อิ่มหนำสำราญ(ราษฎร์) กับเหล่าเด็กฝึกงาน Trawell Thailand #1

Posted on กันยายน 18, 2019 in Eat

พบกับจุดเริ่มต้น Project สำเร็จการศึกษาฝึกงานของเด็กๆ ชาว Trawell Intern ผ่านการเรียงร้อยถ้อยความของนักผลิต Content ตัวน้อย ที่ว่าด้วยการบอกเล่าเรื่องราวของเพื่อนบ้านย่านถิ่นรอบสถานที่ทำงานของพวกเขา ก่อนที่จะนำไปสู่การทำงานร่วมกันเล็กๆน้อยๆที่สร้างสรรค์ประโยชน์กับคนในชุมชน และพัฒนาไปเป็น Project สำหรับจบการฝึกงานได้ในที่สุด (ซึ่งติดตามได้ในตอนต่อไป)

ไปตามดูน้องๆเล่าเรื่องย่านเก่าแก่แห่งนี้กัน


รู้จักสำราญราษฏร์

แยกสำราญราษฎร์ (Samran Rat Intersection) เป็นสี่แยกจุดตัดถนนบำรุงเมืองและถนนมหาไชย ในพื้นที่เขตพระนคร ซึ่งสำราญราษฎร์เป็นชื่อที่ทางการตั้งให้แทนชื่อย่านดั้งเดิมว่า “ประตูผี” 

ชื่อประตูผีเนื่องมาจากคติความเชื่อกันตามประเพณีโบราณว่ากำแพงเมืองเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ห้ามประกอบพิธีอวมงคลและการอัปมงคลต่างๆ เช่น พิธีเผาศพ เว้นแต่จะเป็นพระบรมศพของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศ์ที่สามารถจัดการพระเมรุในกำแพงเมืองได้ ด้วยที่มาของจารีตดังกล่าวทำให้เมื่อมีการก่อสร้างพระนครจึงต้องทำประตูพิเศษไว้ที่กำแพงเมืองเรียกกันว่าประตูผี ซึ่งเป็นประตูที่นำศพสามัญชนที่เสียชีวิตด้วยโรคอหิวาตกโรคในเขตพระนครทั้งหมด ขนผ่าน
ประตูผีซึ่งอยู่ริมคลองโอ่งอ่าง จุดตัดถนนมหาไชยและถนนบำรุงเมือง บริเวณซอยสำราญราษฎร์เพื่อขนศพไปประกอบพิธีฌาปนกิจนอกเมืองยังวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) แต่หลังจากโรคระบาดหายไป ‘ประตูผี’ จึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ‘สำราญราษฎร์’ เพื่อความเป็นสิริมงคล 

ปัจจุบันแยกสำราญราษฎร์เป็นที่ตั้งของร้านอาหารเจ้าดังจำนวนมากอย่างร้านโตซาลาเปา ร้านเจ๊ไฝ และร้านผัดไทยประตูผี ซึ่งไหนๆ เราก็ได้มาฝึกงานในซอยสำราญราษฎร์ทั้งที เลยมีโอกาสได้ไปสำรวจร้านในละแวกนี้ จนพบว่ายังคงมีแหล่งอาหารของคาวหวานอีกจำนวนมากให้เราได้อิ่มหนำสำราญตามชื่อซอย โดยพวกเราได้รวบรวมและคัดเลือก 6 ร้านที่ชาวทราเวลอินเทิร์นหิวเมื่อไหร่ก็ต้องแวะไปที่นั่นมาฝากทุกคนกัน จะมีร้านอะไรบ้างนั้นตามไปดูกันเลย! 


