AFTER LIFE

Posted on สิงหาคม 14, 2018 in Guide

“คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย” คงจะเป็นวลีที่อธิบายวีรกรรมขนหัวลุก ในวัยแก่นเซี้ยวหัวเกรียนของใครหลายคน ย้อนกลับไปในค่ำคืนที่ออกตามหาสิ่งลี้ลับ ท้าทายสิ่งที่มองไม่เห็น หรือจะบอกว่าทดลองสวมบทเป็นพี่ป๋อง กพล ออกไปล่าท้าผีกับเพื่อนฝูงกันหน่อย ด้วยวัยที่อยากรู้อยากลองทุกสิ่งอย่างบนโลกใบนี้ การบิดมอเตอร์ไซค์คู่ใจไปเยือนสุสานหรือป่าช้าใกล้บ้านยามราตรีกับเพื่อนๆ เนี่ยแหละ คือสิ่งที่ต้องบรรลุหลักสูตรให้จงได้!
จากวีรกรรมวัยเด็กที่กลายเป็นเพียงความทรงจำ แต่สิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในวันนี้คือ ภาพมุมมองสุสานไทยซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัว ชวนขวัญผวา และไม่ควรย่างก้าวไปลบหลู่ หากไม่ได้ไปไหว้รำลึกถึงคนสำคัญที่ล่วงลับก็คงไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องเข้าไปทว่าสุสานแต่ละแบบ อาจมีรูปร่าง รูปทรง สภาพแวดล้อม ที่ตั้งที่ทำให้เมื่อเอ่ยคำว่าสุสานเมื่อไหร่ก็ชวนขนลุกเมื่อนั้น แม้สิ่งที่มองไม่เห็นอาจจะเคยทำให้เราหลายคนกลัว แต่หากลองปิดตาคู่เดิมที่เคยมอง เคยเชื่อ แล้วเปิดตาคู่ใหม่มองว่ามันเป็นสถาปัตยกรรมแห่งการระลึกถึงที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อให้เราได้บันทึกความทรงจำของคนสำคัญผู้ลาจากไป อาจจะช่วยทำให้เราได้เห็นสุสานในมุมมองใหม่ที่ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดก็ได้นะ

สุสานโปรแตสแตนท์ ความงดงามในความน่ากลัว 
ศาสนาคริสต์ มีนิกายมากมาย ที่เราดูจะรู้จักมักคุ้นหน่อยก็คงเป็นโรมันคาทอลิก ออร์โธดอกซ์ รวมถึงนิกายโปรแตสแตนท์ ซึ่งแม้จะแตกต่างกันทั้งความเป็นมา ความเชื่อ พิธีกรรม การปฏิบัติตน ฯลฯ แต่ความ ‘เชื่อในพระผู้เป็นเจ้า เชื่อในพระเยซู’ นั้นเป็นสิ่งเดียวที่หลายนิกายเห็นพ้องต้องกัน สำหรับผู้นับถือนิกายโปรแตสแตนท์ ชีวิตหลัง ‘ความตาย’ คือการได้ไปอยู่กับบุคคลผู้เป็นที่รักและศรัทธาอย่างพระผู้เป็นเจ้าบนสวรรค์ถาวร ที่ดูแล้วลึกซึ้งยิ่งใหญ่กว่าตอนมีชีวิตเสียอีก กฎเกณฑ์และขั้นตอนในการประกอบพิธีกรรมจึงเรียบง่ายและรวดเร็ว เพราะความตายนั้นเป็นเพียงแค่ทางผ่านไปสู่การตื่นอันเป็นนิรันดร์บนสรวงสวรรค์เท่านั้นเอง นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เรามายืนอยู่บนพื้นที่เล็กๆ อันรายล้อมไปด้วยหลุมศพของผู้คนมากหน้าหลายตา ณ ที่แห่งนี้  ‘สุสานโปรแตสแตนท์’ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ถ้าถามว่ายาวนานขนาดไหน ก็ยาวนานขนาดที่ว่ามีหลุมศพของคนสำคัญอย่าง ‘หมอบลัดเลย์’ ผู้บุกเบิกทางการแพทย์และวงการพิมพ์ให้แก่สยามตั้งอยู่ด้วย จนถึงตอนนี้ผู้คนต่างแวะเวียนมาเคารพอนุสรณ์แห่งความนึกถึงที่ถูกฝังภายใต้ผืนดิน ด้วยดอกไม้ พวงหรีดแห่งความอาลัยอย่างไม่ขาดสาย

