J FABRIC

Posted on ธันวาคม 18, 2018 in Guide

‘J Fabric’ Community ของคนรักผ้า ที่เสิร์ฟผ้านำเข้าสุดน่ารัก จนอยากทำตกลงที่หัวใจ

ช่วยเก็บผ้าเช็ดหน้าของฉันหน่อยได้ไหม เพราะฉันทำมันตก ตกลงที่หัวใจ

เห็นเราร้องเพลงมาแต่ไกลแบบนี้ บอกว่าเลยว่าคอนเท้นต์วันนี้ต้องทำให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะอยากทำผ้าสวยๆ ตกลงกลางหัวใจไปพร้อมกันกับเราแน่นอน เพราะวันนี้เราแวะมาพูดคุยกับพี่เอ็มธนกร เจนเจษฎาและพี่ออยพรฤดี เจนเจษฎาสองพี่น้องผู้เป็นเจ้าของร้าน J Fabric ร้านขายผ้าน้องใหม่แห่งย่านจักรวรรดิที่เพิ่งเปิดสดๆ ร้อนๆ เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ด้วยความตั้งใจอยากที่จะสร้าง Community ซึ่งคนรักผ้าและศิลปะ สามารถมาแลกเปลี่ยนและใช้เวลาสบายๆ ร่วมกันได้อย่างไม่รีบร้อน จะเดินวนซ้ายวนขวา ขอคำปรึกษาแล้วหยิบม้วนผ้าขึ้นมาแมทช์กันจนพอใจก็ทำได้ตามใจชอบ
ตามมาทำความรู้จักกับร้านขายผ้านำเข้าสุดน่ารักร้านนี้ไปพร้อมกันกับพวกเราได้เลย!

จุดเริ่มต้นบนเส้นทางผ้า
พี่เอ็มเล่าว่าก่อนที่ J fabric จะตัดสินใจเปิดหน้าร้านในย่านจักรวรรดิแห่งนี้ เมื่อก่อนทางร้านเริ่มต้นมาจากการเปิดขายแบบออนไลน์ในแฟนเพจบนเฟสบุ๊คเป็นหลัก พร้อมเช่าห้องเล็กๆ ห้องหนึ่งในบริเวณใกล้เคียงเอาไว้เปิดเป็นโกดังเก็บของ เพื่อให้ลูกค้าที่อยากมาลองสัมผัสเนื้อผ้าจริงได้แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชม

ก่อนที่จะมาทำผ้านำเข้า ที่บ้านเราเคยทำผ้าไทยมาก่อนตั้งแต่สมัยคุณพ่อ ตอนมาเริ่มทำอันนี้เราเองยังไม่แน่ใจเลยว่าคนจะซื้อผ้าออนไลน์กันจริงๆหรอ เพราะเราก็รู้สึกว่าผ้ามันเป็นอะไรที่ต้องสัมผัสเนื้อ ถึงจะเลือกได้ถูกใจ แต่พอมาเป็นผ้าญี่ปุ่น ผ้าเกาหลี มันก็เหมือนเป็นการการันตีในระดับนึงแล้วมันว่าเป็นผ้าคุณภาพดี โดยลูกค้าส่วนใหญ่ของเราจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือคนที่ทำงานฝีมือ กลุ่มนี้จะสั่งซื้อเลย ซื้อทีละไม่มาก แต่หลายๆ ลาย กับกลุ่มคนที่ทำธุรกิจหรือจะเอาผ้าไปต่อยอด กลุ่มนี้จะอยากมาที่ร้าน อยากมาลองสัมผัสเนื้อผ้าจริงก่อนอย่างต่ำหนึ่งครั้ง ค่อยไปสั่งซื้อทางออนไลน์



ประสบการณ์ใหม่ในการเลือกซื้อผ้า
หลังจากที่ลูกค้าอยากจะแวะเข้ามาหากันที่ร้านมากขึ้นเรื่อยๆ พี่เอ็มและพี่ออยก็ตัดสินใจที่จะเปิดหน้าร้านเพื่อให้ต้อนรับทุกคนได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยไม่ใช่แค่ร้านธรรมดา แต่ยังเป็นเสมือนสตูดิโอที่จะมอบ ประสบการณ์ใหม่ในการเลือกซื้อผ้าท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ที่คละเคล้าไปด้วยกลิ่นอายของศิลปะ ให้กับทุกคน

