกายเย็นลง หน้าฝน ผักทอดยอด มะระ ตำลึง ที่เป็นผักที่มีกากใยเยอะงอกงาม ก็เพื่อรักษาให้ร่างกายที่เย็นและท้องอืด ท้องเสียง่าย สมดุลขึ้น”

ในขณะที่คนไทยนั้นกินแค่ผักชนิดเดิมๆ อย่างผักกาดขาว ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง กะหล่ำปลี กระเพรา วนเวียนอยู่แค่ไม่กี่อย่าง ทั้งที่หากเลือกปลูก เลือกกิน และเลือกสัมผัสรสชาติจากธรรมชาติอย่างเหมาะสมและปลอดภัยไร้สาร แม้แต่ ‘วัชพืช’ ที่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ในสวนข้างทางก็เป็นสิ่งที่ออกแบบมาเพื่อดูแลรักษาร่างกายมนุษย์ทั้งสิ้น

ใบกระสัง

'กระสัง' พืชใบเล็กใกล้ตัวที่หาได้ตามข้างทาง มีฤทธิ์เย็น ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ แก้อักเสบ และยังมีวิตามินซีสูงอีกด้วย (แต่ห้ามไปเด็ดกินซี้ซั้วนะ เพราะเหล่าสมุนไพรที่เราได้กินวันนี้ส่งตรงพิเศษมาจากฟาร์มปลอดสารพิษ ถ้ากินไม่ถูกวิธีจะอันตรายต่อร่างกายยิ่งกว่าเดิม!)

'กะเม็ง' พืชข้างถนนต้นเล็กที่มาพร้อมดอกสีขาว ที่มีฤทธิ์ช่วยบำรุงเลือด แก้โรคโลหิตจาง รักษาอาการเป็นลม วิงเวียน ชัก มือเท้าเกร็ง และอาการดีซ่าน 

สองภาพด้านบนคือส่วนหนึ่งของสมุนไพรล้างลิ้นที่เราจะได้ลองชิมเปิดรสสัมผัสใหม่ๆ กันในวันนี้

พอเปิดรสสัมผัสไปกับสมุนไพรชนิดใหม่ที่เราไม่เคยรู้จักเลย ก็ถึงเวลาที่จะได้ชิมพระเอกของงานอย่างสลัดรสสรรพคุณกันแล้ว แต่ก่อนจะได้กินพร้อมน้ำจิ้มสูตรพิเศษ สลัดจานแรกถูกยกมาโดยปราศจากน้ำจิ้ม เพื่อให้ทุกคนได้ลองซึมซับรสชาติที่แท้จริงวัตถุดิบจากธรรมชาติ

สลัดรสสรรพคุณ พระเอกของทางร้าน

เมื่อทุกคนชิมกันไปคนละคำโตแล้ว คุณมณเฑียรก็ถามทุกคนงานในงานว่า “ได้รับรสชาติแบบไหนกันบ้าง”

ความมหัศจรรย์ก็คือ ในอาหารจานเดียวกันนี้ คำตอบของทุกคนมีตั้งแต่ หวาน ขม ฝาด เฝื่อน หอม ชาที่ปลายลิ้น ไปจนถึงรู้สึกเหมือนกำลังกินหญ้า

สุดท้ายคุณมณเฑียรจึงเฉลยว่า

“รสชาติที่แต่ละคนสัมผัสได้นั้นจะแปรผันตามสุขภาพและลักษณะการกินอาหารที่แตกต่างกันไปของแต่คน เช่น คนที่ชอบกินอาหารมันๆ คนที่เป็นออฟฟิศซินโดรม คนที่ผิวแพ้ง่าย คนที่สุขภาพแข็งแรงดีและทานอาหารออแกนิกส์เป็นประจำ ฯลฯ”

ซึ่งบอกเลยว่าทายได้แม่นจริงยิ่งกว่าหมอดูซะอีก!

หลังจากชิมแบบเปล่าๆ กันไปแล้ว คำที่สองเราก็ได้มาชิมแบบมีน้ำจิ้มสูตรพิเศษกันบ้าง โดยน้ำจิ้มของทางร้านก็ทำขึ้นจากผักที่ปลูกด้วยกรรมวิธีไบโอและใช้ขิงและข่าเพื่อสร้างรสเผ็ดร้อนแทนพริก สร้างรสชาติแปลกใหม่ขึ้นโดยไม่ใช้เครื่องปรุงสังเคราะห์เลยแม้แต่อย่างเดียว

ซึ่งสำหรับคนที่สุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่อย่างเราแล้ว น้ำจิ้มนี้เปลี่ยนให้ความขมเขียวฝาดทั้งหมดหายไปเป็นปลิดทิ้ง เหลือไว้แค่ความอร่อยจนเกือบลืมไปเลยว่านี่คือบรรดาผักที่เราเคยมองว่ามันคือวัชพืช

pack of Bio-Jasmine rice

ข้าวหอมมะลิไบโอและไร้สารเคมี 100% ซึ่งหากินได้ยากเย็นเหลือเกินในปัจจุบัน

steamed jasmine rice

อร่อยจนต้องรีบซื้อกลับไปกินต่อที่บ้าน

ส่งท้าย

ถึงแม้ว่าวิถีการกินอาหารจากป่าและธรรมชาติจะดูเป็นเรื่องที่ไกลตัวคนไทยมากมาย แต่การได้มารู้จักกับทีมรสสรรพคุณในวันนี้ก็ทำให้เราได้รู้ว่า การเริ่มก้าวแรกที่จะเดินตามแบบแผนที่ธรรมชาติสร้างมาเพื่อร่างกายของเราไม่ได้ยากอย่างที่คิด ขอเพียงแค่ลองกินอาหารที่ ‘ร่างกาย’ ของเราบอกว่าอยากจะกินมันจริงๆ และใส่ใจกับการเลือกซื้อวัตถุดิบขึ้นอีกนิด การกินอาหารให้เป็นก็สามารถเปลี่ยนให้วัชพืชกลายมาเป็นยาที่มากไปด้วยสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายได้จริงๆ

‘กินให้เป็น ก็เป็นยา’ คือใจความสำคัญที่ทีมรสสรรพคุณเชื่อและอยากจะสื่อสารออกไปถึงทุกคน

Contributors

contributor's photo

กันยณัฏฐ์ พรจันทร์ทอง

Writer

นักเขียน, นักเดินทาง, เด็กหญิงผู้เติบโตในเมืองเก่า ที่มีความสุขทุกครั้งที่ได้จัดกระเป๋าออกไปรู้จักโลก ปัจจุบันกำลัง In a Relationship with ศิลปะ หนัง พิพิธภัณฑ์ เสื้อผ้ามือสองและการเดินเรื่อยเปื่อย

contributor's photo

ชนิภา เต็มพร้อม

Photographer

Next read