Travel & Tourism Trend 2017

Posted on ธันวาคม 12, 2016 in Read

สวมแว่นอนาคต ชวนมองการท่องเที่ยวปี 2017

จะรุ่งเหมือนเดิมมั้ย ? บริษัทใหญ่กำลังทำอะไร ? และบริษัทเล็ก ๆ ควรทำอะไร? 


ไม่ทันไร ปี 2016 ก็กำลังจะผ่านพ้นไปอีกแล้ว…

ตามประสาคนที่อยู่ในแวดวงการท่องเที่ยว ช่วงเดือนธันวาคมแบบนี้ น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ยุ่งวุ่นวายที่สุดช่วงหนึ่ง เพราะเป็นช่วง high season ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเข้ามาประเทศไทยเราจำนวนมหาศาลทุกปี เป็นเช่นนี้มาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ปีนี้กระทรวงการท่องเที่ยวชี้แจงไว้ในช่วงเดือนกันยายนก่อนจะเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายว่า ‘ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาประเทศไทยในปี 2016 จะแตะสถิติสูงสุดอีกครั้งที่ราว ๆ 29.1 ล้านคน’ ช่วงเวลาปลายปีแบบนี้เองที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ต่อให้เศรษฐกิจโดยภาพรวมของประเทศ​จะเป็นอย่างไร ความไม่มั่นคงทางการเมืองจะมากแค่ไหน อย่างไรอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็ยังเป็นที่น่าสนใจเสมอ

แต่สิ่งที่น่าคิดต่อก็คือ… แล้วปี 2017 จะเป็นอย่างไร ?


 

สบโอกาสดี ผมได้นั่งอ่านเทรนด์การท่องเที่ยวของโลก นั่งไล่ดู​ keynote ของ Airbnb, Hostelworld อ่านบทความของ Lonely Planet, monocle ไล่ดู movement ของ Hostelworld ติดตามบทวิเคราะห์จากสำนักข่าวต่าง ๆ ที่เขียนวิเคราะห์เกี่ยวกับเทรนด์การท่องเที่ยว และ movement ใหม่ของสื่อเหล่านี้ต่อเทรนด์เหล่านั้นแบบจริง ๆ จัง ๆ
หลังจากเห็นการขยับปรับตัวของบริษัท หน่วยงานการท่องเที่ยวหลาย ๆ ที่ ส่วนตัวต้องบอกว่า ปี 2017 จะเป็นปีที่สนุกมากแน่ ๆ เพราะตลาดการท่องเที่ยวจะใหญ่ขึ้น (จริง ๆ ก็โตอยู่เสมอทุกปี) อีกทั้ง SMEs และ Startups ก็มีแนวโน้มว่าจะถูกท้าทายด้วยบริษัทยักษ์ใหญ่มากขึ้นไปอีก


หากจะวิเคราะห์อนาคต เราก็ควรจะสำรวจอดีตกันสักหน่อย ช่วงสิบปีที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าโลกมันเล็กลง ง่ายขึ้น และสะดวกขึ้นมาก ๆ ระบบทุนนิยมผลักดันให้ธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างความสะดวกสบายให้กับโลก เป็นพลังในการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ดีที่สุดอย่างเช่นเคย 


การเดินทาง

จากแต่ก่อนที่ตั๋วเครื่องบินมีราคาแพงมาก คนรวยเท่านั้นที่มีโอกาสได้นั่งเครื่องบิน แต่ในทุกวันนี้เกิดสายการบินราคาถูก มาตรฐานดีผุดขึ้นมาเต็มไปหมด มีตั๋วโปรฯ แจกกันแทบไม่หวาดไม่ไหว ผู้นำอย่าง Airasia มาพร้อมกับวิสัยทัศน์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังมาก “Now everyone can fly” สร้างปรากฏการณ์ใหม่ทำให้การเดินทางง่ายขึ้นไปเลย มากกว่านั้น Airasia ยังพิสูจน์ให้เห็นว่าราคามีผลต่อการเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้าอย่างชัดเจน จากวันที่ไม่มีใครซื้อตั๋วเครื่องบินออนไลน์ แต่ Airasia คือผู้กล้า เปลี่ยนพฤติกรรมให้คนหันมาซื้อออนไลน์ ด้วยเหตุผลเดียวคือ “ถูกกว่า” พอมันถูกกว่า ไม่ว่าจะยากเย็นแสนเข็ญแค่ไหน คนก็ไปหาซื้อมาจนได้ จนตอนนี้ไม่น่าจะมีใครซื้อตั๋วกันผ่านเคาท์เตอร์เซอร์วิสอีกต่อไปแล้ว 


