HENG SENG

Posted on กรกฎาคม 1, 2019 in Shop

เฮงเส็ง ตามรอยวัฒนธรรมเสื่อผืนหมอนใบในร้านหมอนอายุ 100 ปี

เมื่อพูดถึงชุมชนชาวจีนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คงไม่แปลกที่ใครหลายคนจะคิดถึงย่านเยาวราชเป็นอันดับต้นๆ แต่ถ้าเราพูดถึงชุมชนชาวจีนเก่าแก่ในยุคแรกที่โล้สำเภาเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในเมืองไทย ก่อนที่จะเริ่มทำการค้าขายและขยายความเจริญออกไปทางสำเพ็งหรือเยาวราชล่ะ?
ใช่ เรากำลังพูดถึง ‘ย่านตลาดน้อย’ ชุมชนคนจีนเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยังบันทึกร่องรอยของวิถีชีวิตแบบเสื่อผืนหมอนใบเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมนั่นเอง

วันนี้เราอยากชวนทุกคนมาพูดคุยกับสามสาวแห่งร้านเฮงเสงอย่าง ‘พี่เจี๊ยบ-วิมล เหลืองอรุณ’ ทายาทรุ่นที่ 3 ที่พร้อมจะพาร้านก้าวไปสู่ยุคใหม่ ‘อาม่าเมี่ยวลั้ง แซ่อิ๊ว’ ทายาทรุ่นที่ 2 คุณแม่ของพี่เจี๊ยบ และ ‘คุณป้านิภา พุทธังกุล’ ช่างทำหมอนที่อยู่กับร้านมาอย่างนานจนกลายเป็นคนในครอบครัว ไปด้วยกัน

‘เฮงเส็ง’ เป็นร้านทำหมอนและเบาะไหว้เจ้าร้านสุดท้ายในตลาดน้อยที่มีอายุมากกว่า 100 ปี เปิดมาตั้งแต่รุ่นอากงของพี่เจี๊ยบที่อพยพจากประเทศจีนมาตั้งถิ่นฐานในไทย โดยอากงได้นำอาชีพช่างเย็บผ้าที่ตัวเองชำนาญติดตัวลงเรือมาด้วย เมื่อมาอาศัยอยู่ในย่านตลาดน้อยซึ่งในอดีตเคยเป็นย่านอยู่อาศัยและย่านการค้าที่คึกคักไปด้วยผู้คน จึงตัดสินใจเปิดร้านเฮงเส็งขึ้นภายในชุมชน

ในอดีตเฮงเส็งไม่ได้เริ่มต้นมาจากการเย็บเบาะไหว้เจ้าหรือหมอน แต่จะทำของข้าวเครื่องใช้ที่ตอบสนองความต้องการของคนจีนในสมัยนั้นอย่างที่นอนหรือมุ้งด้วย จนกระทั่งเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเครื่องปรับอากาศ มุ้งลวด และที่นอนใยสังเคราะห์เริ่มแพร่หลายเข้ามาในเมืองไทย คนที่ยังคงใช้มุ้งและที่นอนนุ่นก็ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ทางร้านจึงตัดสินใจเลิกทำไปในที่สุด

เมื่อถามถึงเบาะ อาม่าก็เล่าให้เราฟังว่าไอเดียการทำเบาะเริ่มต้นมาในยุคที่คนนิยมนั่งเก้าอี้หวายหรือเก้าอี้ไม้ และยังไม่มีโซฟานิ่มๆ ใช้กันเหมือนทุกวันนี้ เพื่อให้นั่งสบายขึ้นทางร้านจึงเย็บเบาะขึ้นมาเสริม คนจึงนิยมกันมาก ทั้งคนมาสั่งทำ ทั้งที่ทำส่งไปขายตามร้านหวายแถวสำราญราษฎร์ ต้องนั่งเย็บกันวันละเป็นร้อยลูกเลยทีเดียว ส่วนเบาะไหว้เจ้าก็เกิดมาจากการที่เวลาไปไหว้เจ้าแล้วเห็นว่าคนจีนต้องนั่งคุกเข่าลงกับพื้น เราเห็นว่าเบาะน่าจะช่วยได้ ก็เลยลองทำออกมาขายดู แล้วมันก็ขายได้จริงๆ

ถ้าย้อนกลับไปวันแรกที่ร้านเฮงเส็งเปิดทำการเมื่อ 100 กว่าปีก่อน แล้วมีใครบอกว่าสินค้าที่จะอยู่ยงคงกระพันคู่กับร้านมาจนถึงทุกวันนี้จะเป็นสินค้าใหม่อย่างเบาะและหมอนไหว้เจ้า คงยากที่จะมีใครเชื่อแน่ๆ แต่เมื่อมันส่งต่อมาถึงรุ่นของพี่เจี๊ยบแล้ว พี่เจี๊ยบก็บอกว่าตัวเองมีหน้าที่รักษามันเอาไว้อย่างดีที่สุด

โดยพี่เจี๊ยบเล่าว่าตอนนี้นอกจากทางร้านจะเย็บเบาะไหว้เจ้าส่งไปขายตามร้านต่างๆ ในเยาวราชและศาลเจ้าแล้ว ทางร้านยังทำเบาะหรือหมอนด้วยเทคนิคเก่าแต่ลวดลายใหม่ออกมาเอาใจชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนเข้ามา หรือถ้าหากใครอยากลองจับจีบเย็บหมอนด้วยมือตัวเอง พี่เจี๊ยบก็ยังรับจัด Workshop เย็บหมอนใบเล็กให้กับผู้ที่สนใจอีกด้วย

“เมื่อก่อนเขาจะสั่งไปใช้แค่ในศาลเจ้า แต่ตอนนี้ความเก่ามันกลับมาเป็นความเก๋าและแฟชั่นอีกครั้ง อย่างในงาน Bangkok Design Week ที่ผ่านมาก็มีดีไซน์เนอร์มาออกแบบเก้าอี้ใหม่ แล้วก็เอาผ้าที่ออกแบบแล้วมาให้เราช่วยทำเบาะ พอประกอบเสร็จก็ยกผลงานให้เราเลย พอมีอะไรแบบนี้เราก็มีกำลังใจที่อยากจะทำต่อไป”

ตามมาสัมผัสกับความเก่าที่ยังเก๋าแบบนี้ได้ที่ ร้านหมอนเฮงเส็ง ตลาดน้อย
https://goo.gl/maps/v2nbDvekpHufvgcM6 (13.735163, 100.512064)

68
VIEWS

Pop

Urban Curator, นักเขียน, นักเดินทาง ควบคอสตูมดีไซน์เนอร์ ผู้เติบโตในย่านเมืองเก่าและมีความสุขทุกครั้งที่ได้จัดกระเป๋าออกไปรู้จักโลก ปัจจุบันกำลัง In a Relationship with ศิลปะ หนัง พิพิธภัณฑ์ เสื้อผ้ามือสองและการเดินเรื่อยเปื่อย