HAROON FOOD FESTIVAL

Posted on พฤษภาคม 24, 2019 in Featured, Talk

Haroon Food Festival
เทศกาลชุมชนที่รวมน้ำใจและความหวังดีให้เกิดเป็นพลัง

ในยุคที่โลกก้าวเข้าสู่วิถีทุนนิยมซึ่งเงินในกระเป๋าและตัวเลขในอากาศ คือสิ่งที่ขับเคลื่อนทุกอย่างให้ก้าวไปข้างหน้า คุณเชื่อไหมว่ายังคงมีกลุ่มคนที่พร้อมจะมอบแรง มอบใจ มอบเงิน และมอบเวลาส่วนตัว ให้กับการทำงานเพื่อผู้อื่น โดยไม่เคยหวังว่า ‘เงิน’ จะเป็นสิ่งที่ตอบแทนกลับมา

ถ้ายังนึกไม่ออก เราขอแนะนำให้รู้จักกับ ‘ชุมชนมัสยิดฮารูณ’ ชุมชนที่เข้มแข็งและเป็นปึกแผ่น จนสามารถสร้างสิ่งมหัศจรรย์อย่างงานเทศกาลชุมชนสุดยิ่งใหญ่ ที่ร้านอาหารฮาลาลทั้ง 60 ร้านจาก 60 บ้าน ตั้งใจเตรียมข้าวเตรียมของ ทำอาหารมาออกร้าน โดยยกทั้งเงินทุนและกำไรที่ได้รับให้กับชุมชนทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย แถมเงินรวมที่ชุมชนหาได้ในวันนั้นก็ไม่ใช่ยอดน้อยๆ แต่มากถึง 700,000 บาท เลยทีเดียว!

แล้วเขาวางแผนการจัดงานกันยังไง ทำไมเงินมากมายจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญ และอะไรคือแรงจูงใจเบื้องหลังที่ทำให้ชุมชนมัสยิดฮารูณกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้งในยุคที่วิถีชุมชนกลายเป็นเรื่องยากขึ้นทุกที วันนี้เราจะมาคุยกับ ‘พี่ชาคริส ชมเชย’ ประธานการจัดงาน และรองประธานชมรมเยาวชนมุสลิมฮารูณ และ ‘พี่ดุล-อนุพงษ์ ดาวุด’ เลขานุการชมรมเยาวชนมุสลิมฮารูณ ซึ่งเป็นแม่งานที่รวมน้ำใจและความหวังดีของทุกคนให้ออกมาเป็นพลังในครั้งนี้กัน

เป้าหมายคือการยืนได้ด้วยตัวเอง
พี่ชาคริสเล่าว่าปัจจุบันชุมชนมัสยิดฮารูณไม่ได้รับเงินสนับสนุนในการบริหารงานหรือการจัดกิจกรรมต่างๆ จากภาครัฐ รายได้ทั้งหมดจึงมาจากการเรี่ยไรจากผู้คนในชุมชนและการขอทุนสนับสนุนจากภาคเอกชน แต่เมื่อไอเดียในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อคนในชุมชนเพิ่มมากขึ้นทุกปี วันนี้ ‘ชมรมเยาวชนฮารูณ’ หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่พร้อมใจกันทำงานเพื่อบ้านเกิด จึงตัดสินใจลุกขึ้นมาจัดกิจกรรมที่จะทำให้ชุมชนสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง

“ในหนึ่งปีเราจัดงานเพื่อเด็กๆ 3-4 ครั้ง ทุกครั้งมีเด็กเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 500-600 คน ทั้งในและนอกชุมชน โดยไม่แบ่งชาติ ไม่แบ่งศาสนา จะไทย พุทธ แอฟริกา พม่า อินเดีย พราหมณ์ ฮินดู เข้ามาร่วมกิจกรรมกับเราได้หมด ปกติแล้วงานแบบนี้จะใช้งบครั้งละประมาณ 150,000 บาท เราก็จะขอทุนจากผู้ใหญ่ใจดีตามห้างร้านบริษัทต่างๆ ซึ่งเราก็ได้รับการสนับสนุนอย่างดีมาตลอด แต่การจะขอตลอดไปเราก็รู้สึกเกรงใจและไม่อยากให้มันเป็นการรบกวนคนอื่น เราก็เลยประชุมกันในชมรมว่าจะทำยังไงให้ยังสามารถจัดงานต่อไปได้”



