FROM BANGKOK TO BOSTON

Posted on ธันวาคม 13, 2016 in Read

ถ้าพูดถึงบอสตัน ทุกคนน่าจะนึกถึงมหาวิทยาลัย ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างฮาร์วาร์ด’ (Harvard University) แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าบอสตันเป็นเมืองเก่าแก่ของสหรัฐอเมริกา ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ เพราะที่แห่งนี้คือจุดกำเนิดของประเทศมหาอำนาจ

หลังจากที่เราได้มีโอกาสไปอยู่ในบอสตัน เพื่อดูงานการท่องเที่ยวเป็นเวลา 1 เดือน จึงได้พบว่าบอสตันกับกรุงเทพฯ นั้นเป็นเสมือนเมืองคู่ขนาน ที่มีหลายอย่างเหมือนกันจนน่าตกใจ และในความเหมือนมีความต่างหลากหลายที่น่าเล่าสู่กันฟัง ทั้งด้านประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว สถาปัตยกรรม และผู้คน


กรุงรัตนโกสินทร์ สถาปนาให้เป็นเมืองหลวงในปี .. 2319 (..1176) เป็นเวลาเดียวกันอย่างเหมาะเจาะที่อีกซีกหนึ่งของโลก ประเทศที่วันนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาอำนาจของโลก ได้ประกาศตนเป็นเอกราช และกลายเป็นประเทศที่ผู้คนมีสิทธิ เสรีภาพ และอิสระ

ว่ากันว่าทุกอย่างเป็นจริงได้ ดินแดนแห่งนี้… ‘สหรัฐอเมริกา

ผู้คนกว่า 300 ล้านคนทั่วอเมริกา และผู้คนทั่วโลก จึงหมุนเวียนกันมาตามรอยแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า เส้นทางแห่งอิสรภาพ ที่ได้อิสระภาพจากการเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ (Freedom Trail) ที่จะพาเราเดินไปตามเส้นทาง 4 กิโลเมตร ผ่านสถานที่จริงของการปฏิวัติ 16 แห่ง เช่น โบสถ์ สุสาน บ้านบุคคลสำคัญ สถานที่รวมพลคนปฏิวัติ ไปจนถึง สนามรบ

จึงทำให้เกิดเป็นธุรกิจการนำเที่ยวหลากหลายรูปแบบ ทั้งเดิน (Walking Tour) ทั้งนั่ง (Trolley and Bus Tour) ทั้งถ่ายรูป (Photo Tour) พร้อมกับหลากหลายลูกเล่นของคนเป็นไกด์ แบบที่ใครๆ ฟังเป็นต้องตาโตและอยากจะร่วมทริปฟรี!’ (Free Tour) หรือที่น่าตื่นตาตื่นใจแต่งตัวย้อนยุคและเล่นบทบาทสมมติ’ (Role Play) หรือแบบที่น่าอิ่มใจไกด์อาสาสมัคร’ (Volunteer guide) และจบเส้นทางพร้อมเสียงโห่ร้องยินดีฮัซซา” (Huzzah) หรือ Hooray

เช่นกันกับบ้านเรานักท่องเที่ยวทั่วโลก มุ่งหน้าสู่พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตศาสดาราม หรือที่เราเรียกกันจนเคยว่าวัดพระแก้ว มากกว่า 20 ล้านคน รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่ย่านการค้าอย่างบางลำพู ถึงย่านวัฒนธรรมแถวเสาชิงช้า ผ่านวัดวาอารม พิพิธภัณฑ์ ร้านรวงตามริมฟุตปาธแสนยั่วน้ำลาย จนเกิดเป็นธุรกิจนำเที่ยวทั้งเดินชม ทั้งนั่งตุ๊กตุ๊กชม ปั่นจักรยาน หรือกระทั่งทั้งชมไปกินไป เรียกรอยยิ้มให้ผู้คนได้มหาศาล สมเป็นสยามเมืองยิ้ม

บอสตันที่ฉันเห็นประกอบไปด้วยหลายสี ต้นไม้ใบหญ้าพากันเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นเหลืองเป็นแดง และเริ่มร่วงหล่นลงพื้น ชวนให้คนไทยหัวดำอย่างฉันรู้สึกแปลกใหม่เหลือเกิน กรุงเทพฯ ในเวลาเดียวกัน ยังคงมีฝนบ้างเล็กน้อยร่วงหล่นจากฟ้า อากาศยังคงอบอ้าวอย่างที่เคย แต่ผู้คนหัวทองจากฝั่งตะวันตกหลงรักนักแล

บอสตันมีตึกอิฐร้อยปี … บ้านเราก็มีชุมชนบ้านไม้ร้อยปี

อนุสาวรีย์ Bunker Hill และเรือรบรัฐธรรมนูญ เป็นเสมือนแลนด์มาร์คของบอสตัน … เช่นกันกับบ้านเรามีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่เด่นตระหง่าน

ใช่หรือไม่ เราต่างเรียกร้องหาเสรีภาพพอๆ กัน

แต่อีกอย่างที่เหมือนและน่าสนใจไม่น้อย คือด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยน บอสตันกำลังผลักดันตัวเองให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ (Creative City) มีการสนับสนุนให้มีพื้นที่ในการแสดงออกสำหรับศิลปินกลุ่มใหม่ๆ มากมาย

เช่นเดียวกันกับรัตนโกสินทร์ที่กำลังจะมีแผนสำหรับรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่จะส่งผลให้รัศมี 500 เมตร รอบสถานีรถไฟสามารถเป็นแหล่งเศรษฐกิจได้ ทั้งสองเมืองกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ของโลกที่มองว่า ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องน่าเบื่อ คร่ำครึ เหมือนสาวแก่ แต่โจทย์ของเราก็คือ จะพลิกข้อจำกัดเหล่านี้มาเป็นจุดแข็งได้อย่างไร ให้เมืองเก่าของเราเป็นเหมือนคุณยายน่ารัก ผู้มีเรื่องเล่าไม่รู้จบ คุยด้วยไ้ด้ทั้งวี่ทั้งวันไม่รู้เบื่อ

459
VIEWS

@Lilly

No description. Please update your profile.