A BOOK WITH NO NAME

Posted on สิงหาคม 7, 2018 in Guide

“คนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด” วาทกรรมที่เคยถูกพูดถึงจนทำให้หลายคนมองว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อย แท้จริงมันกลับเป็นเพียงมายาคติที่ไม่มีข้อมูลใดมารองรับสักนิด และผลสำรวจการอ่านล่าสุดปี พ.ศ. 2558 ก็ชี้ให้เห็นแล้วว่าคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ย 66 นาทีต่อวันต่างหากถึงแม้ว่าการอ่านหนังสือจะไม่ได้ลดน้อยลง แต่การอ่านบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ก็เพิ่มขึ้น จนสื่อสิ่งพิมพ์ค่อยๆ ลดลง โบกมือลาปิดตัวลงบ้าง อัตราการผลิตลดลงบ้าง แต่ใครเล่าจะเชื่อว่าภายใต้ความขมขื่นของสภาวะนี้ กลับมีคนที่เชื่อมั่นในหนังสือ เชื่อในตัวอักษรที่ร้อยเรียงอยู่บนกระดาษ จนลุกขึ้นทุบกระปุกเปิดร้านหนังสือ พร้อมแรงบันดาลใจกับความชอบอันล้นเหลือที่พวกเขามี จนกลายเป็น A Book with No Name ร้านหนังสืออิสระใจกลางย่านสามเสนแห่งนี้
พื้นที่ขนาดสองห้องแถวที่เป็นทั้งคาเฟ่และร้านหนังสือในคราเดียว ร้านซึ่งเปรียบตัวเองเป็นสะพานที่ทำให้ผู้อ่านได้พบกับหนังสือ สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นจากความรักหนังสือของเขา และความชอบกาแฟของเธอ
“ชีวิตนี้ทำอะไรเพราะความชอบล้วนๆ เลย เรียนโบราณคดีเพราะความชอบ แต่ไม่ได้คิดว่าจบมาต้องทำงานอะไร” แม้พี่โดนัท-งามแสนหลวง สิงห์เฉลิม หนึ่งในเจ้าของร้าน จะเป็นสาวโบราณคดีสุดติสท์ แต่เมื่อได้ไปลองชิมกาแฟอย่างจริงจังที่ร้าน ‘Gallery กาแฟดริป’ หอศิลป์ กทม. สมัยอยู่ปี 1 ได้เห็นได้ชิมกาแฟดริป ก็เริ่มหลงรักและชื่นชอบในกาแฟทำให้เธอเกิดความคิดอยากจะทำกาแฟเป็น จึงเริ่มต้นเก็บเล็กผสมน้อย เรียนรู้การทำกาแฟจากการทำพาร์ทไทม์ในร้านกาแฟเจ้าดังนานถึง 3 ปี และหากนักเดินทางไปเที่ยวเพื่อสะสมไมล์ฉันใด เธอก็ทำทุกอย่างเพื่อสะสมความรู้เรื่องกาแฟฉันนั้น เพราะหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย เธอก็เลือกทำงานเป็นฝ่ายนำเข้ากาแฟของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งทำให้เธอได้รู้ทุกกระบวนการทำกาแฟ ตั้งแต่เริ่มปลูกจากต้นกล้าจนมาอยู่ในถ้วยกาแฟเลย
