GHEE Gelato

Posted on กันยายน 11, 2019 in Eat

GHEE Gelato เจลาโต้โฮมเมดในโกดังเก่าของอาม่า

“ชื่อ GHEE Gelato มาจากชื่ออาม่า เพราะอาม่าเราชื่อกี แล้วที่ตรงนี้ก็เคยเป็นบ้านเก่าของอาม่า ส่วนเจลาโต้ก็เป็นของโปรดของอาม่าด้วย” – เอิน พิมพร จิตต์ใจฉ่ำ


ในย่านที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดย่านหนึ่งของเมืองเก่าอย่าง ‘ท่าเตียน’ เราพบว่าเมื่อโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร หรือคาเฟ่ทันสมัยต่างๆ ทยอยกันเข้ามาเปิดร้านมากขึ้นเรื่อยๆ จนท่าเตียนกลายมาเป็นย่านท่องเที่ยวเต็มตัว ผู้อยู่อาศัยเดิมหลายคนตัดสินใจเลือกย้ายออกไปอยู่ที่อื่นด้วยหลากหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าที่สูงขึ้น มูลค่าของที่ที่เพิ่มมากขึ้น หรือความเงียบสงบและบรรยากาศเดิมๆ ที่คุ้นเคยซึ่งเปลี่ยนแปลงไป

ครอบครัวของ ‘พี่เอิน-พิมพร จิตต์ใจฉ่ำ’ เจ้าของร้านเจลาโต้เปิดใหม่ในซอยข้างธนาคารกรุงเทพ สาขาท่าเตียน ก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะก่อนที่เธอจะได้ลืมตาดูโลก ‘บ้านของอาม่า’ ที่ตั้งอยู่ในท่าเตียนก็ได้ถูกเปลี่ยนให้กลายมาเป็นโกดังเก็บของที่เปิดให้คนอื่นเช่าไปซะแล้ว ส่วนครอบครัวของพี่เอินก็ย้ายออกไปอยู่ที่อื่น

“ก่อนหน้านี้เราทำ GHEE Gelato ขายออนไลน์มาก่อนอยู่แล้ว ทำอยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง แล้วอาม่าจะชอบกินมาก เพราะอาม่าเป็นคนชอบกินของหวาน จนวันหนึ่งหมอตรวจเจอว่าอาม่าเป็นโรคเบาหวาน เราก็เลยต้องห้ามไม่ให้กิน แต่อาม่าก็ยังชอบมาแอบเปิดตู้กินอยู่ดี เราก็เลยพยายามทำรสให้เป็นธรรมชาติที่สุด ใส่น้ำตาลน้อยให้ที่สุด ใช้แต่วัตถุดิบดีๆ ใช้ผลไม้สดๆ พอมันเวิร์ก เราก็เลยเริ่มคิดถึงการมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง”

เมื่อหลานสาวมุ่งมั่นตั้งใจอยากจะเปิดร้านเจลาโต้โฮมเมดเป็นของตัวเอง อาคารเก่าในย่านท่องเที่ยวที่กำลังคึกคักขึ้นเรื่อยๆ อย่างบ้านของอาม่าในท่าเตียนจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะเจาะที่สุด วันนี้งานอดิเรกของเธอจึงกลายมาเป็นสิ่งที่ปลุกให้โกดังเก่าหลังนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

จากงานอดิเรกสู่ความฝันใหม่
พี่เอินเล่าว่าการทำไอศกรีมเป็นสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุข ดังนั้นหลังเรียนจบปริญญาโท สิ่งที่พี่เอินตัดสินใจทำจึงไม่ใช่การหางานประจำเงินเดือนเยอะๆ ทำ แต่เป็นการฝึกทำไอศกรีมด้วยตัวเอง โดยเริ่มต้นจากการลงเรียนคอร์สสั้นๆ และพยายามศึกษาเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาตัวเองให้ไปได้ไกลกว่าที่อาจารย์สอนในคลาส จนได้ออกมาเป็นเจลาโต้สูตรพิเศษที่ไม่เหมือนใคร พี่เอินจึงตัดสินใจเปิดร้าน GHEE Gelato บนโลกออนไลน์เพื่อให้เพื่อนๆ และคนรอบตัวได้มาลองชิม