1.ร้านก๋วยเตี๋ยวไหหลำอารมณ์ดีประจำซอยสำราญราษฏร์

สมาชิกอินเทิร์น : ใส่ตับ ไม่พริก ไม่เครื่องใน ไม่งอก
ป้าหงส์ : ใส่ถ่วงอกไปแล้ว (กำลังจะเอาออก)
สมาชิกอินเทิร์น : นิดนึงก็ได้ค่ะ
ป้าหงส์ : หนูไปทำเองเลยไป (หัวเราะ)
สมาชิกอินเทิร์น : วันนี้มาถ่ายรูปเส้นไหหลำอย่างเดียวค่ะคุณป้า
ป้าหงส์: เส้นเดียวอิ่มเหรอลูก
สมาชิกอินเทิร์น : คุณป้าวันนี้หนูมาติดต่อขอสัมภาษณ์ค่ะ
ป้าหงส์ : มาๆ รีบๆ คุย ถ้ามาช้ากว่านี้ป้าจะปิดร้านแล้วนะ เหนื่อย…(ชวนเม้าท์ต่ออีกครึ่งชั่วโมง) 

ข้างบนคือบทสนทนาสนุกๆ ระหว่างชาวอินเทิร์นกับป้าหงส์ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวไหหลำ ที่เป็นทั้งร้านก๋วยเตี๋ยวที่รสชาติถูกปาก และบทสนทนาถูกใจ เพราะป้าหงส์และเจ๊ปุ้ย ชวนเราพูดคุยไปกินไป ครื้นเครงหัวใจทุกครั้งที่ได้แวะ แถมยังให้โอกาสเราได้เข้าไปทำโปรเจ็กต์ของชาวอินเทิร์นด้วย 

ซึ่งโปรเจ็กต์ที่เราทำ คือ ผ้าปูโต๊ะที่เล่าเรื่องราวของร้านก๋วยเตี๋ยวไหหลำ และเมนูของร้านที่มีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เพื่อลดอุปสรรคการสื่อสารระหว่างคุณป้าและชาวต่างชาติ ขณะเดียวกันพวกเราก็ได้ใช้ความสามารถตามหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ไ่ม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์ ถ่ายรูป แปลภาษา กราฟิก ติดต่อประสานงาน  ทำให้พวกเราได้เรียนรู้ทั้งการทำงานและฟังเรื่องราวสนุกๆ จากร้านก๋วยเตี๋ยวไหหลำ

ป้าหงส์และเจ๊ปุ้ยเล่าให้ฟังว่า เดิมขายปลาและกับข้าวอยู่แถวตลาดประตูผีมาตั้งแต่พ.ศ. 2512  ก่อนจะเปลี่ยนมาขายก๋วยเตี๋ยวเนื้ออยู่ประมาณ 10 ปี ภายหลังเริ่มมีลูกค้าจากต่างจังหวัดเข้ามา แล้วถามถึงก๋วยเตี๋ยวหมูมากกว่าจนต้องเปลี่ยนมาเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูแทน อีกทั้งยังซื้อเส้นไหหลำมาจากร้านเจ้าเก่าแถวบางลำพูทำให้ที่ร้านมีเมนูก๋วยเตี๋ยวไหหลำเพิ่มเข้ามา

ก๋วยเตี๋ยวไหหลำแบบดั้งเดิมมีทั้งแบบน้ำและแบบแห้ง โดยจะใส่เนื้อ ใส่ถั่ว ขาหมู ไช้เท้า และเพิ่มความหอมด้วยการใส่งาลงไปในน้ำซุป หากแต่ที่ป้าหงส์และเจ๊ปุ้ยเป็นชาวจีนแต้จิ๋วจึงได้มีการนำก๋วยเตี๋ยวไหหลำมาปรับสูตรด้วยการลองผิด ลองถูก จนออกมาเป็นก๋วยเตี๋ยวไหหลำที่มีน้ำซุปสูตรลับเฉพาะ และสามารถใส่ได้ทั้งหมูสดและหมูตุ๋น ทานควบคู่ไปกับผักดองและกะปิที่ทางร้านทำขึ้นมาเอง กินแล้วรู้สึกสดชื่นไปกับน้ำซุปร้อนๆ รสชาติเข้มข้นและมีเส้นไหหลำเหนียวนุ่มเหมือนกินอูด้งแบบจีนๆ