เมื่อเดินชมโดยรอบจะเห็นหลุมศพ ทั้งแบบที่ฝังลงผืนดินแล้วปักด้วยป้ายเรียบง่าย เป็นโลงศพยกสูงขึ้นมาเหนือผืนดิน ตกแต่งปิดด้วยไม้กางเขนด้านบน หรือสร้างเป็นโลงสูงใหญ่ไปเลย นอกจากบอกข้อมูลผู้ตายป้ายหลุมศพก็ยังมีข้อความไว้อาลัยให้พึงระลึกถึงผู้ล่วงลับไปแล้ว การออกแบบที่แตกต่างกันไปของแต่ละป้ายก็ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบสุดๆ ตั้งแต่ป้ายโค้งหินอ่อนธรรมดา ป้ายที่ตกแต่งด้วยปูนปั้นรูปใบหน้าของผู้ที่จากไป ปูนปั้นเป็นสัญลักษณ์ที่มีความหมายต่อผู้ล่วงลับไปแล้ว รั้วพร้อมแผ่นหินสุดมินิมอล ไปจนถึงหลุมที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโกธิกสูงใหญ่ตระการตาจนแทบไม่อยากเชื่อว่านี่คือหลุมศพ
พื้นที่สุสานที่มีความแตกต่างของรูปทรง รูปร่าง เล็กใหญ่ มากน้อย สลับกันไปมาทั้งหมด กลายเป็นจุดที่ทำให้สถานที่แห่งนี้น่าสนใจมากกว่าเป็นเพียงสถานที่แห่งการระลึกถึง เราได้เห็นถึงอิสระในการแสดงออก ความงดงามหลากหลายแง่มุม ความแตกต่างของสถาปัตยกรรมแห่งความตายที่เกิดขึ้นบนหลุมศพของชาวคริสเตียนที่อาจช่วยกลบฝังความกลัวลงไปได้ไม่น้อยเลย
แม้แวบแรกที่ได้เห็นสุสานเล็กๆ แห่งนี้ จะสร้างความตะลึงในสถาปัตยกรรม และส่งเสียงร้องว้าวในใจได้ไม่หยุด ทว่าความสงบเงียบของสุสานกลับทำให้จิตใจนิ่งสงบราวกับได้อยู่กับตัวเองชั่วครู่ พลางนึกถึงสัจธรรมแห่งชีวิตอันไม่แน่นอน ซึ่งล้วนจะต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว สถานที่แห่งการระลึกถึงใครบางคนอาจทำให้เราได้ระลึกถึงตัวเองไปพร้อมๆ กัน แน่นอนว่าไม่ใช่สถานที่ที่ใครจะมาเริงร่า แต่หากมาเดินสัมผัสความรู้สึกงดงามไปพร้อมกับความรู้สึกสงบก็น่าลองมาชมสักครั้ง
สุสานโปรแตสแตนท์ ตั้งอยู่บนซอยเจริญกรุง 64 ใกล้กับเอเชียทีค เดินทางไปถึงได้ด้วยรถเมล์สาย 1, 35, 80 เรือด่วนเจ้าพระยาขึ้นที่ท่าวัดราชสิงขร พิกัดสถานที่ 13.706315, 100.505524

