WELL SHOP

Posted on พฤษภาคม 16, 2018 in Guide, Uncategorized

Well Shop ร้านโชห่วยที่ไม่เคยหยุดพัฒนา

เมื่อนึกถึงร้านโชห่วยสักร้าน เรามักจะนึกถึงขนมขบเคี้ยว ลูกอม เครื่องดื่ม สบู่ แชมพู แปรงสีฟัน ซอสปรุงรส หรือก็คือเครื่องอุปโภคบริโภคทั้งหลาย แต่ห่างออกไปจากออฟฟิศของชาวทราเวลในซอยสำราญราษฎร์แค่เพียงไม่กี่ก้าว ยังมีร้านโชห่วยเท่ๆ ที่มีสินค้าหลักเป็นคราฟต์เบียร์จากทั้งไทยและต่างประเทศเกือบ 100 แบรนด์ตั้งอยู่ด้วย เราจึงไม่พลาดที่จะแวะมาจิบเบียร์เย็นๆ เอ๊ย! แวะมาชวน ‘เฮียเคน’ เจ้าของร้าน Well Shop นั่งคุยกันยาวๆ สักที

‘ร้านโชห่วยหรือร้านขายของชำ เป็นคำที่มีที่มาจากภาษาจีนว่า 粗货 (อ่านว่าโชวห่วย) ซึ่งอาจหมายความถึง ‘สินค้าที่มีไว้สำหรับกินใช้ในชีวิตประจำวัน’ แต่ที่ร้าน Well Shop แห่งนี้ เฮียเคนบอกว่า “เราจำเป็นต้องเปลี่ยน” อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าในปัจจุบันประเทศไทยเต็มไปด้วยโมเดิร์นเทรด อย่างห้างสรรพสินและร้านสะดวกซื้อ ชนิดที่ว่าจะหันหน้าไปทางไหนก็มีอยู่ทุกหัวมุมถนน การมีอยู่ของร้านโชห่วยเล็กๆ จึงลดน้อยและเลือนรางลงทุกที แน่นอนว่าร้านขายของชำอายุกว่า 20 ปีอย่าง Well Shop เองก็เช่นกัน

เมื่อต้นปี พ.ศ.2560 ที่ผ่านมาเฮียเคนจึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงร้านเพื่อความอยู่รอด โดยเริ่มสั่งคราฟต์เบียร์ไทย 5-6 ชนิด เข้ามาทดลองขายในร้าน เพื่อให้ลูกค้าที่เบื่อรสชาติของเบียร์แบบเดิมได้มีทางเลือกใหม่ๆ มากขึ้น และเมื่อพบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ก็เริ่มเปิดให้ลูกค้าที่ผ่านไปผ่านมาได้ลองชิมรสชาติของเบียร์ละชนิดกันแบบฟรีๆ เพื่อที่จะได้รวบรวมความชื่นชอบและเลือกสั่งสินค้าเข้ามาได้ตรงกับใจของลูกค้าจริงๆ จนถึงในปัจจุบันที่ร้าน Well Shop มีคราฟต์เบียร์ไทยมากถึง 30 ยี่ห้อ และคราฟต์เบียร์ต่างประเทศอีกเกือบ 80 ยี่ห้อ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ยี่ห้อเลยทีเดียว

นอกจากเรื่องของสินค้าที่มีความแตกต่างไม่เหมือนร้านไหนๆ แล้ว เฮียเคนยังพัฒนาทั้งเรื่องของการบริการ ความใส่ใจ รวมไปถึงทำโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมอยู่เสมอ โดยยึดหลักการทำกำไรให้น้อยลง เพื่อดึงให้คนเข้ามาซื้อสินค้าข้างเคียงในร้านไปด้วย

โดยเมื่อเราถามว่าได้เทคนิคและไอเดียต่างๆ ในการขายของแบบนี้มาจากที่ไหน ก็คงต้องเล่าย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยที่เฮียยังเป็นเด็กๆกันเลยทีเดียว เพราะเฮียเล่าว่า ไม่ใช่แค่การเกิดและเติบโตในร้านโชห่วยเท่านั้นที่ช่วยให้เฮียสั่งสมประสบการณ์มาได้ขนาดนี้ แต่แม้กระทั่งตอนไปโรงเรียน คุณแม่ก็ยังสอนให้เฮียรู้จักการขายและการใช้เงินตั้งแต่เด็กๆด้วยการ ‘ให้ค่าขนมเป็นลูกอม 35 เม็ด’

“มีอยู่ช่วงนึงที่แม่ไม่ให้เงินไปโรงเรียน แต่ให้ลูกอมมาแทน ปกติได้ 35 บาท ก็เป็น 35 เม็ด แล้วบอกว่า นี่แหละคือค่าขนม ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน ผมก็เลยต้องพยายามหาวิธีขายลูกอมให้หมดและให้ได้กำไรมากที่สุด”


อีกสิ่งหนึ่งที่เฮียเคนบอกกับเราว่าสำคัญมากๆ สำหรับการเป็นผู้ประกอบการร้านโชห่วยก็คือ ‘ความรู้เรื่องกฎหมาย’ หลายคนอาจจะงงว่าก็แค่ซื้อของมาแล้วขายไป มันจะต้องรู้กฎหมายอะไรนักหนา แต่บอกเลยว่ากฎหมายนี่แหละ คือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เฮียเคนและเพื่อนๆ ร้านโชห่วยยังคงต่อสู้อยู่บนเส้นทางของร้านค้าปลีกได้ต่อไปอย่างไม่โดนเอาเปรียบ

ยิ่งได้รู้จัก เราก็พบว่านอกจากเฮียเคนจะรอบรู้เรื่องกฎหมายและการตลาดเป็นอย่างยิ่งแล้ว เฮียยังเป็นเจ้าไอเดียตัวจริงที่คอยรวบรวมกลุ่มร้านโชห่วยทั่วประเทศกว่า 1,000 ร้านค้าเอาไว้ด้วยกัน และจัดประชุมกันเพื่อหาทางพัฒนายอดขายและความเป็นอยู่ของทุกคนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการรวมกลุ่มเพื่อให้มีอำนาจต่อรองมากขึ้น การพัฒนาระบบการขนส่ง การพัฒนาแอพพลิเคชัน การพัฒนาระบบสหกรณ์ การสต็อกสินค้าร่วมกันเพื่อให้กลุ่มผู้ประกอบการร้านโชห่วยมีสินค้าไว้ขายในช่วงที่ของขาด ฯลฯ จนเรารู้สึกทึ่งจริงๆว่ายังมีอีกหลายแง่มุมในตัวของเฮียเคนและเพื่อนๆ ชาวร้านโชห่วยที่ไม่เคยคาดคิดซ่อนอยู่อีกเต็มไปหมด ดังนั้นถ้าครั้งหน้าใครมีโอกาสได้แวะมาซื้อคราฟต์เบียร์ดีๆ ราคาย่อมเยาจากร้าน Well shop ลองชิมไป ชวนเฮียคุยไป ก็น่าจะสนุกและทำให้เบียร์อร่อยขึ้นอีกไม่น้อยเลย 🙂

 

 

134
VIEWS

Pop

Urban Curator, นักเขียน, นักเดินทาง ควบคอสตูมดีไซน์เนอร์ ผู้เติบโตในย่านเมืองเก่าและมีความสุขทุกครั้งที่ได้จัดกระเป๋าออกไปรู้จักโลก ปัจจุบันกำลัง In a Relationship with ศิลปะ หนัง พิพิธภัณฑ์ เสื้อผ้ามือสองและการเดินเรื่อยเปื่อย