ในขณะที่การเดินทางระยะทางยาวถูกผูกขาดด้วยเครื่องบินเท่านั้น การเดินทางระยะทางสั้นที่เคยมีทางเลือกมากมาย เช่นรถทัวร์ รถตู้ ก็ถูกท้าทายด้วยสายการบินภายในประเทศราคาถูกเช่นกัน โลกเล็กลงและง่ายขึ้น ปี 2016 มีสนามบินเกิดตามหัวเมืองต่าง ๆ สายการบินขยายฐานการบิน ขยายเส้นทางมากขึ้น รถทัวร์ต้องพัฒนาคุณภาพให้ทัดเทียมในขณะที่ราคาก็แพงขึ้นมาไม่ได้มากเช่นกัน น่าสนใจว่าอีกหน่อยจะเป็นอย่างไร อีกหน่อยเราอาจจะเห็นรถไฟความเร็วสูง หรือ Hyperloop หรือการท่องเที่ยวที่อาจจะไม่ต้องการการเดินทางอีกต่อไป เพราะแค่อยู่นิ่ง ๆ ก็ได้รับประสบการณ์เหมือนไปไหนต่อไปก็เป็นได้… 


ที่พัก

จากแต่ก่อนโรงแรมที่ได้มาตรฐานและคุณภาพดี จะมีอยู่เฉพาะโรงแรม 5 ดาวที่ราคาแพงหูฉี่เท่านั้น ปัจจุบันก็ถูกท้าทายด้วย Platform รวบรวมที่พักที่สร้างมาตรฐานและยกระดับคุณภาพของโรงแรมขนาดเล็กให้ดีขึ้นไม่แพ้กัน เราเลือกที่พักจากคำบอกเล่า หรือรีวิวของลูกค้าคนก่อน ๆ เป็นหลัก โรงแรมต่าง ๆ จึงต้องต่อสู้กันเต็มที่ใน Platform นั้น ๆ เพื่อให้ตนเองเป็นตัวเลือกแรก ๆ ของตลาด ระบบ Check & Balance แบบนี้ทำให้ทั้งฝั่ง Supplier และฝั่ง Demand ได้เรียนรู้และพัฒนาการท่องเที่ยวให้ดีขึ้นอย่างไม่รู้จบ ธุรกิจตื่นตัวกว่าวันก่อน ๆ มากมายและสนุกขึ้นมาอีกขั้น ซึ่งในปี 2007 ที่ผ่านมา โลกก็ถูกท้าทายอีกขั้น ด้วย Platform สุดเรียบง่ายแต่ทรงพลัง เขย่าทั้งวงการอสังหาริมทรัพย์ด้วยคนตัวเล็ก ๆ เพียง 3 คน 

Airbnb สร้างปรากฏการณ์ ด้วยแนวคิดที่ว่า “Belong anywhere” เปิดโอกาสให้ใครก็ตามเอาที่พักมาเปิดขายและเปิดบ้านให้นักท่องเที่ยวมาพัก นักท่องเที่ยวได้รับการต้อนรับและบริการในระดับความอบอุ่นใกล้เคียงกับบ้านตัวเอง เขย่าทั้งวงการด้วยการทำลายสถิติ มีบ้านที่เปิดใน Airbnb 3 ล้านหลัง ภายในระยะเวลาอันสั้น


ประสบการณ์

Experience เป็นตลาดที่ใหญ่และท้าทายมาก ๆ เสมอมา จากประวัติศาสตร์มันไม่เคยมีผู้เล่นคนไหนที่กระโดดเข้ามาแล้วกลับไปแบบ Monopoly หรือสามารถครอง ส่วนแบ่งการตลาดได้เหมือนการเดินทางและที่พักเลย อาจเป็นเพราะว่าตลาดนี้มี dynamic สูง  Subjective และ Segment หลากหลาย หาจุดร่วมยาก และหาจุด Universal Balance ของทั้ง Supplier และ Demand ยากมาก ๆ 


การนำเที่ยว 

  • มี Tour operator เกิดขึ้นให้เราเลือกสรรมากมาย ในแบบฉบับที่มีผู้รู้คอยแนะนำ บอกร้าน พาไปชม ฯลฯ เป็นประสบการณ์ที่การันตีความพอใจในแบบที่ทุกคนจะได้ประสบการณ์ตามแพคเกจนั้น ๆ 
  • การอ่าน มีคนแนะนำ คนรีวิว และเขียนมันออกมามากมาย เกิดธุรกิจหนังสือนำเที่ยว แผนที่ เกิดกลุ่มคนดังในโลกออนไลน์ หรือ เน็ตไอดอลมากมายที่ออกมาเล่าเรื่องการท่องเที่ยวของเขาให้ทุกคนฟังได้น่าสนใจและน่าติดตาม
  • มี Platform Universal อย่าง Tripadvisors, Yelp และอื่น ๆ อีกเป็นพันเป็นหมื่น ที่คนสามารถไปโต้ตอบ รีวิว ทำให้ข้อมูลเชิงเดี่ยว กลายเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากการโต้ตอบ คอมเมนต์กันมากขึ้น
  • เกิด Platform อย่าง Meetup, CouchSurfing ที่พยายามเชื่อมต่อคนแปลกหน้ารอบโลกมาเจอกัน เพื่อให้เกิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ตามกิจกรรมและความสนใจที่ต้องการ
  • มี Local startups มากมายที่พยายามเชื้อเชิญคนท้องถิ่น หรือชุมชน หรือ ใครก็ตามที่รู้จักสถานที่นั้นเป็นอย่างดี มาพานักท่องเที่ยวไปพบเจอสิ่งที่น่าสนใจ เกิดเป็น sharing ecosystem ขึ้นมา

แต่โลกต้องหันมาหยุดดูกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งอีกครั้ง 

เมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เอง Airbnb ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ว่า…

“Now, Airbnb is more than just homes. Book your whole trip – all from one app.” 