“เราไม่เชื่อว่ามันตาย ยังไงมันก็ยังมีคนที่หลงใหลในหนังสือเล่มอยู่ มันจับต้องได้ มันสัมผัสได้ ไม่เหมือนหน้าจอโทรศัพท์” คำพูดจาก “พี่กา-วิทยา ก๋าคำ” หนึ่งในเจ้าของร้านบอกกับเราอย่างเชื่อมั่น เขามองว่าสิ่งพิมพ์ไม่มีวันตายและเชื่อมั่นว่าด้วยเสน่ห์ของหนังสือแล้วย่อมมีคนอ่านเสมอ โดยเขาเป็นหนอนหนังสือที่หลงรักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจตั้งแต่สมัยวัยหัวเกรียน เริ่มจากการอ่านวรรณกรรมไทย วรรณกรรมแปล ซึมซับตัวอักษรบนกระดาษไปจนถึงวรรณกรรมคลาสสิก ด้วยความที่เรียนจบด้านจิตรกรรมมานั้น การอ่านหนังสือยิ่งมีส่วนช่วยให้เขาได้วิธีคิด อารมณ์ ความรู้สึกไปใช้ในงานศิลปะเช่นกัน เขายังบอกติดตลกด้วยว่า “น่าจะมีอาชีพอ่านหนังสือเนอะ”
เมื่อความชอบในกาแฟและความรักในหนังสือมาเจอกัน พื้นที่สุดแสนลงตัวจึงได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นสะพานส่งต่อตัวอักษร น้ำหมึก ที่ถูกพิมพ์ลงบนกระดาษ ของหนังสือเนื้อหาดีๆ ที่คัดสรรโดยพี่กา ส่งต่อเครื่องดื่มรสชาติดีซึ่งเกิดจากความชอบ ความพยายามและใส่ใจของพี่โดนัทที่จะเสิร์ฟให้กับผู้มาเยือน และสิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษกว่าการเป็นแค่ร้านคาเฟ่ควบร้านหนังสือก็คือ พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นเหมือนพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการอ่านและการใช้ชีวิตให้กับลูกค้าบางคนได้เป็นอย่างดี ทั้งยังได้แรงสนับสนุนจากนักเขียนที่แวะเวียนมานั่งอ่านบ่อยๆ อีกด้วยพื้นที่อันเต็มไปด้วยบรรยากาศจากการตกแต่งที่เป็นตัวของตัวเอง ยิ่งทำให้รู้สึกสบาย สงบ และสุขในที่แห่งนี้ ยิ่งได้พูดคุยสักเล็กน้อยหรือแค่หารือเรื่องเมนูก็สัมผัสได้ถึงความเป็นกันเองของพวกเขาแล้ว หากมีเวลาว่าง เราว่าไม่ควรพลาดที่จะแวะไปเยี่ยมเยียน หาหนังสือดีๆ สักเล่มไปอ่าน หรือจะไปเลือกซื้อสักเล่มที่ถูกใจก็ย่อมได้ หรือแม้แต่ไปนั่งพักใจในสถานที่แห่งนี้ก็คงทำให้วันนั้นมีช่วงเวลาดีๆ เกิดขึ้นได้แน่นอน
แรงบันดาลใจก่อนที่จะตกลงปลงใจเปิดร้านแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อได้อ่านหนังสือ ‘ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ’ แปลจาก Time Was Soft There: A Paris Sojourn at Shakespeare & Co. ของ Jeremy Mercer ซึ่งพูดถึงเรื่องราวของร้านหนังสืออันเป็นที่หลงใหลของนักอ่านทั่วโลกอย่างร้าน Shakespeare & Company แห่งเมืองปารีส โดยหนังสือเล่มนี้มอบแรงบันดาลใจให้กับพี่กาตั้งแต่อ่านจบ “มันทำให้เราอยากมีร้านหนังสือแบบนี้บ้างจริงๆ” จนวันนี้แรงบันดาลใจนั้นได้ถูกเติมต่อจนกลายมาเป็นสะพานที่เชี่อมให้คนและหนังสือได้มาพบกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องน่าห่วงกับธุรกิจการเปิดร้านขายหนังสือในสภาวะสิ่งพิมพ์ค่อยๆ ปิดตัวลง แต่เชื่อไหมพวกเขาทั้งคู่ไม่หยุดก่อความฝันเล็กๆ นี้ขึ้นเลย