Nocturnal Metric for Livable City

Posted on ธันวาคม 11, 2016 in Scoop

เขาว่ากันว่า…ยิ่งอยู่ดึก ชีวิตยิ่งดี

คุณภาพชีวิตของคนในเมืองใหญ่ทั่วโลกไปไกลยิ่งกว่าการมีน้ำสะอาดใช้มานานแล้ว แต่เรากำลังมองหาชีวิตที่ดีขึ้นหลังตะวันตกดิน ว่า “เมืองที่ดี” จะมอบอะไรให้เราได้อีกบ้าง…

จะมีที่ให้พักผ่อนหลังเลิกงานเมื่อปาเข้าไป 3 ทุ่มกว่าแล้วหรือไม่ ?

จะมีอาหารดี ๆ (ที่ไม่ใช่ฟาสต์ฟู้ด) เสิร์ฟร้อน ๆ หลัง 4 ทุ่มไหม ?

จะมีถนนเส้นใดบ้างที่เดินเล่นได้อย่างปลอดภัยในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน ?

เพราะเมืองซึ่งมียามค่ำคืนที่ดี ไม่ได้เป็นเพียงเมืองแห่งผับบาร์และวัยรุ่นเท่านั้น แต่มันรวมถึงชีวิตที่ไม่ต้องง้อแสงตะวันของคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นร้านหนังสือหรือร้านขายของชำที่เปิดยันเที่ยงคืน หรือขนส่งสาธารณะที่ไม่เคยหยุดวิ่งสำหรับคนอยากกลับดึก

นิตยสาร Monocle

นิตยสารสัญชาติอังกฤษที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ในทุกรูปแบบจากทั่วทุกมุมโลก และขึ้นชื่อว่าเป็นนิตยสารที่ดีที่สุดของโลกในยามนี้ ได้จัดทำผลสำรวจเมืองที่ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในโลกมาตลอดหนึ่งทศวรรษ เช่นเมืองปลอดภัย สะดวกสบาย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (หนึ่งตัวชี้วัดสุดเก๋ของนิตยสารเล่มนี้ยังมีเรื่องของรถพยาบาลฉุกเฉิน ที่วิ่งมาถึงผู้ป่วยได้เร็วจี๋แค่ไหน ซึ่งท็อปฟอร์มของหมวดนี้ได้แก่ กรุงโคเปนเฮเกน ซึ่งมาในเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น!)

ปีนี้ครบรอบปีที่ 10 ทาง Monocle ได้เพิ่มตัวชี้วัดขึ้นมาอีกหนึ่งอย่างคือ คุณภาพชีวิตยามค่ำคืน ซึ่งจะทำให้เมืองใหญ่น่าค้นหาเพิ่มขึ้นไปอีกหลายชั่วโมงต่อวัน

อันดับ 1 : Tokyo, Japan

ในปีนี้ ตกเป็นของกรุงโตเกียว ซึ่งครองแชมป์มาสองปีซ้อน เมืองนี้ทำให้เรารู้สึกว่าเวลากลางคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันไรก็เช้าแล้วทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้นอน นี่คือ 24/7 CITY อย่างแท้จริง ความสะดวกมาเยือนตั้งแต่เท้าแตะลงสนามบินนานาชาติที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง (ใครเคยไปล้างหน้าแปรงฟันและเอนนอนบนเก้าอี้ในสนามบิน ขอให้ยกมือขึ้น!)

มีห้องคาราโอเกะและร้านนั่งดื่มที่ไม่เคยมีเวลาปิด ร้านสะดวกซื้อเกือบหมื่นสาขาก็ดูธรรมดาไปเลย เมื่อเจอร้านหนังสือที่เปิดให้เข้าไปหาความรู้ตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึงตี 4  อีกทั้งไนท์คลับส่วนใหญ่ต่างก็ทยอยปิดประตูเวลาตี 5 เดินเซไปเซมาอีกอึดใจเดียวก็ได้เวลารถไฟเปิดให้บริการ จึงทำให้ไปทำงานต่อได้สบายๆ และไม่ว่าจะเจ็บป่วยช่วงเวลาไหน รถพยาบาลในกรุงโตเกียวก็มาได้เร็วปรู๊ดปร๊าดในเวลา 7.45 นาที ดังนั้น นี่จึงเป็นเมืองที่เที่ยวได้แบบไม่ต้องง้อแสงตะวันกันไปเลย


อันดับ 2 : Berlin, Germany

ยกให้กรุงเบอร์ลินซึ่งมีจุดเด่นที่เป็นเมืองสวย ผู้คนก็รวยได้เพราะค่าครองชีพต่ำ เรื่องชีวิตยามค่ำคืนก็หาได้ทั่วไปจากคลับต่าง ๆ เปิดได้ตลอด 24 ชั่วโมง แถมด้วยรถไฟ S-Bahn ที่ให้บริการตลอดคืนทุกสุดสัปดาห์

และมองภาพใหญ่ไปจนถึงนโยบายภาครัฐ ก็สร้างความสมดุลให้ทั้งคนที่อยากกลับดึกและคนที่เข้านอนแต่หัวค่ำ เช่น กฎหมายเรื่องเสียงรบกวนไม่ได้เข้าข้างผู้อยู่อาศัยเสมอไป หากใครดันไปสร้างบ้านอยู่ในย่านบันเทิงยามค่ำคืน ก็จะมาร้องทุกข์เรื่องเสียงรบกวนไม่ได้นะจ๊ะ


ชีวิตที่ดำเนินไปแบบไม่หยุดยั้งในแต่ละรอบเข็มนาฬิกาแบบนี้ ทำให้ผู้คนในเมืองใหญ่ที่เคยแย่งกันกินแย่งกันใช้มีทางเลือกมากขึ้น ช่วยสร้างงานสร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้อีกเท่าตัว และแน่นอนว่าสำหรับนักท่องเที่ยวเมื่อไปต่างบ้านต่างเมืองทั้งที ก็อยากจะพบเห็นสิ่งแปลกใหม่ให้ได้มากที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจว่า เมืองที่มีชีวิตยามค่ำคืน กลายเป็น เมืองท่องเที่ยวระดับโลก ไปโดยปริยาย

349
VIEWS

@Mai

ผู้ประกาศข่าวเศรษฐกิจสาวสวย ผู้หลงรักการลงทุนพอ ๆ การท่องเที่ยวท้องถิ่น เป็นผู้ดูแลสารทุกข์สุขดิบของชาว Trawell ทุกคน