THE HUMAN SCALE LESSON

Posted on พฤศจิกายน 10, 2016 in Featured, Read

ย้อนไปเมื่อปลายเดือนมกราคมปีพ.ศ.2558 ที่ประเทศฮ่องกง ผมไปเข้าร่วมสัมมนาหนึ่งและบังเอิญโชคดีได้ชมภาพยนตร์สารคดีที่มีชื่อว่า ‘THE HUMAN SCALE’ มันเป็นสารคดีที่มีความยาวไม่มากนัก แต่ก็นานพอที่ทำให้คนจากประเทศโลกที่สามอย่างผมและเพื่อนหัวใจเต้นแรงตลอด 1 ชั่วโมง 23 นาที และใครจะไปรู้ว่ามันจะกลายมาเป็น ‘จุดเปลี่ยน’ ที่ทำให้วิศวกรโรงงานอย่างผม ตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพมาเดินหน้าทำงานเรื่อง ‘การพัฒนาเมือง’ อย่างจริงจังมาก ๆ หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา

human_scale_film_

เนื้อหาของภาพยนตร์พูดถึงเรื่องการพัฒนาเมือง การขยายตัวของเมือง และความท้าทายในอนาคตที่คนจะเข้ามาอยู่อาศัยกันในเมืองกันมากขึ้น สิ่งที่ดีที่สุดของเรื่องนี้คือการหยิบกรณีตัวอย่างจากหลากหลายประเทศมาเปรียบเทียบแนวคิดก่อนและหลังปรับปรุงอย่างเห็นภาพ เช่น ไทม์สแควร์แห่งนครนิวยอร์ค สถานที่ซึ่งก่อนหน้านี้มีรถติดหนาแน่นมาก เพราะถูกพัฒนาด้วยแนวคิดแบบหนึ่ง แต่เมื่อเปลี่ยนไปใช้แนวคิดแบบ HUMAN SCALE ในการพัฒนาเมือง ไทม์สแควร์ก็กลายเป็นจุดที่ผู้คนมาทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างหนาแน่นมากขึ้น จากที่ของรถ กลายเป็นที่ของคน นิวยอร์กกลายเป็นเมืองของผู้คน ที่มีชีวิตชีวาขึ้นแบบก้าวกระโดดไปเสียอย่างนั้น

9135789555_e541762531_o
Time Square, New York

ผมยังจำความรู้สึกตอนดูสารคดีได้ดี เพราะ…
ยิ่งดู ก็ยิ่งขนลุก
ยิ่งดู ก็ยิ่งสนใจ
และยิ่งดูก็ยิ่งอยากให้กรุงเทพฯ ของเรา มีวันที่ดีขึ้นแบบนั้นกับเขาบ้าง…

ths-jangehl
Jan Gehl ผู้เริ่มต้นแนวคิดออกแบบเมืองโดยมีคนเป็นศูนย์กลาง

คนจะล้นเมือง เมืองพร้อมหรือยัง?

สารคดีชวนให้เห็นภัยคุกคามในอนาคตที่น่าสนใจ
ประการแรก หลายคนชอบคิดว่าปัญหาใหญ่ของสังคม เช่น ปัญหาการศึกษา ความยากจน อาชญากรรม สิ่งแวดล้อม จราจร สุขภาพ เกิดจากนโยบายการเมืองที่ไม่แก้ปัญหาอย่างแท้จริง เป็นนโยบายที่เอื้อต่อระบบทุน หรือเกิดจากระบบโครงสร้างของรัฐเองที่เป็นปัญหาแบบงูกินหาง
…ซึ่งใช่ครับ
ต้นเหตุของปัญหาต่าง ๆ มาจากภาครัฐก็จริง แต่ต้นเหตุสำคัญที่สร้างปัญหาเหล่านี้ให้ร้ายแรงขึ้นได้ไม่แพ้กันก็คือประชาชนเรากันเองนี่แหละ เพราะภัยคุกคามที่สารคดีพยายามสื่อสารก็คือ จำนวนผู้คนที่อยู่อาศัยในเมืองเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เมืองยังไม่พร้อมรองรับ

humanscale

เมื่อเมืองไม่พร้อมแต่คนเพิ่มขึ้นมาก ย่อมเกิดปัญหามากมายอย่างไม่ต้องสงสัย

สารคดีชี้ให้เห็นแนวโน้มสำคัญข้อหนึ่งว่า ในปัจจุบันเรามีประชากร 50% ของประชากรทั้งโลกอาศัยอยู่ในเขตเมืองแล้ว และภายในปีค.ศ. 2050 ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 80% เลยทีเดียว ซึ่งหากเราลองนึกภาพตาม การที่จู่ ๆ คนจำนวนมากขึ้นขนาดนั้น อะไรจะต้องเปลี่ยนตามไปบ้าง ชุมชนต้องกลายสภาพเป็นมหานครเมืองใหญ่ หรือการที่คนต่างจังหวัดทยอยย้ายถิ่นฐานเข้ามาในเมืองจำนวนมากพร้อม ๆ กัน นักธุรกิจเข้ามาเปิดธุรกิจห้างร้านเพื่อรองรับปริมาณคนและเศรษฐกิจที่โตขึ้นโดยไม่คำนึงถึงผังเมืองโดยรวม โรงพยาบาลจะมีรองรับเพียงพอมั้ย โรงเรียนและคุณครูมีเพียงพอที่จะรับคนเพิ่มได้มั้ย หรือ พื้นที่ใช้สอยในเมืองมีเพียงพอรองรับคนจำนวนมากขนาดนั้นแล้วหรือยัง จะเห็นได้ว่าการเพิ่มขึ้นของประชากรเมืองคือปัญหาสำคัญที่เป็นรากของปัญหาอื่น ๆ ตามมาทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาที่อยู่อาศัย ปากท้องความยากจน เพราะสุดท้ายแล้วมันคือเรื่องของ “คุณภาพชีวิต” ของคนในเมืองนั่นเอง

chongqing-vendors1

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HUMAN SCALE 

384
VIEWS

@Sanon

อดีตวิศวกรผู้คลั่งไคล้การทำธุรกิจและการพัฒนาเมืองเป็นชีวิตจิตใจ ชอบดื่มน้ำอัดลม กาแฟ และเสพติดการทำงานพอ ๆ กับการดูฟุตบอลในช่วงสุดสัปดาห์ ปัจจุบันมาเปิดโฮสเทลย่านประตูผีและทำงานร่วมกับชุมชนในพระนครอย่างใกล้ชิด