สุสานไทย ยิ่งใกล้วัดยิ่งดี เมื่อพูดถึงสุสานแบบไทยๆ ใครหลายคนอาจจะขนหัวลุกล่วงหน้าไปก่อนซะแล้ว เพราะภาพจำที่เราจะนึกถึงตามมามักเป็นป่าช้ารกร้างแสนวังเวง แถมเรื่องเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่มองไม่เห็นก็ยังทวีคูณความน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก แต่เมื่อเราได้มีโอกาสลองเดินสำรวจสุสานของวัดต่างๆ ในเขตเมืองเก่า เราก็พบว่าในปัจจุบันนั้นมีการจัดวางเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้นด้วยการนำอัฐิไปไว้ตามกำแพงด้วยแพทเทิร์นเดียวกัน บางวัดอาจสร้างห้องไว้เก็บอัฐิโดยเฉพาะไปเลย หรือจะเก็บตามเสาไฟหรือสิ่งของภายในวัด ไม่เว้นแม้แต่ฐานพระพุทธรูปก็กลายเป็นที่เก็บอัฐิได้เหมือนกัน อาจจะพอช่วยลดความน่ากลัวของสุสานในภาพทรงจำลงได้บ้างแหละ!แถวย่านนางเลิ้งก็มีสุสานไทยน่าสนใจอย่าง ‘วัดแค นางเลิ้ง’ แถมยังมีอนุสรณ์รำลึกถึงพระเอกหนังไทยตลอดกาลอย่าง ‘มิตร ชัยบัญชา’ ที่เต็มไปด้วยดอกไม้จากแฟนคลับรุ่นเดอะ รุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังมีเอกลักษณ์ด้วย ‘ช่องเก็บอัฐิ’ บนกำแพงซึ่งไล่เรียงอย่างมีระเบียบด้วยรูปร่างที่คล้ายกันเกือบหมด ทำให้ที่เก็บอัฐิกำแพงที่วัดนี้มีมิติและน่าสนใจไปอีกแบบวัดสุนทรธรรมทาน (วัดแค นางเลิ้ง) ตั้งอยู่บนถนนพะเนียง ใกล้กับบ้านนราศิลป์ เดินทางไปถึงได้ด้วยรถเมล์สาย 2 8 15 37 44 47 49 53 59 60 79 511 A4 และ S1 เรือคลองแสนแสบท่าผ่านฟ้า แล้วเดินย้อนกลับไปตามถนนนครสวรรค์ พิกัดสถานที่ 13.757400, 100.511554

เดินขยับแข้งขาออกจากวัดแคนางเลิ้งมาไม่นานนัก ก็จะเจอวัดอีกแห่งที่เต็มไปด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ และจิตรกรรมฝาหนังอันงดงาม ‘วัดโสมนัสวิหารราชวรวิหาร’  ซึ่งวัดนี้นิยมนำอัฐิไปเก็บใต้ฐานพระพุทธรูป หลวงพี่ที่วัดเล่าว่า สมัยก่อนคนไทยนิยมเก็บอัฐิไว้ที่บ้านมากกว่า ด้วยความเชื่อว่าบรรพบุรุษที่ล่วงลับจะช่วยปกป้องคุ้มครองลูกหลานได้ แต่สมัยนี้ผู้คนเปลี่ยนใจหันไปฝากอัฐิไว้ที่วัดกันมากกว่าซะอย่างนั้น เพราะเชื่อว่าวิญญาณคนที่เรารักอยู่กับวัด ใกล้พระเข้าไว้จะได้เป็นบุญเป็นกุศล บ้างก็เชื่อว่าไว้ที่บ้านจะมีสิ่งที่มองไม่เห็นให้เราขวัญผวาทุกค่ำคืน ทางออกที่ดีที่สุดคือสถานที่พึ่งพาทางใจอย่างวัดนี่แหละ
แต่ไม่ว่าจะที่เก็บอัฐิรูปแบบใดก็ล้วนเป็นเครื่องช่วยกระตุ้นความระลึกนึกถึงคนที่จากไปแล้วให้ผู้ที่ยังต้องใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี และยังเปรียบเสมือนบ้านหลังใหม่ของคนที่เรารักอีกด้วย โลกใบเก่าที่เราหลายคนมองว่าน่ากลัวนั้น หากมองถึงความเป็นจริงก็อาจไม่ได้มีอะไรที่ ‘เห็น’ ว่าน่ากลัวสักหน่อยวัดโสมนัสวิหารราชวรวิหาร ตั้งอยู่บนถนนกรุงเกษม ใกล้กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางไปถึงได้ด้วยรถเมล์สาย 2 8 15 37 44 47 49 53 59 60 70 79 157 171 183 503 509 511 A4 และ S1 พิกัดสถานที่ 13.760646, 100.510625

