NEIGHBORYOUTH CAMP

Posted on กุมภาพันธ์ 3, 2017 in Read

หากจะให้เล่าเรื่อง Neighboryouth Camp อย่างง่าย ๆ เราคงบอกสั้น ๆ ได้ในหนึ่งประโยคว่า ‘นี่คือค่ายที่ชวนให้เด็กในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์มาทำความรู้จักบ้านเกิดของตัวเองให้ดีขึ้น’ ส่วนคำอธิบายฉบับยาวนั้นต้องขอพื้นที่หลายย่อหน้าสักหน่อย

จุดเริ่มต้นของ Neighboryouth Camp สืบเนื่องมาจากข้อสังเกตที่ว่าชุมชนย่านพระนครนั้นช่างแล้งไร้ซึ่งผู้คนวัยทำงานและวัยหนุ่มสาว แทบทุกครั้งที่ทีมงาน TRAWELL และ Once Again Hostel ลงไปในพื้นที่แต่ละชุมชน ประชากรส่วนใหญ่ที่เราได้ทำความรู้จักและร่วมงานกันก็ล้วนแต่เป็นผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ทำให้สมมติฐานต่าง ๆ ผุดขึ้นตามมาว่าหรืออาจเป็นเพราะช่องว่างระหว่างวัย ระยะห่างระหว่างยุคสมัยที่ทำให้เด็กรุ่นใหม่ ‘ไม่อิน’ กับวันชื่นคืนสุข หรือภูมิปัญญาของปู่ย่าตายายอีกต่อไปแล้ว หรือปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่ผลักดันให้พวกเขาเลือกที่จะออกไปทำงานที่อื่นมากกว่า ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ไอเดียหนึ่งเกิดขึ้น นั่นคือ ถ้าเราทำให้เด็ก ๆ ในชุมชนได้รับรู้ถึงที่มาของบ้านเกิด ความสำคัญของ “ของดี” ในชุมชนของเขาเอง อาจไม่ถึงขั้นต้องอาสามาเป็นผู้สืบทอดทั้งหมด แต่รู้ว่าตัวเองมาจากไหน เพื่อที่จะทำให้พวกเขารู้จักทางเลือกที่มากขึ้นว่าจะไปที่ใดต่อได้บ้าง แถมยังเป็นการสร้างสัมพันธ์ระหว่างชุมชนในย่านเมืองเก่า โดยมี “เด็ก ๆ” เป็นตัวเชื่อม เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และร่วมมือพัฒนาย่านนี้ไปด้วยกัน

ค่ายสำหรับคนทำค่าย

ทุกคนน่าจะเคยชินกับค่ายอาสาพัฒนาชนบทที่เชิญชวนนักศึกษาไฟแรง หรือครูอาสาจบใหม่แพ็กกระเป๋าออกไปยังพื้นที่ห่างไกล เพื่อจัดการเรียนการสอน จัดกิจกรรมให้แก่เด็ก ๆ ในชนบทอันห่างไกล แต่ในเมื่อเราพบว่าเด็กในเมืองอีกไม่น้อยก็ยังคงต้องการโอกาสที่จะได้พัฒนาศักยภาพอย่างเท่าเทียม ลำพังเพียง TRAWELL เองนั้นคงสู้แรงเด็ก ๆ กว่าครึ่งร้อยไม่ไหว จึงรับสมัคร Neighbor Ranger หรือพี่ค่าย โดยไม่ใช่เพียงมาร่วมกิจกรรมเป็นพี่ค่ายที่จะคอยดูแลน้อง และนำกิจกรรมน้องภายในค่ายเท่านั้น แต่ได้ร่วมคิด ลงมือทำเพื่อแก้ปัญหาที่มีอยู่จริง และเป็นโมเดลตั้งต้นเพื่อต่อยอดการพัฒนาชุมชนเมืองต่อไปในอนาคต

ค่าย Neighbor Ranger จัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 22-24 ตุลาคม 2559 เปิดโอกาสให้ผู้คนจากหลากหลายสาขาอาชีพมารวมตัวกัน ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัย เภสัชกร หรือแม้แต่วิศวกรก็มาร่วมออกแบบกิจกรรม ภารกิจชุมชน เพื่อให้เด็ก ๆ ในชุมชนรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ได้เติบโต อย่างเต็มไปด้วยคุณภาพ และศักยภาพในการส่งต่อวัฒนธรรมท้องถิ่นของชุมชน และสานสัมพันธ์ระหว่างน้องๆ จากแต่ละชุมชน

ภารกิจชุมชนนี่เองจึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่เรนเจอร์ทุกคนต้องลงแรงกายแรงใจในการสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเด็ก ๆ เริ่มตั้งแต่การลงไปสำรวจชุมชนด้วยตัวเองเพื่อให้เข้าใจความเป็นชุมชนแต่ละแห่งให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดึงความสนุกออกมาจากเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ ดึงความน่าสนใจออกมาจากของดีแต่ละชิ้นที่ซุกซ่อนอยู่ในชุมชน ออกแบบกิจกรรมผ่านกระบวนการ Design Thinking อย่างเข้มข้น แล้วนำไปทดลองจริงเพื่อให้กิจกรรมออกมาเหมาะสมกับเด็ก ๆ และพื้นที่ให้มากที่สุด

