JOYMAN  GALLERY

Posted on กรกฎาคม 12, 2019 in Guide, Talk

‘Joyman  Gallery’ พื้นที่ทางศิลปะที่ผลักดันศิลปินเป็นเรื่องหลัก ธุรกิจศิลปะเป็นเรื่องรอง

“เมล็ดพันธุ์ที่ดี จะผลิดอกออกผลได้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม” 

หากจะบอกว่าแนวคิดของ Joyman Gallery คล้ายกับประโยคนี้ก็คงไม่ผิด เพราะมากกว่าการจัดแสดงงานศิลปะ คือการเป็นพื้นที่ให้ศิลปินหน้าใหม่ ได้เริ่มผลิดอกออกผลจากต้นฝันของตนเอง

‘Joyman Gallery’ เกิดจากการตั้งชื่อตามชื่อแยกสำราญราษฎร์ นั่นคือ ‘Joy’ ที่มาจากคำว่า สำราญ และ ‘Man’ ที่มาจากคำว่า ราษฎร์  และคอนเซ็ปต์หลักที่ว่า ‘Join Artist – Join Company’ หมายถึงการร่วมมือ ผลักดันและเติบโตไปพร้อมๆ กัน ระหว่างศิลปินกับแกลเลอรี 

ตึกสีส้มดูวินเทจแห่งนี้เป็นตึกเก่าในยุค 80s ที่เคยเป็นโชว์รูมรถมาก่อน ทำให้มีผนังสูงโปร่งเหมาะแก่การรีโนเวตเป็นแกลเลอรี ซึ่งชั้นล่างจัดแสดงผลงานและกิจกรรมแบบหมุนเวียน
ส่วนชั้นบนจัดเป็นนิทรรศการที่มีเรื่องราวและตีมที่ชัดเจน
โดยงานศิลปะแต่ละชิ้นล้วนซ่อนความงามทั้งสองมิติเอาไว้ให้ผู้ชมได้ซึมซับ มิติแรก คือความงามภายนอกที่มองเห็นได้ ส่วนมิติที่สอง คือความงามภายในที่มาจากการตีความ คุณนนนี่ย์-วิชชากร ต่างกลางกุลชร Curator ของที่นี่บอกกับเราว่า “อยากให้คนที่เข้ามาเสพย์ความงาม ความสุขก่อน แล้วเขาจะไปถึงอีกขั้นหนึ่งไหมก็อีกเรื่องหนึ่ง อย่างน้อยมีพื้นที่ให้เขาได้คิด ได้รับความรู้ ข้อคิด หรือสัญญะกลับไปทบทวนตัวเองด้วย โดยที่ไม่ใช่การอ่านงานวิชาการ แต่เป็นการมองสุนทรียภาพแทน”
จุดเริ่มต้นของแกลเลอรีแห่งนี้เกิดจากการมองเห็นช่องว่างของวงการศิลปะ นั่นคือ ศิลปินคุณภาพบางคนไม่มีพื้นที่ให้แสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ ด้วยเงื่อนไขและข้อจำกัดบางอย่างขององค์กรหรือเวทีทั่วไปที่ไม่ได้ตอบโจทย์สไตล์การทำงานของศิลปินเหล่านั้น อย่างที่คุณนนนี่ย์นี่บอกว่า “คุณค่าของงานศิลปะส่วนหนึ่งอยู่ที่ตัวงาน หรือคนที่ให้คุณค่ากับมัน แต่ต้องอยู่ให้ถูกที่ถูกเวลาด้วย ถ้าไปอยู่ในที่ที่เขาไม่ได้สนับสนุนคุณจริงๆ โอกาสการเติบโตก็คงมีน้อย”
ดังนั้นความตั้งใจของ Joyman Gallery คือการสร้างอีกทางเลือกหนึ่งให้กับศิลปิน โดยเน้นการผลักดันศิลปินเป็นหลัก และทำธุรกิจศิลปะเป็นรอง คุณนนนี่ย์ยังได้บอกกับเราอีกว่า “เราลงทุนให้ศิลปินก่อนอย่างเต็มที่ ถึงเราจะเหนื่อยแบบไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่ก็ต้องทำ เพื่อให้ศิลปินโตไปกับเราจริงๆ ถามว่ามันเป็นกำไรไหม บอกเลยว่าไม่ แค่พอเลี้ยงตัวเองได้ ก็เลยต้องร่วมมือกัน แกลเลอรีลงทุนให้แล้ว ศิลปินต้องช่วยแกลเลอรีด้วยว่าจะมีคนมาซื้องานไหม เราก็จะได้เงินคืนกลับมาบ้าง เป็นระบบธุรกิจที่ช่วยเหลือกันจริงๆ ศิลปินก็จะแอบหวังอยากให้แกลเลอรีมีกำไร จะได้มีกำลังทำให้คนอื่นต่อไป มันเป็นเรื่องของจรรยาบรรณ”

