WHAT’S IN A NAME?

Posted on พฤศจิกายน 14, 2017 in Guide

ตั้งแต่เด็กจนโต เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามเกิดขึ้นในใจระหว่างทางที่ผ่านมาย่านเกาะรัตนโกสินทร์ว่าทำไมถนนหนทาง ชื่อแยกต่างๆ จึงได้มีชื่อแปลกประหลาดไม่คุ้นหู ที่ผ่านมาก็อาจจะได้แต่เดาเองบ้าง ถามผู้ใหญ่บ้างก็พอได้รู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ทราเวลจึงรวบรวมชื่อแยก ชื่อถนนเจ้าปัญหามาไว้ที่เดียวกัน เพื่อให้คลายใจหายสงสัยกันไปเลย

แยกเอส.เอ.บี. มีที่มาจากอะไร
ผ่านมาทางสี่แยกถนนเจริญกรุงตัดกับถนนวรจักรทีไรก็มักสงสัยทุกที ว่าชื่อแยก เอส.เอ.บี. นี้ย่อมาจากอะไร
เหตุที่เรียกเป็นชื่อย่อภาษาอังกฤษไม่เหมือนใครแบบนี้ เป็นเพราะมีอาคารเก่าที่เคยเป็นที่ตั้งของบริษัท Socie’te’ Anonyme Belge ซึ่งมีคำย่อว่า S.A.B. นั่นเอง บริษัทนี้เป็นของนายแพทย์ประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ (รัชกาลที่ 5) ตั้งขึ้นราวพ.ศ. 2455 เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ อะไหล่ยนต์ ต่อมานำเข้าสินค้าจากต่างประเทศอื่นๆ เช่น นาฬิกา เครื่องเพชร น้ำหอม ซึ่งขายดิบขายดีเป็นที่รู้จักของชาวพระนครอย่างกว้างขวาง เมื่อเลิกกิจการไป อาคารที่ตั้งเดิมกลายเป็นที่ทำการของหนังสือพิมพ์ซิงเสียนเยอะเป้าแล้ว แต่คนก็ยังเรียกว่า ‘แยกเอส.เอ.บี.’ กันต่อมาจนถึงทุกวันนี้
*อ้างอิงจากหนังสือ ‘ชื่อบ้านนามเมืองในกรุงเทพฯ’ โดย ศันย์สนีย์ วีระศิลป์ชัย

ถนนพาหุรัดมาจากไหน เกี่ยวอะไรกับอินเดียหรือเปล่า?

ถนน ‘พาหุรัด’ อยู่ใกล้กับแหล่งขายผ้าที่ขึ้นชื่อที่สุดในประเทศ หรือที่ขนานนามกันว่าลิตเติ้ลอินเดียในเมืองไทยเป็นสถานที่ซึ่งคุ้นหูคุ้นตาเรามาตลอด ชื่อพาหุรัดนั้น หากเปิดพจนานุกรมดูความหมายตรงตัวแล้ว จะแปลว่า ‘กำไลที่รัดแขน’ (น. เครื่องประดับชนิดหนึ่ง สวมรัดต้นแขน, ทองต้นแขน ก็เรียก.) ซึ่งคิดดูแล้วไม่น่าเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตในย่านนี้สักเท่าไหร่ แต่ด้วยความขี้สงสัยของชาวทราเวล จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาข้อมูลมาให้ได้อ่านกัน ว่าแท้จริงแล้ว พาหุรัดนั้นเป็นพระนามของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน์ พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ซึ่งประสูติแต่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ (พระราชมารดาของรัชกาลที่ 6)
ครั้นเมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัยสิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังเยาว์วัย เมื่อพระชันษาเพียง 10 ปี จึงมีการนำพระราชทรัพย์ส่วนหนึ่งของเจ้าฟ้าหญิงพระองค์นี้มาสร้างถนนเป็นพระราชกุศล เนื่องจากในสมัยนั้นเจ้านายชั้นสูงมักนิยมทำบุญด้วยการสร้างถนน สร้างสะพานเพื่อสาธารณะประโยชน์ โดยนิยมตั้งชื่อสถานที่นั้นๆ ตามนามของผู้ที่ประสงค์จะอุทิศส่วนกุศลให้ หรือนามของผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์ ด้วยเหตุนี้ นี่จึงเป็นที่มาของถนนพาหุรัดนั่นเอง