แม้จะเป็นร้านเล็กๆ ประจำซอยสำราญราษฎร์แต่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพจากก๋วยเตี๋ยวที่อร่อยถูกปากแล้ว ยังเต็มไปด้วยความอัธยาศัยดีของป้าหงส์และเจ๊ปุ๊ยที่ทำให้ลูกค้าติดใจแวะเวียนมาอุดหนุนอยู่เสมอ 

ร้านเปิดทุกวัน ประมาณ 08.00 น. -16.00 น. 


2.ไก่ ไส้กรอก ข้าวกล่อง เมนูรองท้องที่เป็น มิตรกับกระเป๋าตังค์
ฮีโร่ช่วงปลายเดือนของชาวอินเทิร์น

ถ้าถามถึงร้านที่ชาวอินเทิร์นมักจะไปหาไรกินรองท้อง ก็คงหนีไม่พ้นร้านที่พวกเราเรียกจนติดปากว่า “ป้าไก่” เมนูของร้านที่พวกเราซื้อกินเป็นประจำคือไส้กรอก ที่มีทั้งไส้กรอกแดง ลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นกุ้ง ลูกชิ้นปลาหมึก ปูอัด หมูยอทอด และโบโลน่าพริก แต่ที่พลาดไม่ได้คือไก่ชุบเกล็ดขนมปังที่ทอดออกมาแล้วสีเหลืองทอง กรอบอร่อย กินคู่กันไปกับน้ำจิ้มรสหวานนิด เผ็ดหน่อยก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี

สำหรับใครที่กินไก่แล้วยังไม่อิ่มก็มีเมนูข้าวกล่องก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยเปลี่ยนไปตามวัตถุดิบในแต่ละวัน เช่น ผัดมะกะโรนี ยำหมูยอ ผัดเผ็ดปลาดุก ข้าวหน้าไก่ทอด ซึ่งเมนูที่ชอบมากที่สุดคือผัดหน่อไม้ โปะไข่ดาวไม่สุก  กินแล้วได้รสชาติกลมกล่อม เผ็ดกำลังดี หน่อไม้กรุบๆ ไว้กินแก้หิวได้ในราคาเพียง 20 บาทเท่านั้น ! 

ร้านเปิดทุกวัน ประมาณ 10.00 น. – 21.00 น.  


3.อร่อยง่ายๆ ในราคาสบายกระเป๋า กับร้านตามสั่ง ‘ครัวพี่ดาว’

ร้านที่พลาดไม่ได้สำหรับใครที่อยากมีเมนูให้เลือกหลายชอยส์ คือ ร้านครัวพี่ดาว ร้านอาหารตามสั่งเก่าแก่ที่ส่งต่อมาจนถึงรุ่นที่ 4 ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นโรงพิมพ์มาก่อน บรรยากาศในสมัยที่ยังมีตลาดประตูผี ที่นี่คึกคักไปด้วยผู้คนหลากวัยที่อาศัยอยู่เป็นชุมชน ก่อนที่บ้านเรือนจะถูกเปลี่ยนเป็นร้านรวงต่างๆ อย่างในปัจจุบัน เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป ลูกค้าส่วนใหญ่จึงกลายเป็นคนทำงานในละแวกนี้ รวมทั้งลูกค้าชาวต่างชาติเริ่มเยอะขึ้น แถมยังถามหาเมนูสุดฮิตอย่างผัดไทย ทำให้เริ่มมีเมนูผัดไทยเข้ามาตั้งแต่ตอนนั้น

ร้านครัวพี่ดาวก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่เราได้ไปทำโปรเจ็กต์ด้วย โดยการทำป้ายเมนูภาษาอังกฤษและจีน รวมทั้งถ่ายภาพเมนูแนะนำไว้ติดรอบร้านเพื่อให้ลูกค้ามองเห็นชัดเจนขึ้น