เราอยากให้ที่นี่เป็นสตูดิโอที่เปิดให้คนที่รักผ้าและศิลปะได้มาร่วมตัวกันแบบขิลล์ๆ เป็น community ของคนรักผ้าที่ไม่ทำให้บรรยากาศในการเลือกซื้อผ้ามันกดดัน เพราะร้านเก่าเรามันจะเป็นแค่ห้องหนึ่งห้องธรรมดาๆ แถมยังเป็นโชว์รูมที่ตั้งอยู่บนชั้นสองของออฟฟิศ ซึ่งเราต้องพาลูกค้าขึ้นไปเปิดห้องเพื่อดู ลูกค้าบางคนก็อาจจะกดดัน แต่ร้านนี้เราอยากให้บรรยากาศมันสบายๆ ให้ทุกคนได้ค่อยๆ เดินดู สงสัยหรือมีคำถามอะไรค่อยเรียกเรา มีมุมให้นั่งพัก มีมุมให้นั่งถ่ายรูป มีโต๊ะให้นั่งคิด นั่งขีดๆเขียนๆ อยากเอาอันนู้นเอาลองแมทช์กับอันนี้ก็ถือเดินขึ้นมาได้เลย อยากถ่ายรูปผ้าลายไหนก็ถ่ายได้หมด อยากให้มันเป็นประสบการณ์ใหม่ของร้านขายผ้า

เราไม่อยากอยู่ในสำเพ็งหรือไชน่าเวิล์ด เพราะมันวุ่นวายพลุกพล่าน คนรีบมารีบไป เดินๆ อยู่เดี๋ยวมีคนข้างๆ มาเบียด คนขายก็บอกอย่ายืนบังหน้าร้านนะ มันไม่ใช่บรรยากาศแบบที่เราอยากได้ เพราะเราอยากให้ทุกคนสบายตัวสบายใจ ใช้เวลาอยู่กับมันได้อย่างเต็มที่



และเมื่อเราเอ่ยถามถึงพื้นที่จัดกิจกรรม
workshop ที่ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของร้าน พี่ออยก็เล่าให้ฟังว่า

ส่วนของ workshop เกิดขึ้นมาเพราะเรารู้สึกว่าการจะเป็น community มันไม่จำเป็นว่าจะต้องมีการซื้อขายผ้าเกิดขึ้นอย่างเดียว เราอยากให้กลุ่มคนรักศิลปะได้มาพูดคุย ทำกิจกรรมและแลกเปลี่ยนกัน ก็เลยอยากให้พื้นที่ตรงนี้มีเวิร์คช็อปหรือกิจกรรมเกี่ยวกับศิลปะเกิดขึ้น รองรับกลุ่มคนรักที่งานฝีมือและศิลปะ รวมไปถึงย่านนี้มันก็เป็นย่านที่รวบรวมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับงานผ้าและงานฝีมือเอาไว้อยู่แล้ว ถ้ามีกิจกรรมที่มันเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน คนในย่านก็จะมีความแข็งแรงมากขึ้นด้วย


ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ
ประโยคนี้ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกาพย์ยานี11 ที่ใช้ท่องจำหลักการใช้ไม้ม้วนแต่อย่างใด และผู้ใหญ่ในที่นี้ก็ไม่ได้หมายถึงใครนอกจาก พี่เอ็มธนกร เจนเจษฎา ผู้รับหน้าที่เป็นคนที่จะบินไปยังประเทศต่างๆ เพื่อคัดเลือกและหาซื้อผ้าสวยๆ จากร้านค้าและโรงงานต่างๆ ส่งตรงกลับมาที่ประเทศไทย โดยพี่เอ็มจะเป็นคนบินไปเลือกซื้อผ้าด้วยตัวเองทุกครั้ง เพื่อตรวจสอบทั้งคุณภาพและความสวยงามอย่างพิถีพิถัน
โดยปัจจุบันทางร้านมีผ้าหลากหลายแบรนด์จากทั้งประเทศญี่ปุ่น (Kokka, Lecien, Cosmo, Sevenberry, Kei)  เกาหลี (Zentex) อเมริกา (Michael Miller, Shannon Fabrics, Riley Blake, Timeless Treasures) และฝรั่งเศส (Deveaux)

ส่วนผ้าที่ขายดีเป็นอันดับต้นๆ ของร้านในปัจจุบัน พี่เอ็มบอกว่าเป็นผ้าจากประเทศเกาหลี เพราะมีลวดลายน่ารัก เนื้อผ้าหนานุ่มมีมาตรฐาน ใส่สบาย เป็นผ้าที่พิมพ์ลายลงบนเนื้อคอตตอน ต่างจากหลายๆ โรงงานพิมพ์ผ้าในประเทศไทยที่หากเป็นการพิมพ์ดิจิตอลแล้วมักจะเป็นการพิมพ์ลงบนผ้าโพลีเอสเตอร์ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาความละเอียดในการพิมพ์มากกว่ากันหลายเท่า และยังมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไป

นอกจากนี้ทางร้านยังเป็นตัวแทนที่สามารถออกแบบลายร่วมกันกับทางโรงงานที่เกาหลีได้ จึงทำให้สามารถสั่งพิมพ์ลายผ้าที่ขายหมดแล้วใหม่ได้ เหมาะกับลูกค้าที่ซื้อไปทำธุรกิจเป็นล็อตใหญ่ๆ

