INN A DAY

Posted on มิถุนายน 8, 2018 in Guide


เมื่อคิดถึงแม่น้ำเจ้าพระยา ภาพที่ตามมาก็คงหนีไม่พ้นแลนด์มาร์กสำคัญอย่างพระปรางค์วัดอรุณ ที่ตั้งตระหง่านคู่บ้านคู่เมืองมานับร้อยปี แต่การจะหาจุดเหมาะๆ นั่งเหม่อมองวิวระดับพันล้านนี้ได้นานๆ ก็ถือเป็นความท้าทายไม่น้อย เพราะในปัจจุบันที่พื้นที่ริมฝั่งถูกจับจองไปซะจนเกือบหมดแล้ว

หากไม่ได้อยากออกไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัดไกลๆ เราอยากชวนให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาละเลียดชมกรุงเทพฯ ที่ท่าเตียน และซึมซับช่วงเวลาสุดพิเศษกันที่ Inn A Day โรงแรมบูทีคขนาดเล็กที่มีเพียง 9 ห้อง แต่มีวิวสุดพรีเมียมที่เปิดโอกาสให้เราได้สบตากับพระปรางค์วัดอรุณอย่างที่น้อยคนจะได้สัมผัส
เมื่อก้าวเข้าไปหลังบานประตูกระจก คงไม่มีใครจินตนาการออกว่าก่อนจะมาเป็นโรงแรมสวยๆ เช่นนี้ที่นี่เคยเป็นที่พำนักของน้ำตาลปี๊บจินเชียงเส็งมาก่อน พี่เท็น ทายาทรุ่นที่ 3 เล่าที่มาที่ไปตั้งแต่ครั้งที่อากงหอบความฝันจากแผ่นดินใหญ่มาเริ่มต้นใหม่ที่ท่าเตียน ตลาดซื้อขายสินค้าที่ใหญ่ที่สุด จนเรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมการค้าแห่งพระนครในยุคนั้น เริ่มแรกอากงรับจ้างแบกหาม ยกของ เก็บเงินได้จำนวนหนึ่งก็เริ่มลงทุนซื้อน้ำตาลจากชาวสวนอัมพวามาเคี่ยวน้ำตาลปี๊บขายเอง ประหยัดอดออมจนซื้อบ้านริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดเป็นโรงงานน้ำตาลจินเชียงเส็งที่ส่งไม้ต่อมาถึงรุ่นคุณพ่อ จนกระทั่งปี 2557 ที่ผ่านมาคนในครอบครัวปรึกษากันถึงทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกที่หมุนเร็วขึ้น การเป็นพ่อค้าคนกลางไม่ทำกำไรอีกต่อไปในยุคสมัยที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ครองตลาดและการติดต่อซื้อขายกับชาวสวนโดยตรงเป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ ทุกคนจึงตัดสินใจเปลี่ยนธุรกิจเป็นการทำโรงแรมที่พักขนาดเล็ก โดยนำเรื่องราวของน้ำตาลปี๊บซึ่งเป็นธุรกิจเก่ามาเล่าผ่านการตกแต่งสิ่งละอันพันละน้อยในคาเฟ่ชั้นล็อบบี้ และนำเสนอผ่านอาหารไทยซึ่งส่วนใหญ่ใช้น้ำตาลปี๊บเป็นส่วนประกอบ
เมื่อเดินขึ้นบันไดไปแต่ละชั้นจะได้พบกับห้องพักที่มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามช่วงเวลา เช้า กลางวัน เย็น ชั้นที่ 2 จะเป็นสีฟ้าเรื่อเรืองเหมือนแสงของวันใหม่ ชั้นต่อมาเป็นสีเหลืองสว่างไสวของยามกลางวัน และชั้นบนสุดตกแต่งด้วยสีส้มของท้องฟ้ายามอาทิตย์อัสดง เหมือนกับโลโก้ของโรงแรมที่แบ่งเป็นสามส่วนช่วงเช้าพระอาทิตย์ขึ้นเราจะเห็นเงาของพระปรางค์และท้องฟ้าที่สว่าง กลางวันก็สว่างหมด ตอนเย็นท้องฟ้ามืด ตัวพระปรางค์สว่างเด่นขึ้น แต่ละห้องจะมีชื่อเรียกเป็นเวลาแทนหมายเลขห้องอย่างโรงแรมอื่นๆ เช่น 9 A.M. หรือ 6 P.M.
จุดแข็งของที่นี่ นอกจากจะมีวิวสวยๆ เป็นจุดดึงดูดแล้ว ยังมีวิถีชีวิตจริงๆ ของชาวบ้านย่านท่าเตียนอยู่ด้วย จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่ต้องการเรียนรู้ความเป็นอยู่ของชาวไทยอย่างใกล้ชิดในโรงแรมขนาดเล็ก ที่อบอุ่น เป็นส่วนตัว เท็นกล่าวว่า “เรามีห้องพักแค่ 9 ห้องทำให้เรารู้จักแขกแทบทุกคน ด้วยความเป็นขนาดเล็กทำให้ทุกคนช่วยกันดูแลแขกได้ทั่วถึง อาหารเช้าก็สามารถเตรียมให้เป็นรายบุคคลตามต้องการได้ ว่าอยากกินอเมริกันเบรกฟาสต์ หรือจะลองอาหารเช้าแบบไทยๆ เราก็จัดหาให้ได้”