ซึ่งความดีงามของร้านครัวพี่ดาว คือเมนูหลากหลาย รสชาติอร่อย และอิ่มท้องได้ในราคาประหยัด ทำให้พวกเราแวะเวียนไปลองสั่งเมนูใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยกินอยู่บ่อยๆ ซึ่งเมนูที่เราชอบคือ สุกี้แห้ง มักกะโรนี ข้าวผัดต้มยำ และไก่ผัดพริกเผา แต่เราก็แอบเสียดายเบาๆ ที่เมนูเยอะเกินกว่าเราจะสั่งมากินได้ครบ ถ้าใครแวะมาที่นี่ฝากกินเผื่อพวกเราด้วยนะ

ร้านเปิดปิดเวลา 09.00 น. – 19.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)


4.จับตะเกียบ คีบเส้นก๋วยเตี๋ยวที่อู๋ เย็นตาโฟ
สำหรับเราเย็นตาโฟเป็นก๋วยเตี๋ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจในวัยเด็ก ด้วยน้ำซุปสีชมพูไม่เหมือนกับก๋วยเตี๋ยวน้ำใสทั่วไป ลูกชิ้นปลาสีขาว หมึกกรอบสีน้ำตาล ตัดกันกับผักบุ้งสีเขียว เป็นอาหารที่มีคัลเลอร์ คอมบิเนชั่นที่ลงตัว ดูน่ากินบวกกับกลิ่นหอมของน้ำซุปด้วยแล้วยิ่งกิน ยิ่งอร่อย 

ด้วยความที่เป็นสาวกเย็นตาโฟ จึงพยายามสืบเสาะหาร้านเย็นตาโฟ แต่ก็ต้องยอมให้กับร้านอู๋ เย็นตาโฟ ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าซอยสำราญราษฎร์ ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี 2529 โดยเมื่อก่อนเฮียอู๋–สาโรจน์ ดวงใส เคยขายอยู่ในตลาดสำราญราษฎร์แต่พอตลาดต้องปิดตัวลงจึงย้ายมาขายที่หน้าร้านผัดไทยลุงภาแทน และเมื่อรวบรวมเงินได้ครบจึงตัดสินใจเปิดเป็นร้านอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

จุดเด่นของลูกชิ้นปลาร้านอู๋ฯ คือจะคัดสรรเฉพาะของปลอดสารพิษเท่านั้น เพื่อให้ลูกค้าได้ทานลูกชิ้นที่มีคุณภาพ อร่อย และปลอดภัย นอกจากนี้ยังใส่ใจในกรรมวิธีการทำทุกขั้นตอน เช่นการใช้เนื้อปลาอินทรีย์แท้ๆ นวดจนเหนียวนุ่ม รวมทั้งการเลือกลูกชิ้นกุ้ง ฮื้อก๊วย เกี๊ยวปลา ไปจนถึงซอสเย็นตาโฟ เผือกทอด พริก และถั่วคั่ว จนออกมาเป็นก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ  นอกจากเย็นตาโฟแล้วก็มีก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ที่ผัดจนหอมกลิ่นกระทะ พร้อมใส่เครื่องเครามาทั้งไก่ หมึกกรอบและเบคอนมาแบบจัดเต็ม ตบท้ายด้วยปาท่องโก๋จิ๋วกรุบกรอบ ใครผ่านมาในซอยสำราญราษฎร์ต้องลองแวะมากินรับรองว่าอร่อยจนต้องยกนิ้วให้! 