แถมยังได้แรงเชียร์สนับสนุนจากทั้งเพื่อนนักอ่านและนักเขียนอีกต่างหากหากถามถึงชื่อร้านของ A book with no name หลายคนที่ชอบเพลงคลาสสิกยุค 70s ก็คงจะคลับคล้ายคลับคลากับเพลง A horse with no name ของวง America เพราะในระหว่างที่กำลังคิดชื่อร้านในเช้าวันหนึ่ง จู่ๆ เพลงนี้ก็ลอยอยู่ในหัว และด้วยเนื้อหาเพลงที่พูดถึงการเดินทางในทะเลทราย สำหรับพวกเขาร้านแห่งนี้ก็เป็นการเดินทางที่มีสื่อกลางเป็นหนังสือเช่นกัน“ฉันน่ะ รู้ตั้งแต่ From Bean to Cups (หัวเราะ)” เพราะความชอบและพยายามศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับกาแฟตั้งแต่เป็นพนักงานพาร์ทไทม์ จนทำงานฝ่ายนำเข้ากาแฟบริษัท ปากซองไฮแลนด์ จำกัดเป็นอาชีพหลัก ด้วยประสบการณ์ที่รู้จักกาแฟตั้งแต่ต้นกล้าจนถึงขั้นอยู่ในถ้วย ทำให้พี่โดนัทเปิดร้านเล็กๆ แห่งนี้เพื่อส่งต่อความชอบให้กับผู้เยี่ยมเยียนเป็นอาชีพรอง และกว่าจะออกมาเป็นเครื่องดื่มหนึ่งแก้ว พี่โดนัทจะใส่ใจและพิถีพิถันตั้งแต่คัดสรรพันธุ์กาแฟอย่างดีด้วยตัวเองนอกจากจะมีเมนูกาแฟแล้ว พี่โดนัทยังลองคิดค้นเมนูใหม่อยู่เรื่อยๆ ผสมผสานสิ่งที่ชอบลงไปในเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นเมนู Espresso Nutella กาแฟรสเข้มบวกกับความหวานของช็อกโกแลตนูเทลล่า หรือจะเป็น Flower blossom น้ำโซดามะนาวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ ไม่ว่าจะชอบดื่มกาแฟหรือไม่ชอบ ที่นี่ก็มีเมนูให้เลือกหลากหลายสไตล์กันเลย“ไม่อยากทำร้านให้เป็นแพทเทิร์นร้านกาแฟทั่วไป จึงทำให้แต่ละอย่างที่มันแตกต่างกันสามารถอยู่ด้วยกันได้”
ทุกวันนี้เราเห็นคาเฟ่เปิดตัวขึ้นมากมาย การแสดงความแตกต่างด้วยเอกลักษณ์ความเป็นตัวเองของร้านอาจจะช่วยให้อยู่รอดขึ้นได้ ซึ่งร้าน A book with no name ตอบโจทย์นี้ด้วยความเรียบง่าย แต่ละโต๊ะจะประกอบด้วยโต๊ะ เก้าอี้คนละชุดกัน เพราะทางร้านจะนิยมใช้เฟอร์นิเจอร์เก่าๆ ไม้ มาตกแต่ง ทำให้เฟอร์นิเจอร์มักจะมาจากหลายที่หลายแหล่ง บางอันมาจากคนอื่นเอามาทิ้งไว้ พวกเขาก็เอามาทำใหม่ ลอกไม้ที่เปื่อยออก วาดลวดลายลงไป แล้วนำผ้ามาปูด้านบนให้สวยงามน่านั่ง เรียกได้ว่าการตกแต่งร้านแห่งนี้นิยมใช้สิ่งของที่แตกต่าง ทว่ามันกลับดูเข้ากันได้อย่างลงตัว“อาจเพราะเราเรียนด้านศิลปะมาเราเลยรู้ว่าของชิ้นนี้มันควรจะอยู่ตรงไหน เข้ากับอะไร จัดไปจัดมาจนมันลงตัว ก็สนุกดีนะ แล้วมันก็ทำให้เราอยากปรับตลอดเวลา” ความสนุกอันเป็นเอกลักษณ์ของร้านอย่างหนึ่งคือ พี่กาจะชอบปรับเปลี่ยน ย้ายนู่น ย้ายนั่นไปเรื่อย เรียกว่าจัดร้านใหม่อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก็คงจะสนุกดีสำหรับผู้เยี่ยมเยียนอย่างเราๆ เหมือนกันนะที่จะได้ลุ้นว่าวันนี้อะไรจะเปลี่ยนไปบ้างหรือเปล่า : )การคัดเลือกหนังสือวางที่ร้านนั้นพี่กาจะรับหน้าที่เป็นคนเลือก โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นหนังสือวรรณกรรมไทยและวรรณกรรมแปล ที่ผ่านสายตาการอ่านของพี่กามาแล้วเกือบทั้งสิ้น เพราะเป็นหนังสือพี่กาเชื่อว่ามันดีและอยากให้คนได้อ่าน แม้จะเป็นแนวที่ค่อนข้างอ่านยากแต่ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย และน่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการเริ่มอ่านวรรณกรรมคลาสสิกระดับขึ้นหิ้งสำหรับใครๆ หลายคน โดยนอกจากวรรณกรรมแล้วทางร้านก็ได้เพิ่มหนังสือที่อ่านง่ายขึ้น เช่น หนังสือภาพวาดการ์ตูนสุดน่ารักของนักเขียนปลายปากกาอย่างมุนินฺ ให้เลือกซื้อกันอีกด้วยหนังสือจะรับมาจากสำนักพิมพ์เล็กๆ หรือติดต่อกับนักเขียนโดยตรง ซึ่งตอนนี้จะมีหนังสือของ สำนักพิมพ์สมมติ กำมะหยี่ และ10 มิลลิเมตร โดยในอนาคตจะพยายามเพิ่มหนังสือเข้ามาเรื่อยๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไปเมื่อเปิดประตูเข้าไปเราอาจเจอ ‘น้องสิงห์’ แมวลายเสือตัวน้อยคอยนั่งต้อนรับอยู่บนเก้าอี้ไม้ภายในร้านที่ตกแต่งแบบสบายๆ บรรยากาศที่อบอุ่นเหมือนอยู่บ้านทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และเต็มไปด้วยของตกแต่งน่ารักๆ อย่างขวดเบียร์คราฟต์ รูปปั้น ภาพศิลปะ ต้นไม้ ไปจนถึงหนังสือเล่มที่วางขายส่วนที่นั่งมีให้เลือกหลากมุม หลายแบบ จะนั่งแบบแก๊งสี่คนด้วยโต๊ะไม้ นั่งจ้องตากันสองคนบนโซฟาหนัง หรือนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ คนเดียวที่โต๊ะทำงานเก่าสุดคูลก็ย่อมได้ เปิดเพลงคลอเบาๆ พร้อมชมวิวถนนสามเสนในวันพักผ่อน อะไรล่ะจะดีไปกว่านี้
‘still believe books’ เป็นคำที่ปรากฎขึ้นตั้งแต่หน้าประตูร้าน สิ่งที่ชัดเจนคือความเชื่อมั่นในหนังสือ ตราบใดที่คนทำหนังสือยังคงมีอยู่ คนอ่านที่ต้องการสัมผัสเนื้อกระดาษยังคงตามหาหนังสืออยู่ พวกเขาคือสะพานที่นำพาให้สิ่งเหล่านี้ได้มาเจอกัน
‘Espresso Mojito’ เพราะไม่ค่อยมีใครทำเมนูนี้มากนัก ทางร้านจึงพร้อมเสิร์ฟกาแฟรสเปรี้ยวซ่า ด้วยกาแฟเอสเปรซโซ่ที่มาพร้อมมะนาว โซดา น้ำตาลและใบสาระแหน่ เมื่อดื่มจะได้รสชาติความขมของกาแฟเล็กๆ โดยมีความเปรี้ยวซ่าตามมาติดๆ แนะนำว่าให้คนจนน้ำตาลละลายก่อนดื่มนะจะได้กลมกล่อม อยากบอกว่าเมนูนี้เกิดมาเพื่อคนที่ไม่ชอบกาแฟใส่นมและต้องการความตื่นตัวมากๆ ทั้งความคุณสมบัติของกาแฟและความเปรี้ยวของมะนาว รับรองว่าตื่น!
