GOLDEN MAN

Posted on ธันวาคม 13, 2016 in Talk

สิ่งที่ทำให้เราหวนนึกถึงความทุกข์ทรมานในห้องเรียนวิชาเคมีตอนม.ปลายอีกครั้ง ไม่ใช่ชื่อของนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลปีล่าสุด แต่เป็นชายคนหนึ่งที่ตั้งโต๊ะริมถนนดินสอ เบื้องหน้าของเขาเต็มไปด้วยถังบรรจุสารเคมีทั้งใสทั้งขุ่น นับสิบถัง สายไฟสีแดงสีฟ้าที่ต่อออกมาจากแบตเตอรี่รถยนต์เสียบระโยงระยางอยู่ในน้ำยาเหล่านั้นอย่างน่าหวาดเสียว

ท่ามกลางความจอแจของผู้คนในบ่ายวันทำงาน เฮียตี๋นั่งนิ่งสีหน้าเรียบเฉย เขย่าข้อมือสีทองจาง ๆ ในสารละลายที่ผุดพรายฟองสีขาวขึ้นมาเป็นระยะ จุ่มลงในถังนั้นย้ายมาถังนี้อย่างคล่องแคล่ว ขณะที่ลูกค้าต่างแวะเวียนกันมายื่นเครื่องประดับชิ้นน้อยใหญ่ กรอบพระ แหวน สร้อยคอ ข้อมือให้อย่างไม่ขาดสาย

“ผมมาจากสมุทรสาครเพื่อเอากรอบพระมาให้เฮียชุบโดยเฉพาะเลยนะ เฮียเขาทำดี ชุบทีก็อยู่ได้นาน”

ลูกค้าคนหนึ่งเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังอย่างออกรสถึงความผูกพันของเขากับช่างชุบทองคนนี้ว่ารู้จักกันมาหลายปี ไว้ว่าง ๆ จะหาโอกาสมาขอเป็นลูกมือเรียนรู้วิทยายุทธ์ด้วยสักครั้ง เฮียตี๋ยิ้มบาง ๆ สายตายังคงจดจ่อกับการจุ่มเครื่องประดับโลหะลงในสารเคมีอันตรายตรงหน้า

แล้วจึงหันมาพูดเสริมขึ้นว่า “ของพวกนี้จะว่าไปมันก็ฉาบฉวยนะ ใส่ออกไปอวดคนอื่นได้ ถึงบ้านก็ต้องถอดออกมาล้างเหงื่อ ที่สำคัญอย่าให้โดนน้ำหอม โคโลญจ์ จะออกสีแดงทันที เคมีมันไม่ถูกกัน”

 

แน่นอนว่าเฮียไม่ได้รู้จักจำนวนอิเล็กตรอนของธาตุต่าง ๆ เลขไอโซโทปต่างจากไอโซบาร์อย่างไรเฮียก็ไม่สนใจ แต่เฮียรู้ว่าถ้าจะทำให้โลหะธรรมดามีสีทองอร่ามนั้นจะต้องทำอย่างไร


การชุบทองนั้น
แม้จะเป็นศาสตร์ที่ดูผ่าน ๆ เหมือนจะไม่ยากเย็นอะไรนัก แค่จุ่ม ๆ ขัด ๆ ก็เรียบร้อย แต่หากสังเกตจริง ๆ แล้วจะพบว่ามีรายละเอียดเฉพาะทางอยู่ในทุกขั้นตอน ต้องใช้น้ำยาไซยาไนด์ น้ำยาทอง น้ำยาเงิน และน้ำยานากสำหรับชุบโลหะต่าง ๆ ให้ได้สีสันตามต้องการ กระบวนการชุบทองนั้นไม่มีสูตรตายตัว