Haroon Food Festival

ประมาณ 15 ปีที่แล้ว ชุมชนมัสยิดฮารูณเคยจัดงานรวมน้ำใจแบบนี้ทุกปี แต่เพราะสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป วิถีท้องถิ่นและการอาศัยอยู่ร่วมกันในชุมชนก็เปลี่ยนไปด้วย พอคิดจะนำงานนี้กลับมาทำใหม่อีกครั้ง พี่ๆ ชมรมเยาวชนฮารูณจึงต้องมาวิเคราะห์กันยกใหญ่ ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถจัดงานรวมน้ำใจขึ้นได้ และพี่ๆ จะหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ยังไงบ้าง

“ก่อนที่จะตกลงจัดงานนี้ หลายคนก็บอกว่าเราทำอย่างอื่นก็ได้ จัดโต๊ะจีนหรือขายบัตรการกุศลก็ได้เงินเหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างกันคือ งานแบบนั้นเราจะไม่ได้ความสามัคคีและการช่วยเหลือกัน เราเลยคิดว่าอยากเอางานรวมน้ำใจกลับมาจัดอีกครั้งในรูปแบบของเทศกาลอาหาร ที่ทั้งทุนและกำไร 100% ไม่หักอะไรเลย เอารายได้เข้าส่วนกลางของชุมชนทั้งหมด ซึ่งมันเคยเกิดขึ้นได้เมื่อ 15 ปีก่อน แต่ในสภาพสังคมปัจจุบัน เราไม่รู้ว่ามันจะยังเป็นไปได้อยู่ไหม

เราก็เลยมาวิเคราะห์กันแล้วลองวางแผนไปเสนอชาวบ้านในชุมชน โดยตั้งเอาไว้ว่าอยากได้ร้านค้าซัก 30 ร้าน และหลังจบงานอยากได้เงินประมาณ 300,000 บาทเพื่อไปจัดกิจกรรมให้กับชุมชนต่อไป แต่พระผู้เป็นเจ้าก็ให้ความสำเร็จกับเรา ปรากฏว่าเรามีร้านค้ามาออกร้านทั้งหมด 60 ร้าน และได้เงินจากงานครั้งนี้มากถึง 700,000 บาท หลังหักค่าใช้จ่าย อย่างค่าจัดงาน ค่าไฟ ค่าเช่าเวที แล้วเหลือประมาณ 500,000 กว่าบาท มันเกินคาดมากๆ และเราก็จะเอาเงินนี้มาใช้พัฒนาชุมชนให้มีประโยชน์สูงสุด”


มหัศจรรย์ของความหวัง
ยิ่งฟังพี่ชาคริสเล่ามากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งทึ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นในการจัดงานครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ใครสักคนจะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างโดยไม่ได้อะไรตอบแทน แต่วันนี้ชาวฮารูณสร้างความมหัศจรรย์แบบนั้นขึ้นมาได้อย่างง่ายดายจนเราอดสงสัยไม่ได้ว่าอะไรคือเคล็ดลับของความสำเร็จที่เกิดขึ้น

“เราคิดว่าสิ่งที่ทำให้คนมารวมตัวกันและทำเพื่อชุมชนโดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทนเลยก็คือ ความตั้งใจของคณะกรรมการชมรม ความสามัคคีของคนในชุมชน และที่สำคัญที่สุดคือ ความหวังที่จะสร้างให้เด็กๆ ที่อยู่ในวิถีชุมชนที่กำลังค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป หันกลับมาให้ความสำคัญกับสังคม การช่วยเหลือและการเป็นผู้ให้อีกครั้ง ถ้าเราอยากให้เขาเป็นแบบนั้น เราต้องทำให้เขาเห็น