‘คลองแสนแสบ’ ชื่อนี้มาจากไหน แล้วทำไมในเมืองเก่าจึงเรียกว่า ‘คลองมหานาค’

‘คลองแสนแสบ’ คงเป็นชื่อที่คุ้นเคยสำหรับใครหลายๆ คนอย่างปฏิเสธไม่ได้ ไม่ว่าจะเพราะเป็นฉากสำคัญในตำนานรักของขวัญเรียม แถมยังเป็นการคมนาคมสาธารณะที่พาคุณตรงดิ่งจากบางกะปิเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วทันใจแบบไม่ต้องรอสัญญาณไฟจราจร ที่มาของชื่อ ‘แสนแสบ’ มีการสันนิษฐานเอาไว้ 3 แบบด้วยกันคือ
1. “มาจากความปวดแสบปวดร้อนเพราะโดนยุงกัด!”
มาจากหลักฐานบันทึกการเดินทางของนักสำรวจชาวอังกฤษชื่อ ดี.โอ. คิง ที่แสดงให้เห็นว่าคลองแสนแสบแห่งนี้มียุงชุมเป็นอย่างมากนั่นเอง “…คลองนี้ยาวถึง 55 ไมล์ เชื่อมนครกรุงเทพฯ กับแม่น้ำบางปะกง บริเวณที่ราบชนบท…คนพื้นเมืองเป็นคนเชื้อสายมาเลย์…ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรอยู่ก็ตามมือข้างหนึ่งจะต้องใช้ปัดยุงเสมอ…”
2. “เพี้ยนมาจากภาษาเขมร” 
คำนั้นคือคำว่า ‘แสสาบ’ โดยในภาษาเขมร ‘แส’ แปลว่าทะเล ส่วน ‘สาบ’ แปลว่าจืด หรือที่คนไทยยืมมาใช้เรียกทะเลน้ำจืดว่า ‘ทะเลสาบ’ นั่นเอง นอกจากนี้ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ไทยยังกวาดต้อนเชลยชาวเขมรมาตั้งรกรากอยู่ที่ย่านบางกะปิเป็นจำนวนมาก ชาวเขมรจึงอาจเรียกคลองที่ไหลผ่านชุมชนด้วยภาษาของตัวเองว่าแสสาบ จนกระทั่งเพี้ยนมาเป็น ‘แสนแสบ’ อย่างที่เรารู้จักกันก็เป็นได้
3. “เพี้ยนมาจากคำมลายู”
คำนั้นคือคำว่า ‘แซนแญป’ โดยในสมัยรัชกาลที่ 3 ชาวมลายูซึ่งถูกกวาดต้อนมาจากหัวเมืองภาคใต้ได้มาตั้งรกรากอยู่ตามแนวคลอง ด้วยความที่อาศัยอยู่ริมคลองที่ใกล้กับทะเลมาตลอดจึงคุ้นเคยกับกระแสน้ำแรงๆ เมื่อได้มาอยู่ริมคลองที่น้ำนิ่งสงบและไหลช้าเพราะอยู่กลางเมือง จึงเรียกคลองนี้ว่า ‘สุไหงแซนแญป’ ที่หมายถึง ‘คลองที่เงียบสงบ’ (สุไหง แปลว่า คลอง, แซนแญป แปลว่า เงียบสงบ) ต่อมาจึงลดเหลือเพียงแค่แซนแญปและเพี้ยนมาเป็น ‘แสนแสบ’ นั่นเอง
ได้รู้ที่มาของชื่อคลองแสนแสบกันไปแล้ว ทีนี้สงสัยกันไหมคะว่าแล้วทำไมคลองเดียวกันแท้ๆ แต่เวลาไปขึ้นเรือที่ท่าผ่านฟ้าทีไร ป้ายกลับเขียนว่าชื่อ ‘คลองมหานาค’ ซะงั้น แล้วตรงไหนมันคือ ‘คลองมหานาค’ ตรงไหนมันคือ ‘คลองแสนแสบ’ กันแน่
คลองมหานาค เป็นคลองที่ขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 เพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับให้ชาวพระนครได้มาเล่นเพลงสักวากันในช่วงน้ำหลากเหมือนดังคลองมหานาคในกรุงเก่า โดยขุดแยกจากคลองรอบกรุงที่บริเวณเหนือวัดภูเขาทองและสิ้นสุดที่บริเวณวัดบรมนิวาส (ใกล้กับตลาดโบ๊เบ๊ในปัจจุบัน)
โดยต่อมารัชกาลที่ 3 ได้ทรงโปรดเกล้าให้มีการขุด ‘คลองแสนแสบ’ เชื่อมบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยากับลุ่มแม่น้ำบางปะกงเข้าด้วยกันเพื่อขนส่งกำลังพลและเสบียงในช่วงสงคราม โดยเริ่มตั้งแต่ปลายคลองมหานาคบริเวณวัดบรมนิวาสไปจนถึงแม่น้ำบางประกง ดังนั้น ‘คลองมหานาค’ ที่แท้จริงจึงหมายถึงคลองในบริเวณท่าเรือผ่านฟ้าไปจนถึงบริเวณวัดบรมนิวาสเท่านั้นนั่นเอง
*อ้างอิงจาก สุจิตต์ วงษ์เทศ (10 กันยายน 2559). “ลาวกับเขมร ขุดคลองมหานาค ใกล้ป้อมมหากาฬ กรุงเทพฯ”. มติชนออนไลน์.
Shigeharu Tanabe: Historical Geography of the Canal System in the Chao Phraya Delta. In: Journal Of The Siam Society, Vol. 65 Part 2, The Siam Society, Bangkok 1977.