สุสานหลวง ความอลังการอันหลากหลาย
ทุกคนล้วนต้องเผชิญหน้ากับความตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะหญิงจะชาย จะเด็กหรือผู้ใหญ่ หรือแม้แต่ระดับชนชั้นต่างกัน ก็ล้วนหนีความจริงข้อนี้ไม่พ้น เราคงจะเห็นอนุสรณ์หลังความตายของสามัญชนคนธรรมดาจนคุ้นตาไปแล้ว ที่เก็บกระดูกตามกำแพงเอย ตามเจดีย์หลังวัดเอย แล้วถ้าเป็นพระราชวงศ์ชนชั้นสูงนั้นจะเป็นอย่างไรนะ หากเดินผ่านไปแถววัดราชบพิธฯ ก็จะสังเกตเห็นสถาปัตยกรรมสูงสง่ามากมายจนหลายคนคงคิดไปว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัดที่ไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ เพราะเราก็เคยคิดเช่นนั้นเช่นกันเมื่อเดินผ่าน แต่เมื่อได้ลองเดินเข้าไป ทำให้รู้ว่าที่นี่คือ ‘สุสานหลวง’ ซึ่งตั้งอยู่ในวัดราชบพิธฯ ถูกสร้างขึ้นเพื่อจัดเก็บพระราชสรีรางคาร (เถ้ากระดูก) ของพระบรมวงศานุวงศ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับรัชกาลที่ 5 โดยสร้างขึ้นเพราะอยากให้ ‘คนสำคัญ’ ที่จากไปได้อยู่ร่วมกัน ณ ที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระบรมราชเทวี พระราชอัครเทวี เจ้าจอมมารดา พระราชโอรส และพระราชธิดาในพระองค์ความน่าสนใจของสุสานหลวงแห่งนี้คือ เต็มไปด้วยความอลังการของสถาปัตยกรรมอย่างสมยศฐาบันดาศักดิ์ และยังเป็นเจดีย์ พระปรางค์ วิหาร ที่ผสมผสานกันทั้งแบบไทย ขอม และโกธิกอีกด้วย สมเป็นยุคสมัยรัชกาลที่ 5 อันขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรมความเป็นตะวันตกเข้ามาแพร่หลายในไทย ทั้งจากการที่พระมหากษัตริย์เสด็จประพาสดินแดนยุโรป หรือส่งเจ้านาย ขุนนางไปเรียนในประเทศตะวันตก หรือการจ้างงานชาวตะวันตกเข้ามาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเมืองไทย ส่งผลให้ศิลปะแขนงต่างๆ ส่งผ่านมาด้วยเช่นกันสำหรับสุสานหลวงแห่งนี้ อาจดูอลังการงดงามเกินกว่าจะกล้าเข้าไปเดินสำรวจ แต่เราอยากบอกว่าเป็นสถานที่ที่ควรค่าจะไปเข้าไปชมสักครั้ง เพราะนอกจากจะได้เห็นว่าสุสานไม่ได้น่ากลัวเสมอไปแล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบให้ได้ชมกันอีกด้วย
สุสานหลวง ตั้งอยู่ในวัดราชบพิธ เดินทางไปถึงได้ด้วยรถเมล์สาย 2 12 47 60 พิกัดสถานที่ 13.749134, 100.496650