แต่เฮียตี๋จะเริ่มจากการใช้แปรงทองเหลืองขัดคราบสนิมในน้ำลูกประคำดีควายก่อน เป็นเคล็ดลับง่าย ๆ ในการทำความสะอาด เพราะจะไม่ทำให้แสบมือเหมือนผงซักฟอกทั่วไป จากนั้นนำลวดทองแดงมาเกี่ยวหรือพันรอบสิ่งที่จะชุบแล้วแช่ลงในน้ำยาไซยาไนด์ประมาณ 5 นาที นำขึ้นมาทำความสะอาดขัดถูจนขึ้นเงา จากนั้นนำมาชุบทองแดง นำขึ้นมาขัดอีกที แล้วต่อด้วยแช่ในน้ำยาชุบนากหรือเงิน โดยมีแผ่นเงินแช่ไว้เป็นตัวล่อให้เงินในสารละลายเข้าไปเคลือบพื้นผิว ทิ้งไว้สักพักก็นำมาทำความสะอาดอีกครั้ง จากนั้นนำไปชุบในน้ำยาทอง อีกสามตัวซึ่งสีทองจะค่อย ๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ทำการขัดทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งก็พร้อมใช้งาน

ด้วยความยุ่งยากของขั้นตอนที่ซับซ้อน และสารเคมีอันตรายซึ่งส่งผลต่อสุขภาพ จึงจำเป็นต้องทำในที่เปิดโล่งกลางแจ้ง แถมยังต้องทำงานท่ามกลางสายขดลวดทองแดง วงจรไฟฟ้า (ที่เฮียต่อเองแบบทำมือสุด ๆ ) และน้ำสำหรับชำระล้างสารเคมี ซึ่งเฮียตี๋บอกว่ามันเป็นงานที่ต้องนั่งนาน ถ้าไม่อดทนจริงก็ทำไม่ไหว “เวลาทำงานก็ต้องระวังไม่ให้สายไฟขั้วบวกขั้วลบมาชนกัน ขนาดระวังตัวตลอดบางทีผมก็ยังเคยโดนช็อร์ตเลย”

“ผมไม่ได้เรียนจากที่ไหนหรอก ก็ครูพักลักจำเขาเอาทั้งนั้น อยากรู้อะไรก็ถามคนที่เขาทำเป็นแล้วเอามาลองทำดูเอง” ช่างชุบทองชั่วโมงบิน 25 ปีตอบอย่างประหยัดคำพูด เฮียเล่าว่าเริ่มต้นฝึกฝนชุบทองมาตั้งแต่อายุ 16-17 ปี ชุบมาแล้วตั้งแต่เหรียญพระรุ่นใหญ่ยันไกปืน ตั้งแต่ชุบแหวนวงละ 3 บาท 5 บาท จนมาถึงทุกวันนี้ราคาเริ่มต้นประมาณ 30 บาทต่อชิ้น เฮียตี๋ยึดมุมตึกหน้าตรอกหลังโบสถ์พราหมณ์เป็นฐานที่มั่นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ลูกค้าทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ก็ยังวนเวียนมาทักทายอยู่ตลอดทั้งวัน

“สมัยก่อนอาชีพชุบทองก็มีคนทำกันเยอะเห็นได้ทั่วไปนะ โดยเฉพาะแถวกระทรวงกลาโหม แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีแล้ว เขาเลิกไปทำอย่างอื่นกันหมด คนก็ไม่ค่อยมาทำกันแล้ว แต่ผมก็คงทำไปเรื่อย ๆ แหละ ที่ทำอยู่ทุกวันนี้มันก็สนุกดี”

รอยยิ้มของเฮียตี๋ระหว่างห่อสร้อยทองด้วยกระดาษสีบานเย็นอย่างบรรจงประณีต ทำให้เราคิดถึงบรรยากาศห้องเรียนวิชาเคมีตอนม.ปลายอีกครั้ง ได้แต่นึกฝันว่าหากความสนุกแบบนี้ถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรการศึกษาน่าจะดี

1197
VIEWS

Noey

บรรณาธิการ TRAWELL STORY ผู้หลงรักการหมุนตัวบนฟลอร์สวิงพอๆ กับการสะสมหนังสือเก่า เม้าท์กับคุณลุงคุณป้าวัยเก๋า และสรรหาหนังแปลกมาชมก่อนเข้านอนทุกคืน