THE MUSEUM OF FLORAL CULTURE

Posted on สิงหาคม 28, 2017 in Guide

พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ หรือ The Museum of Floral Culture เป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่คุณสกุล อินทกุล นักออกแบบและจัดดอกไม้ชื่อดังของไทยสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้มาเยือนได้ทำความรู้จักกับประวัติความเป็นมาและลักษณะของศิลปะการจัดดอกไม้ทั้งแบบไทยๆ และประเทศต่างๆ ทั่วโลก นำเสนอผ่านผลงาน ประสบการณ์ ความรู้ และความทรงจำในการจัดดอกไม้ที่คุณสกุลสั่งสมมากว่า 10 ปี จนกระทั่งได้เปิดพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการจัดดอกไม้ขึ้นเป็นแห่งแรกของโลกตามความใฝ่ฝันภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งเป็น 2 ส่วน คือเส้นทางจัดแสดงนิทรรศการ และ Dok Mai Thai Salon du The’   ร้านน้ำชาในสวนที่มีชาดอกไม้หลากชนิดจากทั่วโลกให้เลือกสรร เสิร์ฟพร้อมขนมทั้งไทยและต่างประเทศ โดยนิทรรศการจะเป็นการนำชมวันละ 6 รอบ โดยวิทยากรของทางพิพิธภัณฑ์จะนำเราเข้าไปชม พร้อมกับบอกเล่าเรื่องราวของสิ่งของที่จัดแสดงในห้องต่างๆ ให้ฟัง ภายในไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพแต่สามารถสอบถามทุกอย่างได้อย่างละเอียด เพราะพี่วิทยากรนั้นทั้งเป็นมิตรและเล่าให้เราฟังได้อย่างไม่รู้จักเบื่อเลย โดยห้องที่จัดแสดงมีทั้งหมด 7 ห้องด้วยกันคือ