สุสานวัดญวน ชวนดูสุสานที่ยิ่งสูงยิ่งสวยจะสุสานตามกำแพงและเจดีย์แบบไทยๆ หรือหลุมศพพร้อมป้ายไม้กางเขนแบบคริสต์ ต่างก็เคยผ่านสายตาของทุกคนมาแล้วทั้งนั้น แต่จะมีสักกี่คนที่เคยเห็น ‘สุสานบนภูเขา’! — ภูเขาที่ว่านั้นไม่ใช่ภูเขาจริงๆ แต่เป็นการจำลองรูปทรงของภูเขาขึ้นต่างหาก เรากำลังพูดถึงสุสานที่น่าสนใจในเรื่องการจัดวางอย่างสุสานของวัดญวน ซึ่งคาดว่าน่าจะได้รับอิทธิพลจากความนิยมสร้างเจดีย์สำคัญไว้บนที่สูงก่อน ทั้งที่เก็บกระดูกของพระอาจารย์ ทั้งรอยพระพุทธบาทจำลอง ทว่าเมื่อชาวบ้านเริ่มนำอัฐิญาติพี่น้องมาฝากไว้ จึงนำไปเก็บตามช่องปูนอันเป็นฐานของเจดีย์ไล่ระดับชั้นขึ้นไปเรื่อยๆ ตั้งไปตั้งมามีลักษณะคล้ายภูเขาเฉยเลย ส่วนการจัดวางที่เก็บอัฐินั้นจะตกแต่งรูปแบบใดก็ได้แล้วแต่ลูกหลานจะเลือกสรรหา ถือเป็นร่องรอยการเก็บกระดูกของชาวญวนที่อพยพมาไทยในช่วงสงครามอินโดจีนและเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันที่จะมีทั้งคนเชื้อสายไทย และจีนนำอัฐิมาบรรจุด้วยกัน เราจึงได้เห็นอาหารคาวหวาน และดอกไม้ถูกจัดวางในสถานที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะวันธรรมดา วันครบรอบวันจากไป วันตรุษจีน หรือวันเชงเม้งสุสานแห่งนี้แปลกตาไปจากที่เราเคยเห็นมาก ทำให้เรายืนมองพินิจพิเคราะห์อยู่อย่างนั้น รายละเอียดที่ถูกถ่ายทอดผ่านสายตา แสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันและดูเป็นศิลปะรูปแบบหนึ่งที่งดงามไม่น้อยเลย
หากอยากเห็นภาพชัดขึ้นย่านรัตนโกสินทร์ก็มีสุสานที่ว่าให้ได้ชมกันที่ ‘วัดญวนสะพานขาว’ หรือวัดสมณานัมบริหาร ซึ่งมีอนุสรณ์แห่งความระลึกถูกสร้างขึ้น เป็นเวลากว่า 40 ปี  โดยด้านบนมีเจดีย์อันสง่างามเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทอยู่ ส่วนหากไล่ระดับลงมาเรื่อยๆ ก็จะเป็นที่เก็บอัฐิ ซึ่งเราอยากให้เพ่งตาสังเกตกันสักนิด จะเห็นเอกลักษณ์แสนพิเศษ ซึ่งถูกประกอบขึ้นจากแจกัน จาน ชาม ถ้วยและช้อนเครื่องปั้นดินเผาแบบจีน ทั้งสมัยก่อนและสมัยใหม่ผสมผสานกันจนได้ออกมาเป็นลวดลาย ทั้งมังกร กิเลน หงส์ สุดครีเอต ส่วนที่เก็บอัฐิของชาวบ้านที่นำมาฝากไว้ ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะเช่นกัน แต่ละอันถูกสร้างขึ้นจากโมเสกสี่เหลี่ยมหลากสีชิ้นเล็กๆ จัดวางทีละอันอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ออกมาเป็นอนุสรณ์แห่งความระลึกที่คู่ควรกับการจากลาชั่วนิรันดร์ความงดงามที่พิถีพิถันในรายละเอียดของที่นี่ หากมองอีกด้านที่มิใช่เพียงสุสานต้องน่ากลัว แต่เป็นสุสานแห่งความคราฟต์ งานสร้างสรรค์ชิ้นหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการระลึกถึงวัดสมณานัมบริหาร ตั้งอยู่บนถนนลูกหลวง ไม่ไกลจากตลาดนางเลิ้งนัก เดินทางไปถึงได้ด้วยรถเมล์สาย 2 8 15 37 44 47 49 53 59 60 79 511 A4 และ S1 ลงป้ายตลาดสะพานขาวแล้วเดินต่อมาอีกไม่ไกล พิกัดสถานที่ 13.759156, 100.515713