การดูแลกันด้วยความเอาใจใส่ เสมือนสมาชิกในครอบครัวแบบนี้ อาจเป็นภาพที่ Inn A Day อยากแสดงให้ทุกคนได้รับรู้ถึงบรรยากาศเก่าๆ ของท่าเตียนที่ยังคงแฝงฝังอยู่ในความทรงจำของพวกเขาไม่รู้ลืม “เมื่อก่อนความสัมพันธ์ของคนในชุมชนแน่นแฟ้นมาก เด็กทุกคนมาเล่นด้วยกันหมด ยิ่งรุ่นพ่อจะสนิทกันกว่ารุ่นของผมอีก ทำอะไรด้วยกันตลอด รู้จักกันทุกบ้าน ทุกซอย แต่พอเทคโนโลยีเข้ามาก็เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนรุ่นหลังไป เราก็ต่างคนต่างอยู่มากขึ้น” เท็นเล่าต่อไปว่าเมื่อก่อนท่าเตียนเป็นแหล่งขายส่งสินค้าทางการเกษตร หอม กระเทียม ข้าวสาร เมล็ดพืช มีรถส่งของคันใหญ่ๆ มาจอดถ่ายเทสินค้าทุกวัน แต่วิถีชีวิตแบบที่เขาคุ้นเคยก็ค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ ในปัจจุบัน “ตอนนี้ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นความหวังใหม่ของทุกคน บ้านตรงข้ามกำลังก่อสร้างที่พัก บ้านนั้นก็กำลังเก็บของจะทำที่พัก หน้าปากซอยทำร้านอาหาร บางคนปล่อยเช่า บางคนขายทิ้ง บางคนทำเอง”
“ก้าวต่อไปของท่าเตียนก็คงจะมุ่งไปสู่การท่องเที่ยวอย่างชัดเจน แต่ผมก็มองว่าการเข้ามาของผู้ค้าหน้าใหม่ ทำความคึกคักให้ชุมชนได้เหมือนกัน จากที่เดิมมีร้านค้าน้อย คนก็เดินผ่านไปที่อื่น พอมาอยู่รวมๆ กันก็กลายเป็นชุมชนใหม่ ทุกวันนี้เมื่อพูดถึงท่าเตียน คนก็จะคิดถึงร้านเล็กๆ ที่เป็นคาเฟ่ คอฟฟี่ช็อปมากกว่าเป็นตลาดค้าส่งเหมือนแต่ก่อน ถามว่าเสียดายคืนวันเก่าๆ ไหมก็เสียดาย แต่เวลาก็บังคับให้มันต้องเป็นไปของมันเอง และเราต้องอยู่กับความเปลี่ยนแปลงนั้นให้ได้” เราเดินกลับออกมาจากท่าเตียนพร้อมกับแสงสุดท้ายของวัน กวาดสายตามองไปยังตึกแถวที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ มีทั้งร้านค้าเก่าแก่ ที่อยู่อาศัย และร้านอาหารแบบใหม่ เดินสวนกับนักท่องเที่ยวสะพายกล้องที่เบี่ยงตัวหลบคนงานที่ขนลังใบใหญ่ลงจากรถ เป็นความแตกต่างหลากหลายที่อยู่ร่วมกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ จึงน่าสนใจว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าท่าเตียนจะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด คงขึ้นอยู่กับว่าใครจะตั้งรับการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่ากัน

245
VIEWS

Noey

บรรณาธิการ TRAWELL STORY ผู้หลงรักการหมุนตัวบนฟลอร์สวิงพอๆ กับการสะสมหนังสือเก่า เม้าท์กับคุณลุงคุณป้าวัยเก๋า และสรรหาหนังแปลกมาชมก่อนเข้านอนทุกคืน