ห้องที่ 1 ‘หอภาพดุสิต’ เป็นห้องที่รวบรวมภาพถ่ายของงานดอกไม้ไทยในประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 5 – รัชกาลที่ 7 ซึ่งคุณสกุลได้ศึกษาเพื่อใช้ประกอบการทำงาน เป็นภาพอิริยาบทของคนในไทยสมัยก่อนที่มีความเกี่ยวโยงกับดอกไม้ในแบบต่างๆ เช่น พิธีโกนจุก ขบวนรถบุปผชาติแฟนตาซี การใช้มาลัยสายสะพายในงานเกียรติยศ เรือนกระจกแห่งแรกในประเทศไทย ฯลฯห้องที่ 2 ‘โลกแห่งวัฒนธรรมดอกไม้’ รวบรวมนิทรรศการและประสบการณ์ในการไปดูงานและท่องเที่ยวเพื่อศึกษาวัฒนธรรมดอกไม้ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกของคุณสกุลเอาไว้ โดยจัดแสดงทั้งรูปภาพ และงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับดอกไม้จากแต่ละประเทศ เช่น งานดอกไม้ในประเทศอินเดีย จีน ญี่ปุ่น ลาว บาหลี พม่า ธิเบต เป็นต้นห้องที่ 3 ‘อุโบสถดอกไม้’ จัดแสดงภาพถ่ายและจำลองบรรยากาศของประเพณีต้นดอกไม้ที่จัดขึ้นในอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ในช่วงสงกรานต์ของทุกปี และจัดแสดงเรื่องราวที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมดอกไม้ในชุมชน เช่น การประดิษฐ์ของประดับตกแต่งที่ใช้จัดงาน หรือความหมายของภาพแกะสลักภายในโบสถ์ เป็นต้น ห้องที่ 4 และห้องที่ 5 ‘มรดกวัฒนธรรมดอกไม้ไทย’ บอกเล่าประวัติศาสตร์ของวัฒนธรรมการทำดอกไม้ในประเทศไทยตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ทั้งที่มา ประเภท รูปแบบ และวิวัฒนาการของงานดอกไม้ไทย เช่น พานพุ่ม ตะข่ายแขวน กระทง บายศรีสู่ขวัญ มาลัยรูปแบบต่างๆ ไปจนถึงงานดอกไม้แบบร่วมสมัยที่ออกแบบโดยผสมผสานเข้ากับคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกัน เช่น งานมินิมอลหรือโอริกามิห้องที่ 6 ‘ปากกาและดินสอ’ เป็นห้องที่รวบรวมภาพสเก็ต แนวคิด และภาพถ่ายของงานออกแบบจัดดอกไม้ที่ผ่านมาของคุณสกุลทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งผลงานของคุณสกุลก็ไม่ธรรมดาเลย เพราะมีตั้งแต่การจัดอินสตอลเลชั่นประดับพรมแดงในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแห่งกรุงโรม งานเเต่งงานดาราฮ่องกงชื่อดัง–เหลียงเฉาเหว่ย ไปจนถึงการจัดดอกไม้ตกแต่งพระบรมมหาราชวังในงานฉลองครองสิริราชสมบัติครบ 60 พรรษาของในหลวงรัชกาลที่ 9 เลยทีเดียวและห้องสุดท้าย
ห้องที่ 7 ‘หัวใจแห่งการจัดดอกไม้สมัยใหม่’ เป็นห้องที่รวบรวมรูปแบบและตัวอย่างของการจัดดอกไม้สมัยใหม่เอาไว้ เพื่อให้ผู้คนได้ศึกษาหรือนำไอเดียในการจัดดอกไม้ไปประยุกต์ใช้ในการตกแต่งบ้านในชีวิตประจำวัน ทำให้ทุกคนได้เห็นว่าเมื่อมีความคิดสร้างสรรค์และการต่อยอดแล้ว ถึงแม้จะเป็นดอกไม้ราคาไม่แพงที่หาได้ทั่วไป ก็กลายเป็นงานศิลปะหรือของตกแต่งที่สวยงามได้อย่างไม่ยากเลยเมื่อดูครบทั้ง 7 ห้องแล้ว วิทยากรก็จะชวนเราออกไปเดินเล่นในสวนด้านนอกของพิพิธภัณฑ์และเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวของต้นไม้และดอกไม้ต่างๆ ที่ถูกปลูกเอาไว้อย่างมีความหมาย ก่อนจะบอกลาและเชิญให้เราไปที่จิบชายามบ่ายที่ Dok Mai Thai Salon du The’ กัน โดยตัวร้านก็ตั้งอยู่ที่ระเบียงชั้น 1 ของพิพิธภัณฑ์นั่นเอง ในเซ็ตจะประกอบด้วยชุดน้ำชา เสิร์ฟแบบร้อน (1 กา) หรือเย็น (1 เหยือก) และขนมเอเชียนานาชาติ หรือสโคนโฮมเมด โดยชาที่มีให้เลือกจะเป็นชาดอกไม้จากหลากหลายสถานที่ เช่น ชาลาเวนเดอร์ฝรั่งเศส ชามะลิ ชาเขียวซากุระ ชากุหลาบ ฯลฯ ซึ่งชาแต่ละชนิดเราสามารถดมกลิ่นและเลือกสั่งได้ตั้งแต่ก่อนจะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ขนมและน้ำชาถูกจัดเซ็ตมาอย่างประณีตสวยงาม เข้ากับบรรยากาศแบบโคโลเนียลของบ้านไม้สักอายุกว่า 100 ปีและสีเขียวสบายตาจากสวนที่ร่มรื่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้สุดๆ ยิ่งเมื่อได้มาทานหลังจากที่ได้รับฟังเรื่องราวของวัฒนธรรมดอกไม้แบบไทยๆมาแล้ว ยิ่งทำให้รู้สึกว่าการจิบชายามบ่ายมื้อนี้ทั้งผ่อนคลายและสวยงามมากๆ ถ้าใครมีเวลาว่างหรืออยากลองเข้ามาสัมผัสกับช่วงเวลาช้าๆท่ามกลางมนต์เสน่ห์ของดอกไม้แบบนี้ อย่าลืมแวะมาที่พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้กันนะคะ


การเดินทาง : พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ตั้งอยู่ในซอยองครักษ์ 13 บนถนนสามเสน โดยสารรถประจำทางสาย 33, 49 และ16 มาลงที่ สามเสน ซอย28 (ใกล้ห้างสุพรีมคอมเพล็กซ์ ตรงข้ามแมคโครสามเสน) เดินเข้ามาแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยองครักษ์ 13 ก็จะมองเห็นตัวพิพิธภัณฑ์
ข้อมูล : เปิดให้เข้าชมวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา10.00-18.00 น. (ปิดวันจันทร์)
บัตรเข้าชม ราคา 150 บาท (บัตรเข้าชม+ชุดน้ำชาขนมเอเชีย 350 บาท, บัตรเข้าชม+ชุดน้ำชาสโคน 400 บาท)
สอบถามเพิ่มเติม 0 2669 3633

1309
VIEWS

Pop

Urban Curator, นักเขียน, นักเดินทาง ควบคอสตูมดีไซน์เนอร์ ผู้เติบโตในย่านเมืองเก่าและมีความสุขทุกครั้งที่ได้จัดกระเป๋าออกไปรู้จักโลก ปัจจุบันกำลัง In a Relationship with ศิลปะ หนัง พิพิธภัณฑ์ เสื้อผ้ามือสองและการเดินเรื่อยเปื่อย