ถัดออกจากใจกลางกรุงเก่าไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมีอีกแห่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ‘วัดญวนตลาดน้อย’ หรือวัดอุภัยราชบำรุง มีเจดีย์เก็บอัฐิของพระอาจารย์ไว้ด้านบน ไล่ลงมาด้วยที่เก็บอัฐิสลับโยกย้ายชั้นไปมา ด้านล่างสุดจะมีระเบียบเรียบร้อยเป็นรูปแบบเดียวกัน ผสมผสานระหว่างแพทเทิร์นง่ายๆ ค่อยไต่ระดับความมีมิติขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่า ‘ยิ่งสูงก็ยิ่งสวย’ หากจะนำอัฐิมาไว้ที่วัด สามารถเลือกที่ได้ตามอัธยาศัยใครมาก่อนย่อมได้สิทธิ์เลือกก่อน แต่ราคาก็แตกต่างกันไปเหมือนกับคอนโดที่ยิ่งสูงยิ่งแพงนั่นแหละ ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมไว้ที่สูงๆ กันตามความเชื่อโบราณ เพราะไม่อยากให้ใครมาเหยียบพ่อแม่หรือคนรักของพวกเขาวัดอุภัยราชบำรุง ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ย่านตลาดน้อย เดินทางไปถึงได้ด้วยรถเมล์สาย 1, 4, 7, 21, 25, 35, 40, 49, 53, 85, 507, 529 เรือด่วนเจ้าพระยาลงท่าราชวงศ์ พิกัดสถานที่ 13.735046, 100.513323

สุสานอิสลาม ความเรียบง่ายหลังความตาย  
สำหรับพี่น้องชาวมุสลิมแล้ว เมื่อช่วงชีวิตต้องพบการสูญเสียจากไปของคนผู้เป็นที่รัก ทางญาติหรือครอบครัวจะต้องจัดพิธีการฝังศพให้เสร็จสิ้นอย่างเร็วที่สุด โดยทั่วไปแล้วจะเสร็จสิ้นภายใน 24 ชั่วโมง ถือว่ารวดเร็วมากหากเทียบกับพิธีกรรมของชาวพุทธ รวมถึงยังเน้นความเรียบง่ายและประหยัดอีกด้วย เพราะจะได้ไม่เป็นการสร้างภาระหรือความยุ่งยากให้กับผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ความเชื่อที่เรียบง่ายนั้นเริ่มจะชัดเจนมากขึ้นเมื่อสายตาคู่นี้ได้เห็นสุสานของชาวมุสลิม หรือที่เรียกว่า ‘กุโบร์’ หลุมศพซึ่งเต็มไปด้วยความเรียบง่ายจากแผ่นป้ายไม้ ป้ายปูน ปักลงสู่ผืนดิน แถมยังมีรูปทรงและสีพื้นๆ คล้ายคลึงกันเกือบทั้งกุโบร์ บนป้ายจะมีสัญลักษณ์ดาวเดือน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาอิสลามประดับอยู่แทบทุกป้าย ที่ต่างกันก็คงจะเป็นความสูง ความเก่าใหม่ที่คละกันไป เพราะการฝังศพในตอนแรกจะกลบดินเป็นเนินสูง หลังจากนั้นจึงค่อยกดลงให้ราบเรียบเสมอพื้นดิน เมื่อได้ลองกวาดสายตาไปรอบๆ ไม่เห็นหลุมใดโดดเด่นแปลกตาไปจากหลุมอื่นเลยสักนิด แต่นั่นอาจเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าชาวมุสลิมมีมุมมองชีวิตหลังความตายที่เรียบง่ายเพียงใด

“ทุกชีวิตย่อมลิ้มรสความตาย”