ดังนั้น Joyman Gallery จึงไม่ได้เป็นเพียงเพื่อนร่วมงาน แต่ยังเป็นเหมือนโค้ช หรือกัปตันทีมของเหล่าศิลปินหน้าใหม่ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าเกณฑ์หลักในการคัดเลือกศิลปินที่จะเข้ามาร่วมงานกัน จะอยู่ที่อายุหรือผลงานเพียงอย่างเดียว “ศิลปินต้องมีความเป็นปราชญ์ในระดับหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ว่าคนแก่กว่าจะเป็นปราชญ์ ต้องเป็นคนที่โค้ชไม่ยาก คุยไม่ยาก เพราะศิลปินจะมีคอนเทนต์ในหัว แต่บางทีเรียบเรียงเป็นคำพูดแล้วคนฟังอาจจะไม่เข้าใจ ต้องมีคนช่วยเกลาความคิดเขา แล้วออกมาเป็นอีกชุดความคิดหนึ่งที่อ่านแล้วมันกินใจ เข้าถึงได้ง่าย แล้วก็ต้องมีความงามทั้งสองมิติ อาจจะเป็นงานในลักษณะที่พัฒนาต่อได้ แต่ศิลปินคนนี้ต้องมีความปราดเปรื่อง รอให้โค้ชตบๆ เขาให้เข้าทาง แล้วงานพัฒนาต่อไปอีกขั้นหนึ่ง”