Keynote ของ Airbnb ชี้ให้เห็นเป้าหมายที่ชัดมากของ Airbnb ที่คิดการใหญ่ มองโลกอนาคตให้เจ๋งและง่ายกว่าเดิม Brian Chesky เขาบอกว่า การท่องเที่ยวที่ทุกคนอยากได้คือ การท่องเที่ยวที่ Magical + Easy แล้วมันเป็นยังไงล่ะ? 


Brian วิเคราะห์การท่องเที่ยวในอนาคตให้เราเห็นออกเป็นองค์ประกอบเล็ก ๆเปรียบเทียบตามบทหนังภาพยนตร์ที่พวกเราชื่นชอบ เขาบอกว่าการท่องเที่ยวก็เหมือนกับหนังเจ๋ง ๆ สักเรื่อง 


เริ่มจาก Status Quo -> Arrival -> Host -> Exploration -> Transformation -> Departure และก็กลับมาที่จุด Status Quo อีกหน โดยเปรียบเทียบให้เห็นภาพจากการท่องเที่ยวของคนๆหนึ่ง ที่ออกไปท่องเที่ยวและพบเจอกับ “คน” ที่หลากหลายในแต่ละจุด ไปพักเจอ Host ไปเที่ยวเจอเจ้าของร้านอาหาร เจอเจ้าพ่องานปาร์ตี้ เจอคนมากหน้าหลายตาที่ทำให้ประสบการณ์ท่องเที่ยวของเขาเจ๋งและไม่เหมือนกับใคร 

Brian สรุปว่ากุญแจสำคัญที่ทำให้ทุกการท่องเที่ยว Magical + Easy ได้ก็คือ “คน” 
Brian ไม่รอช้า ต่อยอดด้วยการแนะนำ Product ใหม่ของ Airbnb ที่น่าตื่นเต้น นั่นคือ (1) Experiences และ (2) Places โดยทั้ง Experiences และ Places ชูการปฏิสัมพันธ์ของ “คน” เป็นตัวตั้ง เหมือนกับที่ Homes เคยให้ทำสำเร็จมาแล้ว


สำหรับผมแล้ว สองสิ่งที่น่าสนใจและอาจสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่วงการการท่องเที่ยวได้จริง ๆ เพราะถึงแม้ Experience จะเป็นตลาดที่ท้าทายมาก ๆ แต่ Airbnb เขย่าวงการมาแล้วด้วย Homes อันเรียบง่ายแต่ตอบความต้องการของนักท่องเที่ยวได้สุด ๆ Platform ที่เข้าใจง่ายและเชื้อเชิญให้คนมาใช้ ระบบการสร้างความปลอดภัยความน่าเชื่อถือ ทำให้คนที่เป็น Host และคนที่เป็นนักท่องเที่ยว รู้สึกดี ปลอดภัย และประทับใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ 



สำหรับ Brian แล้วโลกของ Experiences คือโลกเก่าของทัวร์ การพาเที่ยวโลกของ Places คือโลกเก่าของ Guides และ Event ต่าง ๆ สองโลกนี้ในแว่นตาคู่ใหม่ของ Brian และ Airbnb จึงเป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจสุด ๆ สำหรับผมและคนในแวดวงการท่องเที่ยวทุกคนโดยแท้ ปี 2017 มันคงน่าสนุกมากขึ้นมากแน่ ๆ


ผมยังชอบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมาก ๆ เพราะไม่ว่ามันจะเป็นทุนนิยมแบบสุดโต่งสักแค่ไหน มันก็จะสะท้อนความเท่าเทียมและไม่เท่าเทียมของมนุษย์ออกมาได้เสมอ มันสะท้อนปัญหาของสังคมได้ดีมากผ่านปฏิสัมพันธ์ของผู้คนที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นชนชาติ ชนชั้น อายุ เพศ ฐานะ ฯลฯ และหากใครสนใจประเด็นทางสังคม การใช้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวนี้เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จึงไม่เคยน่าเบื่อ เพราะยังไงการท่องเที่ยวก็ต้องสนุกเป็นต้นทุนอยู่แล้ว 

เอาจริง ๆ ว่าปี 2017 นี้มันต้องสนุกมากแน่ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!

2500
VIEWS

@Sanon

อดีตวิศวกรผู้คลั่งไคล้การทำธุรกิจและการพัฒนาเมืองเป็นชีวิตจิตใจ ชอบดื่มน้ำอัดลม กาแฟ และเสพติดการทำงานพอ ๆ กับการดูฟุตบอลในช่วงสุดสัปดาห์ ปัจจุบันมาเปิดโฮสเทลย่านประตูผีและทำงานร่วมกับชุมชนในพระนครอย่างใกล้ชิด