พี่ๆ ในชุมชนทุกคน สมาชิกชมรมทุกคน คณะกรรมการทุกคน ไม่มีใครเลยที่ทำเพื่อตัวเอง ทุกคนทำให้โดยหวังแต่ให้ชุมชนและชีวิตของพี่ๆ น้องๆ ดีขึ้นเท่านั้น  การที่เราจัดงานนี้ ทุกคนมาช่วยกันหมด ไม่มีใครเลยที่ไม่ช่วย บางคนวางแผน บางคนยกเต็นท์ ยกโต๊ะ ยกเก้าอี้ เอาหม้อเอากระทะจากที่บ้านมาช่วย ลงทุนมาทำอาหาร เด็กๆ ก็มาออกร้านขายเครื่องดื่ม ทุกคนที่มาทำไม่มีใครได้ค่าจ้าง มาด้วยใจอยากทำเพื่อชุมชนล้วนๆ ทุนในการออกร้านของแต่ละบ้าน แต่ละครอบครัวออกกันเองหมด และกำไรก็ยกให้ชุมชนทั้งหมด บางบ้านได้ 20,000 บางบ้านได้ 30,000 เด็กๆ ก็จะได้เรียนรู้เรื่องแบบนี้จากผู้ใหญ่รอบตัวของพวกเขา“


ความสำเร็จที่ไม่ได้มาโดยบังเอิญ
ถึงแม้จะเป็นเพียงชุมชนเล็กๆ แต่ในการจัดงานครั้งนี้คณะกรรมการชมรมวางแผนงานมาเป็นอย่างดีและใช้เวลาเตรียมตัวทั้งหมดนานถึง 6 เดือน เพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด โดยมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น ประธานจัดงาน รองประธานจัดงาน เลขานุการ ฝ่ายร้านค้า ฝ่ายสถานที่ ฝ่ายประสานงาน ฝ่ายจราจร ฝ่านประชาสัมพันธ์ ก่อนจะให้แต่ละฝ่ายแยกย้ายกันออกไปทำงานในส่วนของตัวเอง

โดยทุกวันอังคารฝ่ายต่างๆ จะกลับมาประชุมอัพเดตกันว่าแต่ละฝ่ายทำงานอะไรไปถึงไหนแล้ว เช่น ฝ่ายสถานที่ไปวัดพื้นที่แล้วร่างแปลนออกมาว่าจุได้กี่ร้านค้า ตรงไหนบ้าง ฝ่ายจราจรไปดำเนินการเรื่องขอใช้สถานที่ในการจอดรถ ฝ่ายร้านค้าไปลองชวนแต่ละบ้านมาออกร้าน ฯลฯ

“การที่ชาวบ้านมาทำโดยไม่ได้เงินเลยแบบนี้ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นเลย เพราะเขาสมัครใจและคุ้นเคยกับชมรมดีอยู่แล้ว เราอยู่ด้วยกันมา ชาวบ้านเห็นมาตลอดว่าเราทำงานให้กับชุมชน ครั้งนี้เขาก็จะแค่กำชับว่าจัดงานให้ดีๆ นะ บริหารจัดการกันดีๆ คำนวณเงินให้ดีๆ อย่าสั่งจ่ายกันง่ายๆ ด้วยความที่คนในชมรมเป็นเยาวชนที่อายุยังไม่มาก ผู้ใหญ่เขาก็จะเตือนด้วยความเป็นห่วงแบบนี้มากกว่า”

และด้วยความตั้งใจและใส่ใจตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา วันที่ 27 เมษายน 2562 พี่ๆ ทุกคนก็ได้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เมื่อผู้คนต่างเพศ ต่างวัย ต่างศาสนา แวะเวียนกันเข้ามาเที่ยวงานอย่างคึกคักตลอดเช้าจรดค่ำอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“เราเกินคาดมาก เพราะงานเราทุกงาน รวมถึงงานมุสลิมทั่วไป อาหารจะหมดหลังสี่ทุ่มเสมอ แต่งานครั้งนี้ 6 โมงเย็นก็หมดแล้ว แล้วอาหารไม่ใช่ทำน้อยๆ ข้าวหมกไก่ 400 ชิ้น แกงแพะ ใช้แพะ 2 ตัว ข้าวหมกแพะ ใช้แพะ 1 ตัว แกงกระหรี่ปลา 3 หม้อ ข้าวเนื้อแดง 500 กล่อง และอาหารทั้งหมดเป็นรสชาติต้นตำรับแบบฮารูณ เป็นเอกลักษณ์ของบ้านเราจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวต้มซัมบัล ขนมครกสิงคโปร์ ซูยี โรตี”

สีสันของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
พี่ชาคริสเล่าว่า อีกหนึ่งสิ่งที่พี่ๆ ชาวชมรมเป็นห่วงที่สุดในการจัดงานครั้งนี้ก็คือ การประชาสัมพันธ์ เพราะนอกจากจุดประสงค์หลักของการจัดงานอย่างการรวบรวมเงินและการทำให้เด็กๆ ในชุมชนได้ออกมาเรียนรู้เรื่องการทำงานเพื่อผู้อื่นแล้ว พี่ๆ ในชมรมยังอยากให้งานครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอิสลามออกไปสู่โลกภายนอก และเปลี่ยนมุมมองของผู้คนต่างศาสนาให้เห็นว่าชาวมุสลิมนั้นเปิดกว้างและพร้อมต้อนรับทุกคนอยู่เสมอ พวกเราชาว Trawell จึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับโอกาสในการเข้ามาช่วยสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์เท่าที่พวกเราทำได้

“ถ้าเราแชร์กันเองมันก็จะเป็นกลุ่มเราแค่ร้อยสองร้อยคน พันคน เป็นเพื่อนของเพื่อนกันทั้งนั้น แต่เราจะทำยังไงให้คนทั่วไปได้มาเห็นงานของเรา ได้เข้ามาลองชิมอาหารของเรา ในตอนนั้นเอง อัลเลาะห์ก็ช่วยให้มีกลุ่ม Trawell เข้ามาช่วยเราประชาสัมพันธ์งานพอดี

ถ้าเราทำกันเอง เราอาจจะหาคนมาได้แต่แขกจะไม่คึกคักหลากหลายเหมือนที่เกิดขึ้นในวันนี้ซึ่งมีคนต่างศาสนิกเข้ามาร่วมเยอะมาก ทั้งที่ปกติงานอิสลาม ทุกคนก็จะคิดว่าคงมีแต่แขกอิสลามคลุมผมมา มีแต่อิหม่ามมา แต่งานที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่ใช่ มันเหมือนงานเทศกาลสนุกๆ ทั่วไป ที่มีคนหลากหลายรูปแบบ หลากหลายศาสนา หลากหลายวัย เข้ามาซื้อเนื้อสะเต๊ะกิน เข้ามาซื้อแกง ซื้อมะตะบะ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นมากๆ รวมทั้งองค์กรมุสลิมหลายๆ แห่งก็อยากให้เกิดขึ้น

ผมอ่านคอมเมนต์แล้วชื่นใจมากเลย ‘เดี๋ยวหนูจะมางานนะ’ ‘พี่ฝากซื้อเนื้อเค็มหน่อย’ ผมตื้นตันมากว่าทุกคนให้ความสำคัญกับสิ่งนี้กันจริงๆ ในงานเราก็จะขึ้นป้ายเลยว่างานนี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม Trawell ถ้าเดินมาก็จะเห็นป้ายอยู่แทบทุกมุม เพราะเรารู้สึกดีใจจริงๆ”


ส่งต่อแรงบันดาลใจ

เมื่องานประสบความสำเร็จขนาดนี้ เราเลยอยากให้พี่ชาคริสลองฝากบทเรียนในการทำงานที่เกิดขึ้นเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการลุกขึ้นมาทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อชุมชนโดยเริ่มจากตัวเอง อย่างที่ชาวชมรมเยาวชนฮารูณทำได้สำเร็จในวันนี้ให้กับชุมชนอื่นๆ ต่อไป