ร้านเปิดทุกวันเวลา 9:00 น. – 02:00 น.
โดย 9:00 น.– 18:00 น. จะขายที่ร้านในซอยสำราญราษฎร์
และช่วง 18:00 น.– 2:00 น. จะขายที่บริเวณหน้าร้านผัดไทยลุงภา ประตูผี 


5.กาแฟใต้ต้นเกด

กินคาว ไม่กินหวานแทบจะไม่อยู่ในพจนานุกรมของชาวอินเทิร์น พอกินของคาวจนอิ่มก็ต้องต่อกันด้วยของหวาน ที่ร้านกาแฟใต้ต้นเกด ร้านเล็กๆ ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ มีลมพัดเย็นสบายในบรรยากาศเงียบสงบที่ตั้งอยู่ในวัดราชนัดดา โดยพี่พนักงานในร้านเล่าให้เราฟังว่า ร้านนี้เปิดมาประมาณ 5 ปี ก่อนหน้านี้เป็นของบริษัทก่อสร้าง โดยเช่าที่วัดบริเวณใต้ต้นเกดอายุเก่าแก่ซึ่งอยู่คู่กับวัดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 หากสังเกตดีๆ จะมีร่องรอยการดูแลรักษาจากหมอต้นไม้ ทำให้ต้นเกดนี้ยังคงให้ความร่มรื่นกับพื้นที่เล็กๆ บริเวณข้างโลหะปราสาทแถมยังเป็นเหมือนแลนด์มาร์กของที่นี่มาอย่างยาวนาน จึงเป็นที่มาของชื่อ ‘ร้านกาแฟใต้ต้นเกด’ 

เมนูที่เราสั่งกินเป็นประจำคือวาฟเฟิลครีมคาราเมลอัลมอนด์ที่อบจนหอมและกรอบนอกนุ่มใน กินคู่กับวิปครีมฟูนุ่ม ราดด้วยซอสตรอว์เบอร์รี่รสเปรี้ยวหวานชื่นใจ และโรตีครีมฝอยทอง แป้งโรตีกรอบเข้ากันได้ดีกับครีมและฝอยทอง นอกจากนี้ทางร้านก็ยังมีขนมปังปิ้งหลากหลาย เช่น ขนมปังครีมนม ขนมปังครีมกล้วยช็อกโกแลต  ขนมปังแยมส้ม และครัวซองค์ให้เลือกกินอีกด้วย ส่วนใครสายกาแฟก็มีให้เลือกทั้งเอสเปรสโซ ลาเต้ มอคค่า คาปูชิโน หรือใครที่ไม่กินกาแฟก็มีโกโก้ ชาเย็น สมูธตี้ มิลค์เชคให้เลือกด้วยเช่นเดียวกัน โดยเครื่องดื่มที่เราสั่งบ่อยที่สุดเห็นจะเป็นโกโก้เย็นหวานน้อย รสเจ้มจ้นถูกใจ

นอกจากของกินที่อร่อยแล้วสิ่งที่เราชอบเป็นพิเศษเห็นจะเป็นใบเมนูของร้านที่บอกส่วนผสมของกาแฟ โดยแบ่งเป็นชั้นๆ ให้เข้าใจง่าย เช่น ลาเต้ ที่ข้างล่างคือเอสเปรสโซ ชั้นกลางคือนมสด ชั้นบนสุดคือโฟมนม และเห็นภาพประกอบแต่ละเมนูอย่างชัดเจนเรียกว่าเป็นความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้ใจเราไปเต็มๆ 

ร้านเปิดปิดเวลา 08.00 น. – 16.40 น. แต่สามารถสั่งเครื่องดื่มได้จนถึงเวลา 17.00 น.  (ปิดทุกวันที่ 2 และ 17 ของทุกเดือน)

เรื่อง: มณิสร สุดประเสริฐ, ธัญญารัตน์ โคตรวันทา
ภาพ: ชนาพร กรณ์งูเหลือม

254
VIEWS

Tan

นักศึกษาปริญญาโทประวัติศาสตร์ศิลปะผู้สนใจเล่าเรื่องศิลปะวัฒนธรรมด้วยแง่มุมใหม่ๆ ที่หลากหลาย ใช้เวลาว่างไปกับการลั่นชัตเตอร์ในย่านเมืองเก่า เดินเหงาๆตามวัดวาอาราม และตามหาคาเฟ่ที่มี upright piano ตั้งอยู่ในร้าน