เมื่อพูดถึงประเภทงานศิลปะที่ถูกนำมาจัดแสดง ส่วนใหญ่จะเป็นงานจิตรกรรมและประติมากรรม เพราะศิลปินนิยมส่งผลงานประเภทนี้เข้ามามากกว่าประเภทอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นงานที่เข้าถึงง่าย คนที่สนใจสามารถซื้อสะสมเก็บไว้ได้ ส่วนบางงานที่เป็นศิลปะเชิงแนวคิด (Conceptual Arts) ซึ่งไม่สามารถตีเป็นมูลค่าได้ แกลเลอรีแห่งนี้นี่ก็ยังเปิดรับเช่นเดียวกัน “ต้องยอมรับว่างานสาย Conceptual Arts ตั้งราคาไม่ได้ มันเป็นเรื่องมูลค่าทางความคิด ดังนั้นการทำเรื่องซื้อขายธุรกิจที่จะผลักดันต่อเลยเป็นเรื่องยาก เพราะงานไม่ได้เน้นขาย แต่ไม่ใช่ว่าเราปิดกั้นเขา เรากำลังหาทางออกร่วมกันว่าจะทำราคางานเขายังไงเพื่อให้เรามีทุนต่อ ผลักดันเขาต่ออีกที” คุณนนนี่ย์อธิบายถึงแนวทางการทำงานที่ต้องการบาลานซ์เรื่องการผลักดันธุรกิจไปพร้อมๆ กับคอนเซ็ปต์หลักที่คอยผลักดันศิลปิน
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่แรงผลักที่ทำให้ Joyman Gallery ยังคงก้าวต่อไปตามความตั้งใจเดิม คือสิ่งที่มีค่ามากกว่ารายได้ที่เป็นตัวเลขเสียอีก ซึ่งคุณนนนี่ย์นี่บอกเหตุผลกับเราว่า “เราเหมือนเป็นโค้ช ถ้าศิลปินไปได้ไกลเราก็ดีใจ  ความน่ารักของศิลปินคือ การทำงานอยู่คนเดียว เขาจะเจอคนน้อยมาก แล้วถ้าใครทำให้เขาสำเร็จได้ เขาจะนึกถึงพูดถึงตลอด เป็นการทำงานแบบให้ใจกัน ทำอะไรแล้วนึกถึงกัน แค่นั้นก็มีความสุขแล้ว เลยเป็นงานที่เหนื่อยแต่มีแรงทำต่อเรื่อยๆ เพราะเหตุผลนี้แหละ”
อีกหนึ่งความพิเศษของ Joyman Gallery คือ การเปิดกว้างให้งานศิลปะที่ไม่สามารถจัดแสดงในแกลเลอรีหรือหอศิลป์อื่นๆ ได้มาจัดแสดงในพื้นที่แห่งนี้ อย่างเดือนกรกฎาคม 2562 นี้ มีการจัดแสดงงานศิลปะนิทรรศการ นัยย์…สิ่งซ่อนเร้น INxVISIBLE
นิทรรศการ นัยย์…สิ่งซ่อนเร้น INxVISIBLE บอกเล่าเรื่องราวความซ่อนเร้นในรูปแบบต่างๆ โดยศิลปินสามคน สามมุมมอง ได้แก่
1) ปัญญวัฒน์ มหันตปัญญ์ กับคอนเซ็ปต์ ‘The Reveal เปลือยใจ’ บอกเล่าเรื่องราวความซ่อนเร้นทางกายภาพ สะท้อนความงามตามความจริงของร่างกายมนุษย์ แต่บางส่วนกลับถูกปิดบังบิดเบือนจากสังคม
2) ณภัทร์ ภัทรพรเลิศ กับคอนเซ็ปต์ ‘The Impact of Personality อัตสัมพันธ์’ เล่าเรื่องความซ่อนเร้นที่เป็นนามธรรม แต่มีความโดดเด่นที่เทคนิคแพรวพราวหลากหลายในการสร้างสรรค์ผลงาน
3) สมภพ เตชะมังคลานนนี่ย์ กับคอนเซ็ปต์ ‘The Pink Blood โลหิตสีชมพู’ เป็นงานศิลปะที่นำงานของศิลปินชั้นครูอย่าง คาราวัจโจ (Caravaggio) ศิลปินชาวอิตาลี ในช่วงศตวรรษที่ 17 มาสร้างสรรค์ ปรับแต่งใหม่เพื่อสะท้อนสภาพสังคมในปัจจุบัน
คุณนนนี่ย์นี่ให้เหตุผลถึงการเปิดกว้างให้กับผลงานรูปแบบนี้ว่า “เรามองว่างานศิลปะทุกชิ้น มีความหมาย มีคุณค่าของมัน อย่างที่ตัวศิลปินเขาตีความไว้ มันมีเนื้อหา มีความลึกซึ้งมากกว่าที่จะเป็นความนู้ดเฉยๆ งานศิลปะทุกชิ้นมีสิทธิที่จะได้นำเสนอ” Joyman Gallery จึงเป็นเหมือนดินดีที่ความชื้นพอเหมาะ เอื้อต่อการเติบโตของเมล็ดพันธุ์แห่งความฝันของเหล่าศิลปินคุณภาพที่เพิ่งเริ่มต้นในถนนสายศิลปะ

“เมล็ดพันธุ์ที่ดี จะผลิดอกออกผลได้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม” ประโยคนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นในใจ ขณะที่เรายืนมองผลงานแต่ละชิ้นที่คุณนนนี่ย์นี่คัดสรรเค้ามาอยู่ในแกลเลอรีแห่งนี้หลบฝนมาซึมซับงานศิลป์ที่ Joyman Gallery
ถนนมหาไชย ใกล้กับแยกสำราญราษฎร์
เปิดวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 11.00-20.30 น.
Location https://goo.gl/maps/u98dCZdGDWfA8bB4A


เรื่อง: ธัญญารัตน์ โคตรวันทา
ภาพ: ชนาพร กรณ์งูเหลือม

571
VIEWS

Trawell

กูรูเรื่องเมืองเก่า ที่เก็บสิ่งละอันพันละน้อยบนเกาะรัตนโกสินทร์มาเล่าให้ทุกคนฟัง