ผ้าญี่ปุ่นหรือผ้าอเมริกา ส่วนใหญ่จะหมดแล้วหมดเลย ไม่สามารถสั่งรีพลีทได้ เราต้องไปเดินเลือกเองมากับมือ เพราะเขาเน้นความมีเอกลักษณ์ของเนื้อผ้า บางล็อตหนา บางล็อต แตกต่างกันไปตามการออกแบบในแต่ละคอลเล็คชั่น เราอยากเอาเข้ามาอย่างหลากหลาย เพราะเราก็ไม่อยากให้ลายมันชนกันในตลาด เช่น บางทีลูกค้าเราซื้อผ้าไปทำของอย่างเดียวกัน เราก็ต้องพยายามเอาของเข้ามาให้หลากหลาย ให้เขาได้มีสิทธิ์เลือกในแบบที่ชอบ

มันก็จะมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ข้อดีก็คือ ลูกค้าก็จะไม่ค่อยเจอผ้าแบบเดียวกันชนกันในตลาด แต่ข้อเสียคือถ้าลูกค้าซื้อไปทำแล้วขายดี อยากจะมาซื้อไปทำเพิ่ม อันนี้ก็จะยากหน่อย


และเมื่อถามไอเดียในการเลือกซื้อผ้า
พี่เอ็มก็เล่าให้เราฟังว่า นอกจากความสวยงามและเนื้อผ้าแล้ว สไตล์ของกลุ่มลูกค้าก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

เราเลือกจากแบรนด์และสไตล์ของลูกค้า เช่น กลุ่มเสื้อผ้าเด็กอาจจะลายการ์ตูนใหญ่หน่อย กลุ่มเสื้อผ้าตุ๊กตาต้องลายเล็กหน่อย คือเรารู้จักกลุ่มลูกค้าเราดีประมาณนึง แล้วเราก็เลือกมาเพื่อตอบโจทย์เขาแบบกว้างๆ โดยที่เขายังสามารถนำไปครีเอทเป็นไอเดียการใช้งานแบบใหม่ๆ ได้ อย่างบางคนเอาลายใหญ่ไปตัดให้ตุ๊กตาใส่เป็นเหมือนเสื้อยืดลายเดียว มันก็สนุกไปอีกแบบ
ความเปลี่ยนแปลงของตลาด
พี่ออยเล่าว่าก่อนที่จะมาเปิดร้านนำเข้าผ้าจากต่างประเทศเพื่อกลุ่มคนทำงานฝีมือและคนทำธุรกิจรายย่อยแบบนี้ ที่บ้านเคยขายและผลิตผ้าโหลทีละจำนวนมากๆ เพื่อส่งไปยังหลายจังหวัดทั่วประเทศ แต่เมื่อรูปแบบของการทำธุรกิจค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป พี่เอ็มและพี่ออยจึงตัดสินใจว่าอยากจะทำร้านขายผ้าที่ซัพพอร์ตคนกลุ่มเล็กๆ ให้สามารถงานธุรกิจของตัวเองได้ง่ายขึ้น

เหมือนฐานธุรกิจของย่านนี้เมื่อก่อนมันจะเป็นขายส่ง ผลิตทีละเยอะๆ ขายทีเป็นพันหลา แต่ตอนนี้พอมีอินเตอร์เน็ตเข้ามา มีช่องทางการขายใหม่ๆ รูปแบบการทำธุรกิจมันก็เปลี่ยนไป มีผู้ประกอบการรายย่อยๆ เพิ่มขึ้น มีSMEเพิ่มขึ้น เราก็เลยอยากทำทุกอย่างให้มันใหม่ขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น ไม่ต้องซื้อทีละเยอะๆ ก็ซื้อได้ เราตั้งใจเปิดมาซัพพอร์ตคนกลุ่มนี้ เพราะถ้าคนพวกนี้จะไปพิมพ์ผ้าที่โรงพิมพ์หรือโรงงาน มันไม่มีวันเป็นไปได้ที่เขาจะได้มีผ้าของตัวเอง

เมื่อก่อนถ้าคนจะทำสินค้าจากผ้าขึ้นมาอย่างนึง ทุกคนก็จะต้องไปที่สำเพ็ง ซึ่งผ้าของทุกๆ ร้านมันก็จะเหมือนกัน เพราะรับมาจากแหล่งเดียวกัน แต่อย่างตอนนี้ถ้าใครอยากออกแบบลายเอง หรืออยากได้ลายผ้าจากต่างประเทศที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ก็สามารถมาที่ตรงนี้ได้ แล้วเราก็มีพาร์ทเนอร์ในมือไว้ช่วยลูกค้าให้สามารถจบงานได้ด้วย คือเลือกผ้าที่นี่แล้วจะออกแบบเป็นกระเป๋าผ้าหรืออะไรก็สามารถส่งต่อไปจากที่นี่ได้เลย

1812
VIEWS

Pop

Urban Curator, นักเขียน, นักเดินทาง ควบคอสตูมดีไซน์เนอร์ ผู้เติบโตในย่านเมืองเก่าและมีความสุขทุกครั้งที่ได้จัดกระเป๋าออกไปรู้จักโลก ปัจจุบันกำลัง In a Relationship with ศิลปะ หนัง พิพิธภัณฑ์ เสื้อผ้ามือสองและการเดินเรื่อยเปื่อย