หนึ่งสัจธรรมแห่งชีวิตจากคัมภีร์อัลกุรอานที่ชาวมุสลิมระลึกถึง อาจเป็นที่มาที่ไปของความเรียบง่ายที่ได้เอ่ยไปข้างต้น เพราะความเชื่อว่าความตายไม่ใช่สิ่งสุดท้าย ชีวิตหลังความตายนั้น คือ การไปยังโลกอีกใบที่เรียกว่า ‘บัรซัค’ หรือโลกที่คั่นกลางระหว่างโลกที่มีชีวิตกับโลกหน้า โดยจะมีวันสิ้นโลกหรือวันแห่งการพิพากษา ซึ่งทุกชีวิตที่ตายไปจะถูกตัดสินจากทุกสิ่งอย่างที่ได้กระทำว่าเขาจะได้ก้าวไปสู่โลกหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขจีรังหรือไม่
จากความเชื่อนี้ทำให้พี่น้องมุสลิมมองความตายเป็นเรื่องที่ล้วนเกิดขึ้นกับทุกคน จงมีสติและไม่โศกเศร้านานเกินไป และสุสานแห่งความตายก็ย่อมออกมาเรียบง่ายเช่นกัน อีกทั้งยังถือเป็นข้อย้ำเตือนให้ปฏิบัติในโลกที่มีชีวิตด้วยการระลึกถึงแต่ความดี เว้นความชั่วนั่นเอง จึงไม่แปลกเลยหากเราจะได้เจอชาวมุสลิมที่ใจดีพูดดีและนิสัยดีอยู่บ่อยๆส่วนใหญ่พี่น้องมุสลิมจะมาสวดมนต์ขอพรให้กับผู้ที่จากไปแล้วด้วยดุอาอ์ หรือการอ่านอัลกรุอาน ส่วนมากจะเกิดขึ้นในวันสิ้นสุดถือศีลอดหรือฮารีรายอ และวันออกฮัจญ์ ซึ่งจะมีบรรยากาศที่แตกต่างออกไปจากบรรยากาศกุโบร์ในวันอื่นๆ มาก จากครั้งหนึ่งที่เราได้ไปเยือนบรรยากาศที่มัสยิดมหานาคในวันฮารีรายอ ที่กุโบร์จะเต็มไปด้วยพี่น้องอิสลามแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยชุดที่สวยงามทั้งเด็กและผู้ใหญ่ บ้างก็กางคัมภีร์อ่านขอพรอย่างตั้งใจให้กับผู้ล่วงลับ บ้างก็พากันมากินข้าวที่บริเวณใกล้หลุมศพ บ้างก็โรยกลีบดอกไม้ไว้ที่หลุมศพ ถือได้ว่าเป็นภาพช่วงเวลาแห่งการระลึกนึกถึงคนที่จากไปแล้วอย่างอบอุ่นมากๆ
สุสานไทยอิสลาม ตั้งอยู่ซอยเจริญราษฎร์ ย่านสาทร ใกล้รพ.เซนต์หลุยส์ เดินทางไปถึงได้ด้วยรถไฟฟ้าลงสถานีสุรศักดิ์ ซึ่งมีรถเมล์สาย 17 77 116 149 ผ่าน ส่วนใครขึ้นสาย 115 มาทางถนนสุรศักดิ์ลงหลังแยกสาทร-สุรศักดิ์แล้วเดินต่อมาที่สุสานได้เลย พิกัดสถานที่ 13.715729, 100.522526
สุสานมหานาค ตั้งอยู่ซอยมหานาค ใกล้กับตลาดโบ๊เบ๊ เดินทางไปถึงได้ด้วยรถเมล์สาย 2 8 15 44 47 53 59 204 508 เรือคลองแสนแสบลงท่าโบ๊เบ๊ พิกัดสถานที่ 13.752949, 100.516538