‘สี่กั๊กพระยาศรี’ ชื่อนี้มาจากไหน ใช่สี่แยกรึเปล่า แล้วพระยาศรีคือใคร?

‘สี่กั๊กพระยาศรี’ เป็นสี่แยกจุดตัดระหว่างถนนเจริญกรุง ถนนเฟื่องนคร และถนนบ้านหม้อ ชื่อนี้ได้มาจากคำเรียกตามภาษาจีนแต้จิ๋วคือ ‘กั๊ก’ แปลว่า แยก ส่วนคำว่า สี่ ก็หมายถึงเลข 4 (ในภาษาจีนแต้จิ๋ว เลข 4 นั้นออกเสียงตรงกับคำไทย) ชาวจีนในสมัยนั้นนิยมเรียกสามแยกว่า ซากั๊ก และเรียกสี่แยกว่า สี่กั๊ก เมื่อบริเวณจุดตัดของสี่แยกนั้นอยู่ใกล้กับบ้านของพระยาศรีสหเทพ (ทองเพ็ง) สี่แยกนี้จึงถูกเรียกว่า ‘สี่กั๊กพระยาศรี’ ตามชื่อพระยาท่านนี้ ซึ่งเป็นหัวหน้าของชาวมอญที่ตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณริมคลองคูเมืองเดิม ใกล้กับเมื่อสมัยรัชกาลที่ 3 พระยาศรีสหเทพได้รวบรวมแรงงานชาวมอญมาช่วยกันก่อสร้างสะพานข้ามคลองคูเมืองเดิมซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแยกนี้สักเท่าไหร่นัก จึงทำให้ต่อมาผู้คนจึงเรียกสะพานดังกล่าวว่า ‘สะพานมอญ’ นั่นเอง
*อ้างอิงจาก ‘ที่มาของชื่อ สี่กั๊กพระยาศรี’ นิตยสารสกุลไทยรายสัปดาห์. จุลลดา ภักดีภูมินทร์

‘ถนนลูกหลวงและถนนหลานหลวง’ มาจากลูกใคร หลานใคร?