‘Espresso Nutella’ เมนูสุดโปรดปรานของพี่โดนัท เพราะชอบนูเทลล่าจึงพยายามนำมาผสมผสานให้เข้ากับกาแฟ จนเกิดเมนูนี้ขึ้น รสชาติของกาแฟเข้มๆ ตัดกับความหวานของนูเทลล่าช่างเข้ากันได้พอดิบพอดี ไม่หวานหรือขมจนเกินไป เรียกว่าคล้ายกับมอคคา แต่มีความเข้มข้นช็อกโกแลตนูเทลล่าที่พิเศษ เนี่ยแค่หน้าตาก็ชวนน้ำลายไหลแล้ว ไม่สั่งไม่ได้นะ‘Butter Beer’ ชื่อแสนคุ้นเคยเหมือนกับเราไปสั่งที่ ‘ร้านไม้กวาดสามอัน’ ในเรื่องแฮรี่ พอตเตอร์ แต่ของที่นี่จะไม่ใส่แอลกอฮอล์เพื่อให้ดื่มง่ายเหมาะกับทุกวัย โดยจะเป็นนมปั่น ที่ราดด้วย Salted Caramel พร้อมด้วยวิปครีมที่ไม่หวานมาก โรยคุกกี้หยาบปิดท้ายให้เคี้ยวกรุบๆ เพลินๆ กันไปเลย‘Flower Blossom’ หลังเจอน้ำเชื่อมที่หอมไปด้วยกลิ่นดอกไม้ แล้วถ้าเป็นเมนูเครื่องดื่มจะหอมขนาดไหน  จึงเกิดเป็นเมนูโซดาขึ้น นอกจากจะหอมไปด้วยน้ำเชื่อมกลิ่นดอกไม้แล้ว ยังมีกลีบดอกกุหลาบใส่ให้ได้สัมผัสความสมจริงของดอกไม้ชัดขึ้น เมนูสำหรับอยากเป็นแนวจากกาแฟที่ต้องการความซ่าสดชื่น ด้วยรสหวานอมเปรี้ยวของเมนูนี้‘Orangepresso’ กาแฟเอสเปรสโซ่สุดเข้ม ผสมผสานกับน้ำส้มสด เมนูที่น้อยนักที่จะมีตามคาเฟ่ทั่วไป หากต้องการดื่มกาแฟที่ไม่ขมมาก แถมยังได้รสหวานอมเปรี้ยวของส้ม เมนูนี้ก็คู่ควรที่จะสั่งมาชิมกันนี่เป็นโต๊ะทำงานของพี่กาที่เต็มไปด้วยหนังสือ และเครื่องเขียนเล็กน้อยๆ เพราะนอกจากจะเปิดร้านแล้วพี่กายังรับสอนศิลปะอีกด้วยนะ ในวันที่เราไปแล้วโชคดีได้เห็นนักเขียนเจ้าของผลงาน ‘ร้านหนังสือแมวฮกเกี้ยน’ และ ‘หลังจากนั้นความรักและความตายกลายเป็นสิ่งสามัญ’ แวะเวียนมาเช่นกัน ไม่แน่วันที่คุณไปก็อ่านได้นั่งข้างๆ นักเขียนคนโปรดก็ได้ความฝันเล็กๆ ของเขาและเธอ กำลังเติบโตขึ้นทีละเล็ก ทีละน้อย เราเชื่อว่าพวกเขาจะเติบโตได้อย่างสวยงาม และเป็นแรงบันดาลใจที่ช่วยกระตุ้นความฝันของใครหลายคนให้เริ่มทำความฝันของตัวเองให้ชัดเจนขึ้นได้เป็นอย่างดี
“ดีใจที่ได้ทำให้มันเป็นรูปเป็นร่างขึ้น มีคนวงการหนังสือสนับสนุน มีนักเขียนมานั่งที่ร้าน มีลูกค้ามาขอบคุณที่มาเปิดร้านหนังสือแถวนี้ บางทีแค่นี้ก็หายเหนื่อยแล้ว” พี่กากล่าว
“รู้สึกดีใจที่ได้ทำร้าน ร้านนี้จะใช้อะไร จะชงอะไรมันเป็นอย่างที่ฉันชอบ” พี่โดนัทกล่าว
“ขอบคุณที่ช่วยให้เราเปิดลิ้นชักความฝันและเจอความฝันเล็กๆ ที่เคยคาดหวังไว้นานแล้วให้กลับมาอีกครั้ง” เรากล่าวเองเมื่อได้มาที่ร้านนี้ 🙂
แวะไปเยี่ยมเยียน A Book with No Name กันได้ตลอด ตั้งแต่ 11.00-22.00 น. แต่จะหยุดวันอังคารและพฤหัสบดีนะ อย่าเผลอไปเชียว เดินทางไปที่ร้านได้ง่ายๆ ด้วยรถเมล์สาย 3 9 16 30 32 33 49 65 66 505

631
VIEWS

Trawell

กูรูเรื่องเมืองเก่า ที่เก็บสิ่งละอันพันละน้อยบนเกาะรัตนโกสินทร์มาเล่าให้ทุกคนฟัง