สุสาน (กับ) คนเป็น อยู่ร่วมกันได้ ที่สุสานแต้จิ๋ว 
อีกหนึ่งสุสานที่ขึ้นชื่อลือชาถึงความเฮี้ยน ความน่ากลัวไม่ต่างจากสุสานไทย กลางค่ำกลางคืนอย่าได้เผลอไปเชียว เพราะชวนขนหัวลุกพอกันนั่นก็คือ สุสานจีน หรือพื้นที่กว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยฮวงซุ้ยของชาวจีน แต่ ‘สุสานแต้จิ๋ว’ ย่านสาทรนั้นกลับแตกต่างออกไป เดิมที่นี่เป็นสุสานอันมีเรื่องเล่าถึงความน่ากลัว ความเฮี้ยน ออกมาอยู่บ่อยครั้ง ปัจจุบันถูกพัฒนาจนกลายเป็น ‘สวนสาธารณะ’ ไปแล้ว เพื่อให้ชาวบ้านใจกลางกรุงมีสถานที่ออกกำลัง ขยับเขยื้อนร่างกายให้แข็งแรง ภายใต้พื้นที่ที่เต็มไปด้วยมลภาวะนั่นเอง
สวนสวยที่เต็มไปด้วยผู้คนที่รักการออกกำลังกาย เพราะนอกจากจะมีพื้นที่ให้ได้วิ่งจ๊อกกิ้งแล้ว ยังมีฟิตเนสขนาดย่อมๆ อุปกรณ์เพียบพร้อมรอให้เหล่าคนรักสุขภาพได้ใช้งานอีกด้วย แต่อย่าลืมสมัครเป็นสมาชิกกันก่อนล่ะ และที่นี่ยังมีซุ้มชมรมกีฬาเสมือนเป็นศูนย์รวมคนที่ชอบมาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะชมรมแบดมินตัน ชมรมโยคะ ซึ่งหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือการวิ่งจ็อกกิ้งไปพลางฟังเสียงร้องคาราโอเกะจากคุณลุงคุณป้าแต่ละชมรม อย่างไม่ขาดสาย เพราะซุ้มชมรมจะมีคาราโอเกะไว้ให้ร้องกันคูลๆ เรียกว่าหูฟังกับไอโฟนไม่ต้องพกมาก็ได้!ผู้คนต่างออกมาเสียเหงื่อกันทั้งแบบคู่ แบบทีม กลุ่มสูงวัยหน่อยก็พากันเดินและนั่งจับเข่าคุยกันอย่างสนุกสนาน นักเรียนวัยคอซองก็ขอนั่งทำการบ้านใต้ต้นไม้สักหน่อย แม้แต่บางคนมานอนพักเอาแรงก็มี ทั้งหมดต่างเกิดขึ้นในพื้นที่สวนสาธารณะแห่งนี้ที่ความเป็นสุสานไม่ได้หายไปไหน เพราะระหว่างออกกำลังกาย บริเวณรอบข้างทางยังคงเต็มไปด้วยฮวงซุ้ยที่มีร่างอันไร้วิญญาณฝังอยู่เช่นนั้น การพัฒนาเป็นสวนสาธารณะขึ้นอาจทำให้คนรู้สึกกลัวสิ่งที่มองไม่เห็นของสุสานลดลง และตระหนักถึงการมีชีวิตอยู่มากยิ่งขึ้น จากภาพที่ทุกคนมาร่วมกันออกกำลังเพื่อสุขภาพที่ดีเนี่ยแหละ
สวนสวยแต้จิ๋ว เดินทางไปถึงได้ด้วยรถเมล์สาย 17, 77, 116, 149, 173 หากขึ้นรถไฟฟ้าลงที่สถานีสุรศักดิ์ พิกัดสถานที่ 13.713823, 100.523138

สุสาน สถานที่ที่ใครต่อใครจดจำเพียงแต่ความน่ากลัว จนลืมมองบางมุมที่น่าสนใจไม่แพ้กันไป แม้สุสานจะไม่ใช่สถานที่ควรจะไปเที่ยวเฮฮาปาจิงโกะ แต่หากลองเปิดใจรับประสบการณ์ใหม่ ด้วยการก้าวเท้าเข้าไปสัมผัสอีกแง่มุมหนึ่งอย่างตั้งใจ  รับรองว่าหลากความรู้สึกจะเข้ามา มากกว่าความน่ากลัวแน่นอน

243
VIEWS

Noey

บรรณาธิการ TRAWELL STORY ผู้หลงรักการหมุนตัวบนฟลอร์สวิงพอๆ กับการสะสมหนังสือเก่า เม้าท์กับคุณลุงคุณป้าวัยเก๋า และสรรหาหนังแปลกมาชมก่อนเข้านอนทุกคืน