ที่มาของชื่อถนนทั้งสองสายนี้ไม่ซับซ้อน แถมยังตรงตัวแบบสุดๆ เพราะมาจากสถานที่ซึ่งถนนทั้งสองสายนี้ตัดผ่านในอดีต
ถนนหลานหลวง นั้นตัดผ่านบริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของวังทั้ง 6 แห่งของพระเจ้าหลานเธอ 6 พระองค์ ซึ่งมีศักดิ์เป็น ‘หลาน’ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้แก่
– วังกรมหมื่นอนุพงศ์จักพรรดิ์
– วังกรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์
– วังหม่อมเจ้าดนัยวรนุช
– วังหม่อมเจ้าดรุณอัยวัฒน
– วังหม่อมเจ้าปิยบุตร
– วังหม่อมเจ้าทศสิริวงศ์
ดังนั้นคำว่า หลานหลวง จึงมีที่มาจากการที่ถนนนั้นตัดผ่านวังของ ‘หลานในหลวงรัชกาลที่ 5’ นั่นเอง ถนน ‘ลูกหลวง’ ก็เช่นกัน คือมาจากการที่ถนนเส้นนี้ตัดผ่านวังของพระเจ้าลูกยาเธอในรัชกาลที่ 5 หลายพระองค์ เช่น วังลดาวัลย์หรือวังแดง ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ (ผู้ทรงเป็นต้นราชสกุลยุคล) วังนางเลิ้งของพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือที่ทุกคนรู้จักในฐานะ ‘องค์บิดาของทหารเรือไทย’ เป็นต้น
*อ้างอิงจากหนังสือ ชื่อบ้านนามเมืองในกรุงเทพ โดย ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย

ตรอกถั่วเพาะ เพราะอะไร?ใครผ่านไปทางวงเวียน 22 กรกฎาคม น่าจะเคยเห็นป้ายชื่อตรอกชื่อแปลก อย่าง ‘ตรอกถั่วเพาะ’ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสันติภาพ แล้วก็คงสงสัยว่าชื่อนี้ได้แต่ใดมา ถั่วอะไรกันนะที่เขาเพาะกัน เราจึงไปแอบถามนักประวัติศาสตร์ชุมชนคนในพื้นที่อย่างอาจารย์เจริญ ตันมหาพราน ได้ความว่า สมัยก่อนแถวนี้เป็นถิ่นของคนจีน ปลูกถั่วงอกกันเป็นล่ำเป็นสัน ต่อมาไฟไหม้ครั้งใหญ่บ้านเรือนเดิมๆ จึงหายไป มีการปลูกตึก สร้างวงเวียน วิถีชีวิตแบบเดิมๆ จึงเปลี่ยนไปจนเหลือเพียงชื่อเท่านั้น เหตุที่เรียกว่า ‘ถั่วเพาะ’ นั้น เพราะเป็นคำสุภาพของ ‘ถั่วงอก’ จึงนำมาใช้เป็นชื่อทางการของย่านนี้ แต่ไม่ไกลกันจะมีตรอกเล็กๆ อีกตรอกที่มีป้ายเล็กๆ เขียนว่า ‘ตรอกถั่วงอก’ อยู่ด้วย

 


 

523
VIEWS

Trawell

กูรูเรื่องเมืองเก่า ที่เก็บสิ่งละอันพันละน้อยบนเกาะรัตนโกสินทร์มาเล่าให้ทุกคนฟัง