“ที่เลือกทำเจลาโต้ เพราะเราชอบกินเจลาโต้ และพอศึกษาไปเรื่อยๆ เราพบว่าในด้านคุณประโยชน์ เจลาโต้มันมีมากกว่าไอศกรีมธรรมดาๆ เพราะเราใช้นม ใช้น้ำตาลน้อยกว่า มีไขมันน้อยกว่า ส่วนกระบวนการทำมันก็ไม่ได้ต่างกันมากขนาดนั้น คือจะมีบางเทคนิคที่เป็นของไอศกรีม บางเทคนิคเป็นของเจลาโต้ วัตถุดิบเหมือนกัน แต่สัดส่วนต่างกัน และเทคนิคในการทำต่างกัน

พอทำออนไลน์ไปสักพัก ลูกค้าก็ถามว่าไม่มีหน้าร้านหรอ แล้วพอดีเรามีที่ตรงนี้ที่เป็นตึกของอาม่าพอดี เพราะอาม่าเป็นคนท่าเตียน เคยอยู่ตรงนี้มาก่อน แต่ย้ายออกไปซื้อบ้านตั้งแต่แม่แต่งงาน ก็เลยปล่อยให้เช่าเป็นโกดังเก็บของ แล้วปัจจุบันแถวนี้มันก็เปลี่ยนมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวพอดี เราก็เลยตัดสินใจมาทำตรงนี้ เหมือนมารีโนเวทบ้านตัวเอง เพราะตอนนี้เราก็มาอาศัยอยู่ที่ชั้นบนของร้านด้วย”


ความหวานที่ไม่ได้หวานหมู
การได้มีร้านไอศกรีมเป็นของตัวเองคงเป็นความฝันของใครหลายๆ คน แต่เมื่อเราได้มาคุยกับพี่เอินจริงๆ แล้ว เราก็พบว่านอกจากความสุขที่ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรักแล้วการทำร้านกีเจลาโต้ก็ไม่ใช่เรื่องหวานหมู แต่เต็มไปด้วยปัญหาที่รอการแก้ไขมากมาย เริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆ อย่างเช่น การจัดสรรเวลาในการใช้ชีวิต

“เราปรับตัวยากเพราะปกติเราทำงานไม่เป็นเวลา คือออเดอร์มา เราก็ทำให้เสร็จภายในเวลาที่ลูกค้าสั่ง แต่ตอนนี้มันเป็นตารางที่ต้องมีเวลาเปิดปิดร้าน เราต้องบริหารเวลาให้ดีว่าถ้าสต๊อกหมดเราจะทำตอนไหน เวลาไหนที่ต้องออกไปซื้อวัตถุดิบ เพราะขั้นตอนทั้งหมดกว่าจะได้ออกมาเป็นไอศกรีมหนึ่งรสต้องใช้เวลาทั้งหมด 2 วันครึ่ง คือ ผสม ปั่น แช่ แต่มันจะดีตรงที่เราจะทำแค่ 1 กิโล ก็ใช้เวลาเท่านี้ ทำเป็น 10-20 กิโลก็ใช้เวลาเท่านี้เหมือนกัน เพราะเราผสมทีเดียว แต่อาจจะช้าตรงตอนปั่น เพราะเรายังไม่ได้ลงทุนกับเครื่องปั่นที่ใหญ่ขนาดนั้น เราก็ต้องทยอยเปลี่ยนทั้งวัน”


นอกจากนี้เมื่อทางร้านตั้งใจจะทำเจลาโต้จากผลไม้สดแท้ๆ การควบคุมรสชาติให้คงที่จึงเป็นความยากที่ตามมา เพราะเมื่อใช้ผลไม้สดซึ่งเต็มไปด้วยปัจจัยที่ทำให้รสชาติแตกต่างกันในแต่ละผล ไม่ว่าจะเป็นความสุก ความดิบ อายุ ขนาด สายพันธุ์ ฯลฯ รสชาติของเจลาโต้ในแต่ละล็อตจึงไม่สามารถออกมาเหมือนกันได้ 100% พี่เอินจึงต้องใส่ใจกับการออกแบบส่วนผสมต่างๆ เพื่อพยายามปรับรสชาติของเจลาโต้ในแต่ละล็อตให้คงที่

และอีกหนึ่งปัญหาที่ยากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น การบาลานซ์ความต้องการลูกค้าที่หลากหลาย โดยเฉพาะเมื่อร้านตั้งอยู่ในพื้นที่ๆ มีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติซึ่งมีความชื่นชอบและรสชาติที่ถูกปากแตกต่างกัน

“รสมะม่วงนมเป็นรสที่คนไทยจะรู้สึกว่ารสชาติของมะม่วงมันไม่ค่อยชัด เพราะเราใช้มะม่วงแท้ ไม่ได้แต่งกลิ่น พอมาผสมกับนมกลิ่นมันเลยไม่ได้ออกชัดขนาดนั้น ส่วนใหญ่เลยจะโดนคนไทยคอมเม้นท์ว่าไม่ค่อยชอบกัน ตอนแรกเราจะเอาออกแล้ว แต่ปรากฏว่าฝรั่งกลับชอบมาก กินแล้วชมว่าอร่อยมากๆ เราก็เลยได้รู้ว่าถ้าเราปรับตามคอมเม้นท์ของลูกค้าแต่ละคนมากเกินไป ลูกค้าอีกส่วนหนึ่งก็อาจจะไม่โอเคเหมือนกัน เพราะรสชาติมันเป็นเรื่องเฉพาะตัว เราเลยต้องพยายามออกแบบให้ดีว่าจะเอารสไหนออก เอารสไหนเข้า รสไหนจะเจาะกลุ่มลูกค้าแบบไหน”

ก่อนจากกัน พี่เอินชวนเราลงมาชิมเจลาโต้หลากหลายรสชาติของทางร้าน ที่นอกจากจะลูกใหญ่สุดๆ ยังเปิดให้ชิมได้ไม่อั้นก่อนจะตัดสินใจเพื่อให้ลูกค้าได้รสชาติที่ถูกใจที่สุด เมื่อเรากินจนทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจแล้วเอ่ยปากชมว่าเจลาโต้ของพี่เอินอร่อยแค่ไหน พี่เอินก็ค่อยๆ คลายยิ้มออกมาและบอกเราว่า

“เราดีใจที่สุดเวลาเขาบอกว่าอร่อย โดยเฉพาะอร่อยจนเขาเอาไปบอกต่อ เพราะอร่อยมันก็มีหลายเลเวล แต่อันนี้มันคืออร่อยจนอยากให้คนอื่นๆ ได้มากิน เราก็เลยจะดีใจมากเวลาลูกค้าบอกว่า เดี๋ยวเอาไปเขียนถึงนะ เพราะเราไม่ได้อยากให้ดังไว ไม่ได้อยากให้มันเป็นกระแสแล้วหายไป เราอยากให้คนบอกต่อกันไปมากกว่า ร้านเราลงทุนกับตึกไปเยอะ ทั้งเครื่องทำไอศกรีม ทั้งตู้แช่ เราไม่มีเงินมาลงกับ influencer หรือโฆษณาหรอก แต่ถ้าคนเขามากินแล้วชอบเรา ยังไงเขาก็จะแชร์ให้เอง“

และเพราะเราชอบมากๆ ดังนั้นเราเลยอยากชวนให้ทุกคนแวะมาลองทานเจลาโต้โฮมเมดสุดเข้มข้นฝีมือพี่เอิน ทั้ง 13 รส อย่าง ช็อคโกแลตบราวนี่, นมฮอลิคซ์, พีนัทบัตเตอร์อัลมอนด์, โยเกิร์ต, พีชโยเกิร์ต, มะพร้าวน้ำหอม, นมกล้วย, ชาไทย, น้ำผึ้งมะนาว, มะม่วงเสาวรส, ราสเบอร์รี่ และมะม่วงนม ไปด้วยกันที่

GHEE Gelato ท่าเตียน ซอยข้างธนาคารกรุงเทพ

เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 14.00 น.

Location : https://goo.gl/maps/fnzjByuH1wkFByeDA (13.743972, 100.492177)

117
VIEWS

Pop

Urban Curator, นักเขียน, นักเดินทาง ควบคอสตูมดีไซน์เนอร์ ผู้เติบโตในย่านเมืองเก่าและมีความสุขทุกครั้งที่ได้จัดกระเป๋าออกไปรู้จักโลก ปัจจุบันกำลัง In a Relationship with ศิลปะ หนัง พิพิธภัณฑ์ เสื้อผ้ามือสองและการเดินเรื่อยเปื่อย