 

ค่ายเด็กสร้างเมือง

Neighboryouth Camp จัดขึ้นในวันที่ 21-22 มกราคม 2560 เด็กๆ จากชุมชนนางเลิ้ง ชุมชนป้อมมหากาฬ ชุมชนบ้านบาตร มารวมตัวกันจนทำให้ห้องเอนกประสงค์ของสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายแคบไปถนัดตา เด็กจากต่างชุมชนทุกคนได้ทำความรู้จักกันและกัน เล่นเกมที่สร้างขึ้นจากเรื่องราวของผู้คน สถานที่ ของดีในแต่ละชุมชนเป็นการอุ่นเครื่อง

ตามมาด้วยการปักหมุดแผนที่ชุมชนของตัวเอง บอกเล่าสิ่งดีๆ ที่เด็ก ๆ รู้จักและสิ่งใหม่ที่พวกเขาอยากให้เกิดขึ้นในละแวกบ้านของตัวเอง

จากนั้นจึงมีการแบ่งกลุ่มคละเด็กจากสามชุมชนเป็นสามกลุ่มตามสี แดง เหลือง และเขียว เพื่อออกไป Walk Rally เรียนรู้ฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฐานใบ้คำ ฐานกินวิบาก ฐานอุตลุดอุดรู และอีกหลายฐานซึ่งล้วนแล้วแต่เสริมสร้างแนวคิดความสามัคคี ความเป็นผู้นำ การสื่อสารให้แก่เด็ก ๆ ผ่านความสนุกแต่ละเกม

วันที่สองเริ่มต้นด้วยภารกิจชุมชนซึ่งทำให้เด็กในชุมชนบางส่วนได้เป็นเจ้าบ้านต้อนรับเพื่อน ๆ เข้ามาเรียนรู้เรื่องราวของชุมชนผ่านเกมตอบปัญหาตามหาไข่ปริศนา ทำให้เด็ก ๆ ได้ตระเวนไปทั่วพื้นที่ พูดคุย ทำความรู้จักกับคนเฒ่าคนแก่และสมาชิกในชุมชนอย่างใกล้ชิด นอกจากจะทำให้ผู้มาเยือนได้ประทับใจแล้วยังทำให้เจ้าบ้านรู้สึกภูมิใจในชุมชนของตัวเองด้วยเช่นกัน เมื่อได้ไข่มาแล้ว เด็ก ๆ ก็นำคำที่อยู่ในไข่มาเล่าเรียงต่อกันเป็นนิทานที่ทุกคนมีส่วนร่วมด้วย

ตกบ่ายก็มาถึงช่วงเวลาของกิจกรรมกีฬาสี เปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นกลางแจ้ง โดยมีเกมการละเล่นที่ทุกคนคุ้นเคยอย่างวิ่งกระสอบ วิ่งสามขา เหยียบลูกโป่ง ชักเย่อ ฯลฯ

เด็ก ๆ ต่างทุ่มเทสุดกำลังเพื่อเก็บคะแนนให้สีของตัวเองอย่างต่อเนื่องยาวนาน ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับพื้นจนคล้อยต่ำลับขอบฟ้า ก็ถึงเวลาที่เด็ก ๆ จะต้องแยกย้ายกลับบ้าน แต่สิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจหลังจากค่ายนี้จบลงก็คือ พวกเขาจะมองชุมชนที่คุ้นเคยต่างไปจากเดิมในทางใดทางหนึ่ง นับว่าเป็นหนึ่งในภารกิจชุมชนที่แท้จริง ซึ่งยังไม่จบลงที่การนับคะแนนในค่าย แต่เป็นภารกิจระยะยาวที่เราทุกคนต้องร่วมมือกันสานต่อไป เพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสในการพัฒนาตัวเองตามวิถีทางของแต่ละคน และตัดสินใจด้วยตัวเองที่จะกลับมาพัฒนาบ้านเกิดในเมืองเก่าที่พวกเขามองเห็นคุณค่า

แล้วพบกันใหม่ใน Neighboryouth Camp 2


ใครสนใจเป็น Neighbor Ranger รุ่น 3 สมัครได้เลยที่นี่! https://goo.gl/forms/XSNKmJ6KyvaGxzWF3

1576
VIEWS

Noey

บรรณาธิการ TRAWELL STORY ผู้หลงรักการหมุนตัวบนฟลอร์สวิงพอๆ กับการสะสมหนังสือเก่า เม้าท์กับคุณลุงคุณป้าวัยเก๋า และสรรหาหนังแปลกมาชมก่อนเข้านอนทุกคืน