“การจัดกิจกรรมชุมชนด้วยตัวเอง สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีความไว้วางใจและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ยิ่งงานใหญ่แบบนี้ เงินมันเข้ามาจากทุกทาง ฝ่ายสถานที่ก็มีเงินเข้า ฝ่ายร้านค้าก็มีเงินเข้า ประธานจัดงานก็มีเงินเข้า แต่เราไม่ต้องมีการตรวจสอบ เพราะทุกคนทำเพื่อจะให้เงินเข้ามาตรงกลางและทุกคนเชื่อใจกัน นอกจากการไว้วางใจแล้ว เราต้องให้เกียรติในหน้าที่ของคนอื่นๆ ทุกคนมีความสามารถ แต่ความสามารถของทุกคนต่างกัน เราต้องพร้อมวางงานส่วนที่เราทำไม่ไหวให้คนอื่นรับผิดชอบ เพื่อให้งานมันสามารถเดินไปได้ เราเถียงกัน ทะเลาะกันในที่ประชุมได้ แต่เราต้องออกจากห้องด้วยความเข้าใจกัน”


เกร็ดความสุข

พี่กุ้ง-สุกัญญา บุญหทัยฤทธิ์ ร้านกาแฟน้องกันฮารูณ

“แฮปปี้มาก คนเยอะคึกคักมาก แล้วงานนี้เราจัดในนามชมรมเป็นครั้งแรก มันเกินคาด เพราะเราจัดหน้าร้อนแล้วปีนี้มันร้อนมาก เราก็คิดว่าคนจะมาแค่ช่วงเย็น เราก็เลยทำอาหารมาแค่ในระดับนึง แต่ปรากฏว่าเราบอกไปว่างานเริ่ม 10 โมง พี่มาจัดร้านตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง จัดร้านเสร็จพี่ยืนตั้งแต่ 9 โมงยันบ่ายสามโมงไม่ได้นั่งเลย”


พี่ดะห์-อรัญญา จันทร์แตง และพี่นูห์-มลฤดี วงษ์ศิริ ร้านช.ชาฮารูณ

“สนุกนะ คนเยอะกว่าที่คาดเอาไว้ ขายกันมันมาก ของหมดเร็วมากขายกันไม่พอเลย เราทำเพื่อเด็กๆ ชมรมนี้เราก็รู้จักกันดีอยู่แล้วว่าเขาทำเพื่ออะไร แล้วปกติใครมาชวนไปทำงานการกุศล งานอาสาอะไรเราก็ไปหมดอยู่แล้ว อันนี้เป็นงานที่ชุมชนเราจัดกันเอง ยังไงก็ต้องไป”

” ดีใจที่คนได้มีส่วนร่วมในการทำงานด้วยกันเพื่อเด็กๆ ในชุมชน แล้วคนก็ให้การตอบรับกับเราดี”


พี่หมัด-มูฮำหมัดนัสรีย์ อารุซ และพี่อิ๊บ-อาณัติ ศุภนีรนาท สมาชิกชมรมเยาวชนฮารูณ

“ดีใจที่คนในชุมชนทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องได้ช่วยกันทำให้งานเกิดขึ้นมาได้ มันนานมากแล้วที่ฮารูณไม่ได้จัดงานแบบนี้ พอออกมาดีมันก็หายเหนื่อย ปกติวัยรุ่นทุกคนในชุมชนจะอยู่ในชมรมหมด ไม่มีใครไม่อยากทำ แต่ละคนก็จะทำในส่วนที่ตัวเองสนใจ อย่างผมก็จะทำเรื่องอาสากู้และดับเพลิง เพื่อนจะเป็นโค้ชดูแลเด็กในทีมฟุตบอลชุมชน คนอื่นๆ ก็จะทำงานที่ถนัดกันไป”

371
VIEWS

Pop

Urban Curator, นักเขียน, นักเดินทาง ควบคอสตูมดีไซน์เนอร์ ผู้เติบโตในย่านเมืองเก่าและมีความสุขทุกครั้งที่ได้จัดกระเป๋าออกไปรู้จักโลก ปัจจุบันกำลัง In a Relationship with ศิลปะ หนัง พิพิธภัณฑ์ เสื้อผ้ามือสองและการเดินเรื่อยเปื่อย